เอกสารบัญชีรายจ่ายงวดล่าสุดถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังสนั่น จนหมึกสีดำที่ยังแห้งไม่สนิทกระเซ็นเปื้อนขอบกระดาษราคาแพง มู่จินหยางไม่เคยคิดเลยว่า สตรีที่ตนเคยปรายตามองด้วยความเบื่อหน่ายในวันนั้น จะกล.ายมาเป็นหนามยอกอกที่ถอนไม่ออกในวันนี้ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองร่างระหงที่นั่งไขว่ห้างจิบชาอย่างสบายใจเฉิบ ราวกับความเกรี้ยวกราดของเขาเป็นเพียงลมผ่านหู
"เซี่ยอว́nซี เจ้ากล้าดียังไงถึงตัดงบจัดงานเลี้ยงต้อนรับสนุกลี่อินลงครึ่งหนึ่ง!" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความขุ่นเคืองเอ่ยลอดไรฟัน ท่านอ๋องหนุ่มผู้สูงศักดิ์กำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
เซี่ยอว́nซีวางถ้วยชาลงช้าๆ เสียงกระทบกับจานรองดัง *กริ๊ง* เบาๆ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัสของคนฟัง นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากไม่ได้ลดเลือนลงเลยแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อครู่ที่ทำเอาท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่งถึงกับไปไม่เป็น นางก็รู้แล้วว่าเกมนี้ใครศิโรราบให้ใครก่อนย่อมตกเป็นรอง
"หม่อมฉันทำตามหน้าที่ของฮูหยินเอกผู้ดูแลจวนค่ะ ท่านอ๋อง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบยาพิษ "หรือท่านอ๋องทรงเห็นว่า งบประมาณแผ่นดิน—อ้อ ไม่ส, งบประมาณในจวนอ๋องของเราเหลือเฟือ จนต้องเอาไปละลายเล่นกับสนชายาที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเพียงชั่วคราวคะ?"
"เจ้า!" มู่จินหยางลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ แรงกดดันจากความเป็นแม่ทัพสนามรบแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถงจนอิงฮวาที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดหวั่น แต่ไม่ใช่กับเซี่ยอว́nซี ร่างบางยังคงนั่งหลังตรงสง่างาม ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
"อย่าทรงกริ้วนักเลยค่ะ เดี๋ยวริ้วรอยบนพระพักตร์จะถามหาเอาได้ หม่อมฉันเพียงแต่บริหารจัดการเรือนหลังตามหลักความประหยัดที่ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งต่างหากเล่า สนุลี่อินเป็นเพียงแขกผู้สูงศักดิ์ การจัดงานเลี้ยงต้อนรับที่ใหญ่โตเกินฐานะ เกรงว่าจะตกเป็นขี้ปากให้พวกขุนนางฝ่ายตรงข้ามเอาไปนินทาได้ว่า จวนอ๋องมู่อันฟุ่มเฟือยในช่วงเวลาบ้านเมืองข้าวยากหมากแพง"
คำพูดของนางเฉียบคมจนมู่จินหยางถึงกับอ้าปากค้างจะเถียงก็เถียงไม่ออก เขาตวัดสายตาคมกริบมองนางอย่างพิจารณาใหม่อีกครั้ง สตรีตรงหน้าผู้นี้... เหตุใดจึงไม่ใช่เซี่ยอว́nซีคนเดิมที่เอาแต่วิ่งตามร้องไห้ฟูมฟายเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาอีกต่อไปแล้ว แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ ความฉลาดเป็นกรด และเสน่ห์เย้ายวนแบบอันตรายที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห
"เจ้าเปลี่ยนไปมากนะ อว́nซี" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความเกรี้ยวกราดยามแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสัยใคร่รู้
"คนเราย่อมต้องเติบโตขึ้นเมื่อได้พบเจอความจริงอันโหดร้ายค่ะ ท่านอ๋อง" เซี่ยอว́nซีลุกขึ้นยืน ชายผ้าแพรปักลายหงส์สะบัดพลิ้วตามจังหวะการก้าวเดิน นางเดินเข้าไปใกล้บุรุษร่างสูงทีละก้าว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยจางๆ ลอยเข้าแตะนาสิกจนมู่จินหยางต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "หากไม่มีเรื่องอันใดอีก หม่อมฉันขอตัวไปตรวจสอบบัญชีร้านค้าของตระกูลเซี่ยต่อดีกว่า อยู่ตรงนี้นานไป เกรงว่าจะเสียเวลาชีวิตอันมีค่าของหม่อมฉันไปเปล่าๆ"
นางย่อกายคารวะอย่างเสียมารยาท ตั้งใจหมุนตัวกลับเพื่อเดินเลี่ยงหนี แต่มีหรือที่คนอย่างมู่จินหยางจะยอมให้เหยื่อ... อ้อ, ให้ภรรยาเดินหนีไปง่ายๆ
หมับ!
มือหนาคว้าเข้าที่ข้อแขนเรียวเล็กของนางไว้แน่น แรงดึงเพียงเล็กน้อยทำให้ร่างระหงเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างแกร่งอย่างจัง กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาโอบล้อมนางไว้ในพริบตา เซี่ยอว́nซีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบเงยหน้าขึ้นต่อว่า ทว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่กลับเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากกันและกันจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวามแล่นริ้วไปทั่วผิวหนัง
ดวงตาคมปลาบของมู่จินหยางจ้องมองริมฝีปากอิบอิ่มที่ขยับต่อว่าเขาเมื่อครู่ด้วยแววตาที่ลẫกลึกขึ้น ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาอันร้อนรุ่มที่ยากจะควบคุม
"ปล่อยนะเพคะ ท่านอ๋องเสียสติไปแล้วหรือไร!" นางเอ่ยเสียงกระซิบลอดไรฟัน พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดิ้น เขากยิ่งรวบเอวบางเข้ามาชิดสนิท
"ข้ายังปกติวิสัยดี..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปากของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือกลีบปากนุ่ม "แต่ดูเหมือนว่า... ฮูหยินของข้าต่างหากที่กำลังทำให้ข้าคลั่งจนเกือบจะเสียสติอยู่รอมร่อ"
บรรยากาศในห้องโถงกว้างแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เคมีระหว่างสามีภรรยาคู่นี้พุ่งทะยานจนอิงฮวาที่ยืนอยู่ไกลลิบต้องรีบยกมือขึ้นปิดตา แต่แอบแย้มร่องนิ้วมองด้วยความลุ้นระทึก
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของเซี่ยอว́nซีเต้นรัวระส่ำและกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์ร้ายกาจของสามีปากแข็ง
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! ด่วนจี๋! สนูลี่อิน... นางเป็นลมล้มพับไปที่เรือนรับรองแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เสียงตะโกนลั่นของพ่อบ้านหลี่ที่วิ่งหน้าตั้งแหกปากเข้ามาพร้อมกับเปิดประตูผางเข้ามาอย่างไร้กาลเทศะ ทำลายบรรยากาศสีชมพูหวานชื่นจนพังทลายลงในพริบตาเดียว!
มู่จินหยางหน้าตึงเปรี๊ยะทันที ดวงตาดุร้ายหันขวับไปถลึงมองพ่อบ้านแทบกินเลือดกินเนื้อ ในขณะที่เซี่ยอว́nซีอาศัยจังหวะชุลมุนนี้กระทืบเท้าลงบนรองเท้าหนังของเขาเต็มแรง พร้อมกับกระตุกยิ้มหวานหยดที่ชวนให้คนมองอยากจะบีบคอให้ตายคามือ
"อูย... สนูลี่อินทรงพระสำออยเก่งเสียจริงนะคะ ท่านอ๋องรีบเสด็จไปดู 'พระชายาในอนาคต' ของท่านเถอะค่ะ เดี๋ยวจะหาว่าหม่อมฉันใจร้ายไม่ยอมอนุญาตให้ท่านไปดูแลนางอีก!"
เสี่ยวเถาฮวาขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้•ตอนที่ 3
ปะทะฝีปากในห้องโถง
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!