ถาดไม้เนื้อดีในมือของอิงฮวาร่วงลงมากระทบพื้นเรือนจนเกิดเสียงดังสนั่น แต่เซี่ยอว́nซีกลับไม่แม้แต่จะชายตามองเศษกระเบื้องที่แตกกระจาย นัยน์ตาดอกท้อคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยยามจ้องมองบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่กำลังยืนเก๊กท่ากอดอกพิงกรอบประตูด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท่าทีมาดมั่นราวกับคิดว่าตนเองคือนกกระเรียนสูงส่งบนยอดเขา ทำเอาสตรีผู้เพิ่งทะลุมิติมาอย่างนางนึกอยากคว้าไม้เรียวมาฟาดให้หลังลายเสียเหลือเกิน
"ท่านอ๋องมู่อันเพคะ... ว่าว่างนักหรือถึงได้มาเดินเฉิดฉายอยู่หน้าเรือนของหม่อมฉัน หรือว่าราชกิจในท้องพระโรงวันนี้ฮ่องเต้ทรงเมตตาให้ท่านว่างงานจนสมองว่างเปล่าตามไปด้วย?"
น้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนบาดลึกดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงที่ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยเชิญผู้มาเยือน เซี่ยอว́nซีเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตาเยียบเย็นราวกับเข็มพิษไปให้สามีในนามผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นถึงแม่ทัพไร้พ่าย
มู่จินหยางชะงักไปเล็กน้อย คิ้วหนาเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นปม เขาอุตส่าห์สละเวลาอันมีค่าควบม้าฝ่าสายฝน (เอ่อ... ฝุ่นควันในเมืองหลวง) กลับจวนก่อนกำหนด ก็เพื่อมาฟังวาจาประชดประชันจากภรรยาตัวน้อยนี่หรอกหรือ?
"อว́nซี... เจ้ากล้าใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับเปิ่นหวางตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยววับวาวด้วยประกายความไม่พอใจระคนตัดพ้อ ปกติแล้วต่อให้พายุถล่มจวนอ๋อง สตรีตรงหน้าก็มักจะมีรอยยิ้มหวานเชื่อมหรืออย่างน้อยก็วาจายวนยวนกวนประสาท แต่วันนี้... นางกลับทำตัวราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุที่น่ารำคาญใจ
"หม่อมฉันก็พูดจาภาษาคนปกติเพคะ หรือว่าหูของท่านอ๋องจะมีปัญหา? หากเป็นเช่นนั้นจริง หม่อมฉันจะได้ให้หมอหลวงมาตรวจดูสมองกลีบหน้าของท่านเสียหน่อย เผื่อว่าจะรักษาอาการหลงตัวเองที่กำเริบไม่หยุดนี่ได้"
เซี่ยอว́nซีแค่นหัวเราะในลำคอ นางตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องดัดนิสัย "ท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่ง" ผู้นี้เสียให้เข็ด หลบหน้ามาหลายวันก็แล้ว เมินใส่ก็แล้ว แต่ตราบใดที่เขายังคงตามตื๊อและทำตัวเป็นหมาโบ้หน้ามึน นางก็ต้องงัดไม่เด็ดมาใช้ขัดเกลาเสียบ้าง
อิงฮวาที่ยืนหลบมุมอยู่รีบยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะ สาวใช้ตัวน้อยลอบชูนิ้วโป้งให้ฮูหยินของตนเองในใจ ความกล้าหาญในการท้าทายอำนาจท่านอ๋องระดับนี้นอกจากฮูหยินแล้ว ในแผ่นดินต้าเฉินคงหาใครเทียบไม่ได้อีกแล้วกระมัง
มู่จินหยางขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความเย่อหยิ่งถือดีที่สะสมมานานนับปีพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเจอสายตาไร้เยื่อใยของภรรยา ร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวนางโดยไม่ให้ตั้ง Rตั้งตัว สัญชาตญาณการป้องกันตัวทำให้เซี่ยอว́nซีถอยกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาเรือนไม้เนื้อแข็ง
ตึง!
แขนแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับเสาไม้ กักขังร่างระหงให้อยู่ในอาณัติทันที กลิ่นอายบุรุษเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยปะทะนาวิกโยน์จนเซี่ยอว́nซีต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แม้นางจะปากเก่งแค่ไหน แต่ยามที่อีกฝ่ายโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างแก้ม หัวใจเจ้ากรรมก็ยังคงทรยศเต้นระรัวราวกับกลองศึก
"เจ้ากล้าเมินเปิ่นหวาง... กล้าไล่เปิ่นหวาง..." มู่จินหยางโน้มใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกโด่งเป็นสันเกือบจะชนกับจมูกรั้นของนาง ดวงตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริง "ฮูหยินเอก คิดจะหย่าขาดจากเปิ่นหวางแล้วไปใช้ชีวิตอิสระอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ!"
"ท่านอ๋องตรัสอะไรเพคะ หม่อมฉันยังไม่ได้เอ่ยคำว่าหย่าสักคำ... เพียงแต่..." เซี่ยอว́nซีแกล้งลากเสียงยาว ปลายลิ้นเรียวเล็กแตะริมฝีปากอิ่มสีชาดอย่างยั่วยวนโดยไม่รู้ตัว "เพียงแต่หม่อมฉันรู้สึกว่า... การไม่มีสามีคอยมาเดินตามเกะกะน่ารำคาญ ชีวิตมันช่างสงบสุขและเจริญหูเจริญตาขึ้นเยอะเลยเพคะ"
เพล้ง!
ดูเหมือนว่าความอดทนเส้นสุดท้ายในใจของท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่งได้ขาดผึ่งลงอย่างสมบูรณ์ มู่จินหยางไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่นัยน์ตาคมกริบกลับลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและ... ความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด
"ปากเก่งนักนะ... เจ้าคิดว่าวาจาเชือดเฉือนแค่นี้จะทำให้เปิ่นหวางถอดใจหรือ?" มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาเซี่ยอว́nซีถึงกับขนลุกซู่ "ในเมื่อเจ้าบอกว่าเปิ่นหวางเกะกะ... งั้นคืนนี้ เปิ่นหวางจะเกะกะชีวิตเจ้าให้หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม จนกว่าเจ้าจะเอ่ยปากขอร้องให้หยุด!"
"นี่ท่าน! จะทำอะไร... อื้อ!"
คำประท้วงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มของนางอย่างไร้การ The ไต่สวน มู่จินหยางไม่ได้จูบเพื่อลงทัณฑ์ แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความหึงหวง และความรักที่อัดแน่นจนล้นปรอทร่างกาย เซี่ยอว́nซีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวเล็กพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับคีมเหล็กที่โอบรัดเอวบางเอาไว้แน่น
รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่สูบฉีดสติสัมปชัญญะของนางให้กระเจิง ร่างกายของเซี่ยอว́nซีอ่อนยวบลงราวกับขี้ผึ้งลนไฟ กลิ่นอายบุรุษและสัมผัสวาบหวามทำให้โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน
อิงฮวาที่แอบมองเหตุการณ์อยู่รีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเอง ใบหน้าเล็กแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังกรูดออกไปจากเรือนอย่างรู้หน้าที่ ปิดประตูไม้ลงเบาๆ เพื่อปล่อยให้สามีภรรยาเขาเคลียร์ปัญหากันตามลำพัง
เนิ่นนานกว่าที่มู่จินหยางจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนนุ่มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ หอบหายใจถี่กระชั้นไม่แพ้กัน ดวงตาคู่คมทอดมองภรรยาในอ้อมกอดด้วยความรักใคร่ระคนเอ็นดู
"หายพยศแล้วหรือยัง... ฮูหยินของเปิ่นหวาง?" น้ำเสียงพร่าระรїнกระซิบชิดริมฝีปากนาง
เซี่ยอว́nซีหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้างามง้ำงอนด้วยความเขินอาย นางเม้มปากแน่น ตั้งใจจะอ้าปากตอกกลับด้วยประโยคแสบสันสักประโยคเพื่อกู้ศักดิ์ศรีฮูหยินเอกคืนมา
ทว่า... ในวินาทีที่นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบคู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นขัดจังหวะ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! ด่วนมากพ่ะย่ะค่ะ! สายรายงานมาจากชายแดนเหนือ... กองทัพแคว้นเป่ยซีละเมิดสนธิสัญญา บุกประชิดแนวหน้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เสียงร้อนรนขององครักษ์เอกดังทะลุประตูเข้ามา ทำให้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของมู่จินหยางแข็งค้างในทันที ส่วนเซี่ยอว́nซีที่กำลังจะอ้าปากเถียงพลันชะงักงัน นัยน์ตาดอกท้อเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อตระหนักได้ว่า... สงครามที่นางเคยอ่านเจอในพล็อตนิยายต้นฉบับ กำลังจะเริ่มต้นเร็วกว่ากำหนดถึงครึ่งปี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟินจิกหมอนไปกับความแสบสันของคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้•ตอนที่ 30
รอยยิ้มของฮูหยิน
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!