ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้•ตอนที่ 19

ละครฉากใหญ่

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
“หากท่านอ๋องทรงโปรดปรานชาดอกไม้นี้ถึงเพียงนั้น หม่อมฉันเกรงว่าจวนอ๋องคงต้องจัดหาห้องเตรียมชาไว้ให้คุณหนูหลิวเป็นการส่วนตัวแล้วกระมังคะ” น้ำเสียงหวานใสที่เจือแววประชดประชันเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องโถงใหญ่ เซี่ยอว́nซีแย้มรอยยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก บอกไม่ถูก—มันคือความรู้สึกระอาปนขบขัน ที่คล้ายกับคนกำลังยืนดูลิงแสดงละครปาหี่บนท้องถนนก็ไม่ปาน ใจกลางห้องโถงนั้น มู่จินหยาง ท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่งจองหองและขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาจนน้ำแข็งยังต้องยอมแพ้ กำลังนั่งหลังตรงเป็นสง่าอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลายวิจิตร ทว่าเบื้องหน้าของเขากลับมีคุณหนูหลิวอี้หลัน บุตรีท่านยุทธ์ศาสตร์ผู้เลอโฉม กำลังโน้มกายลงรินชาสมุนไพรส่งกลิ่นหอมหวานด้วยท่าทางเย้ายوانชวนฝัน ปลายน้องเรียวสวยจงใจสัมผัสโดนหลังมือหนาของท่านอ๋องโดยไม่ตั้งใจ (หรือตั้งใจก็สุดจะรู้) พร้อมกับส่งสายตาวิบวับพราวเสน่ห์มาให้ “หม่อมฉันเพียงแต่เห็นว่าอากาศช่วงนี้แห้งแล้ง ชาดอกไม้นี้ช่วยบำรุงปอดและปรับสมดุลหยินหยางเพคะ ท่านอ๋องโปรดลองเสวยดูสักนิดเถิดเพคะ” หลิวอี้หลันเอ่ยเสียงหวานหยดย้อย ดวงตาหงส์ทอประกายความคาดหวังระคนมั่นอกมั่นใจ นางส่งยิ้มหวานเชื่อมที่คิดว่าคงไม่มีบุรุษใดในใต้หล้าปฏิเสธลง ทว่า เซี่ยอว́nซีกลับไม่แม้แต่จะรู้สึกหึงหวง หรือโกรธเกรี้ยวตามบทบาท ‘ฮูหยินเอกผู้ถูกละเลย’ ที่ควรจะเป็นเลยแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ปรายตามองสามีของตนด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า… หมาป่าผู้เคยประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันชายตามองหญิงใดนอกจากนาง จะแก้เกมสถานการณ์นี้อย่างไร มู่จินหยางขมวดคิ้วมุ่น สัมผัสได้ถึงความหนาวเยือกที่แผ่ซ่านมาจากมุมห้อง—ไม่ใช่ความหนาวจากอากาศ แต่เป็นรังสีอำมหิตเคลือบน้ำตาลของฮูหยินตัวแสบที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบชาดูการแสดงอย่างเพลิดเพลินต่างหาก! ชายหนุ่มชักมือกลับราวกับโดนของร้อน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันที เขากวาดตามองถ้วยชาตรงหน้าด้วยความรู้สึกรังเกียจเสียยิ่งกว่าเห็นยาพิษ แต่เมื่อหันไปสบเข้ากับดวงตากลมโตที่พราวระยับด้วยความท้าทายของอว́nซี ประกายเจ้าเล่ห์ก็วบวับขึ้นในนัยน์ตาคมกริบของท่านอ๋องทันที *“อยากดูละครนักใช่ไหม เซี่ยอว́nซี… ได้ เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะจัดชุดใหญ่ให้เจ้าดูจนคุ้มค่าตั๋วเลยทีเดียว”* มู่จินหยางคิดในใจ มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มร้ายกาจขึ้นวูบหนึ่ง “คุณหนูหลิวมีน้ำใจถึงเพียงนี้…” มู่จินหยางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มผิดปกติ ทว่าแฝงความเย้ายวนไว้อย่างจงใจ เขายื่นมือออกไปรับถ้วยชาจากมือของหญิงสาว ปลายนิ้วแกร่งจงใจปัดผ่านฝ่ามือของหลิวอี้หลันเบาๆ จนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก หน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย “เปิ่นหวาง… ย่อมปฏิเสธน้ำใจอันงดงามนี้ไม่ได้” *พรวด!* เสียงอิงฮวาที่ยืนอยู่ด้านหลังฮูหยินสำลักน้ำลายออกมาเบื้องหน้าเบื้องหลัง รีบยกมือขึ้นปิดปากแทบไม่ทัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลնออกนอกเบ้า นี่มัน… นี่มันท่านอ๋องผู้รักเดียวใจเดียว (ที่ปากแข็ง) จริงหรือนี่! หรือว่าวิญญาณร้ายที่ไหนเข้าสิงร่างท่านอ๋องเข้าให้แล้ว! เซี่ยอว́nซีหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนริมฝีปากยังคงประดับอยู่ แต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบลงสามส่วน นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘กริ๊ก’ จนทุกคนในห้องสะดุ้ง “อ๋องผู้เฒ่าทรงสอนไว้ว่า ของสิ่งใดไม่ใช่ของตน ต่อให้ยื่นมาจ่อถึงปากก็ไม่ควรกลืนกินลงท้อง มิฉะนั้นอาจอาหารเป็นพิษถึงแก่ชีวิตได้นะคะ” อว́nซีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานใส ทว่าคำพูดกลับเชือดเฉือนจนคนฟังหน Aวสันต์ยังต้องหนาวสะท้าน “หม่อมฉันเพียงแต่เป็นห่วงคุณหนูหลิว เกรงว่านางจะเหนื่อยเปล่า เพราะชาถ้วยนั้น… ต่อให้หอมหวานเพียงใด ก็เป็นเพียงชาค้างคืนที่ไร้ซึ่งคุณค่าในการลิ้มลองแล้วเพคะ” หลิวอี้หลันหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้า นางขบริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจที่ถูกตบหน้ากลางอากาศ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ หันไปออดอั้นกับท่านอ๋องต่อทันที “ท่านอ๋องดูฮูหยินสิเพคะ… หม่อมฉันเพียงแต่หวังดีแท้ๆ เหตุใดฮูหยินถึงต้องตรัสวาจาร้ายกาจใส่หม่อมฉันเช่นนี้เล่าเพคะ” เสียงสะอื้นฮักเบาๆ หลุดออกมาจากลำคอระหง พร้อมกับหยดน้ำตาคลอเบ้าที่ถูกขับออกมาอย่างพพอเหมาะพอเจาะ สมเป็นบุตรสาวตระกูลใหญ่ผู้เชี่ยวชาญด้านมารยาหญิงร้อยเล่มเกวียน มู่จินหยางลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้สึกได้ถึงลมหายใจเย็นเฉียบที่เป่ารดต้นคอ แม้ว่าอว́nซีจะยังนั่งอยู่ห่างออกไปหลายวา ชายหนุ่มจึงตัดสินใจที่จะเลิกเล่นสนุก ก่อนที่ภรรยาตัวแสบจะหาเรื่องหย่าเขาจริงๆ รอบที่สาม “คุณหนูหลิว…” มู่จินหยางวางถ้วยชาลงโดยไม่แตะต้องแม้แต่หยดเดียว น้ำเสียงที่เอמהนกลับมาเยียบเย็นและไร้อารมณ์ดังเดิม “เปิ่นหวางเกรงว่าเจ้าจะเข้าใจความหมายคำว่า ‘น้ำใจ’ ผิดไปไกลแล้ว ชาดอกไม้นี้เก็บไว้ให้บิดาของเจ้าดื่มยามแก้ท้องอืดเถอะ ส่วนที่จวนอ๋องแห่งนี้… ฮูหยินของเปิ่นหวางเป็นผู้ดูแลเรื่องอาหารการกินและความเป็นระเบียบเรียบร้อยทั้งหมด นางไม่อนุญาตให้สิ่งแปลกปลอมใดๆ เข้ามาปนเปื้อนในจวนได้ง่ายๆ หรอก” หลิวอี้หลันหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความอับอายและไม่คาดคิดว่าท่านอ๋องจะกล้าหักหน้าตระกูลหลิวกลางคันเช่นนี้! “ท่าน… ท่านอ๋อง!” “อิงฮวา ส่งแขก” อว́nซีเอ่ยแทรกขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี “อ้อ… แล้วช่วยบอกพ่อบ้าน ให้ตรวจดูความปลอดภัยบริเวณประตูจวนให้เข้มงวดขึ้นด้วยช่วงนี้ สุนัขจรจัดแถวนี้ชักจะชุมเกินไปจนกล้าเดินเข้าห้องโถงใหญ่ตามอำเภอใจเสียแล้ว” อิงฮวาโค้งตัวรับคำด้วยรอยยิ้มกว้างที่หุบแทบไม่ลง “รับทราบเพคะฮูหยิน บ่าวจะไล่ตะردออกไปให้พ้นเขตจวนโดยเร็วที่สุดเจ้าค่ะ!” บรรยากาศในห้องโถงคุกรุ่นไปด้วยแรงกดดันระคนขบขัน หลิวอี้หลันจำต้องกัดฟันกรอด ย่อกายคารวะด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินออกไปจากห้องด้วยความอับอายขายขี้หน้าอย่างถึงที่สุด เมื่อร่างของคุณหนูหลิวลับตาไป ห้องโถงใหญ่ก็เหลือเพียงความเงียบงันและความอึดอัดที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง มู่จินหยางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยาที่ยังคงนั่งไขว่ห้างจิบชาอย่างใจเย็น “เล่นสนุกพอหรือยัง หญิงไร้หัวใจ?” มู่จินหยางโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียนนุ่ม “เจ้าเห็นสามีตกเป็นเป้าสายตาของหญิงอื่น ช่างมีความสุขนักใช่ไหม?” อว́nซีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มซุกซนฉายชัดในแววตากลมโต นางเอียงคอมองเขาด้วยท่าทางกวนประสาท “หม่อมฉันหรือจะกล้ามีความสุขบนความทุกข์ของท่านอ๋องกันเลเพคะ? หม่อมฉันเพียงแต่ทำหน้าที่เป็น ‘ผู้ชมที่ดี’ คอยชื่นชมฝีมือการรับรับแขกอันยอดเยี่ยมของท่านต่างหากเล่า… ชาดอกไม้เมื่อครู่นี้ รสชาติคงหวานชื่นใจจนท่านอ๋องเกือบจะลืมบ้านลืมเมืองไปแล้วกระมังคะ?” มู่จินหยางแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนายื่นออกไปรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนอว́nซีอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ ร่างบางถูกดึงเข้าไปแนบชิดกับอกแกร่งจนแทบไม่เหลือช่องว่าง “ปากเก่งนักนะ…” กระแสเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม “เจ้าก็รู้ว่าในใจเปิ่นหวางมีเพียง…” *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งที่กำลังจะก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงร้อนรนขององครักษ์เงาที่หน้าประตู “ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพญาค่ะ! สายสืบจากชายแดนส่งม้าเร็วมาแจ้งว่า… กองกำลังปริศนาของแคว้นฉีเคลื่อนพลประชิดชายแดนแล้วพญาค่ะ!” มู่จินหยางชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นทันทีในเสี้ยววินาที ร่างกายที่เคยโอบกอดภรรยาไว้แน่นค่อยๆ คลายออกช้าๆ เซี่ยอว́nซีหุบยิ้มทันที เมื่อกวาดตามองสีหน้าของสามีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว นางรู้ทันทีว่า… สงครามที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในห้องโถงแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เสี่ยวเถาฮวา" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกอย่าดุสิครับ เดี๋ยวท่านอ๋องกลายเป็นหมาโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%