“ถ้าเจ้ายังลังเลแม้แต่วินาทีเดียว วิญญาณของเจ้าจะถูกผนึกไว้ในห้องโถงแห่งนี้ตลอดกาล… ในฐานะกระถางธูปประดับผนัง”
น้ำเสียงเย็นเยียบที่กดต่ำจนเกือบเป็นเสียงกระซิบดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงหินออบซิดิアンสีดำสนิท แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารระดับบอสลับพุ่งทะลักออกมาเป็นระลอกคลื่นสีม่วงเข้ม จนอากาศรอบกายเรย์บิดเบี้ยวราวกับกำลังจะฉีกขาดเป็นชิ้นๆ
เรย์มอนด์ หรือที่ใครหลายคนในเกม *Aethelgard Online* อาจมองว่าเป็นแค่ผู้เล่นหน้าใหม่สายซัพพอร์ตดวงกุด กำลังทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นศิลาที่เย็นเฉียบ เลือดสีแดงสดไหลรินจากมุมปากลงมาหยดลงบนรอยแยกของพื้นดินจนเกิดควันจางๆ ความเจ็บปวดจากสถานะ [คำสาปแห่งราชินีโลหิต] กำลังกัดกิน HP ของเขาอย่างรวดเร็ว—สติปัญญาและไหวพริบทั้งหมดที่เขาสะสมมาจากการเป็นเกมเมอร์ฮาร์ดคอร์ดูเหมือนจะไร้ความหมาย เมื่อเผชิญหน้ากับกลไกบังคับของระบบที่ไร้ความปรานี
หน้าต่างอินเทอร์เฟซสีแดงฉานกะพริบเตือนรัวเร็วจนแสบตา:
*[แจ้งเตือนระบบ: ผู้เล่นเรย์มอนด์กำลังอยู่ในภาวะวิกฤตถึงชีวิต]*
*[เงื่อนไขพิเศษ: การทำ "พันธสัญญาเลือด" (Blood Oath) กับ NPC ระดับตำนาน "เซราฟีน่า" เป็นหนทางเดียวในการยกเลิกสถานะลบและรับสิทธิ์ผู้ถือครองกุญแจพันธะ]*
*[คำเตือน: เมื่อทำพันธสัญญาแล้ว ชะตากรรมของท่านจะผูกติดกับเป้าหมาย หากเป้าหมายสูญสลาย ท่านจะสูญเสียสิทธิ์ในการล็อกอินถาวร!]*
"ให้ตายสิ… ระบบเจ้านี่มันมัดมือชกกันชัดๆ นี่ยังไม่ทันได้ฟาร์มเลเวลเริ่มต้นเลยนะ" เรย์พึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มฝื่อนๆ ที่มุมปาก ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างของหญิงสาวในชุดเกราะอัศวินสีเงินยวงที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้า แม้เปลือกตาของเธอจะยังปิดสนิท แต่ละอองอายศักดิ์สิทธิ์และกลิ่นอายความตายที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับหลอมรวมกันเป็นความงดงามอันน่าสะพรึงกลัว
เขาไม่มีทางเลือกอื่น
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึก, รวบรวมมานาที่เหลืออยู่น้อยนิดไว้ที่ปลายนิ้วชี้ ก่อนจะกดมันลงบนคมดาบสีนิลที่ปักอยู่ข้างกาย เลือดสดๆ ไหลซึมออกมาอาบคมดาบจนเปล่งประกายสีชาด จากนั้นเขาก็จรดปลายนิ้วที่ชุ่มเลือดนั้นลงบนหน้าผากเนียนนุ่มของร่างที่นอนไร้สติอยู่บนแท่นบูชา
“เอาวะ… ถือว่าลงทุนเปิดกิจการร่วมทุนกับบอสก็แล้วกัน”
เรย์พึมพำเบาๆ พร้อมกับเอ่ยถ้อยคำพันธสัญญาโบราณตามที่ระบบบังคับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ข้า… เรย์มอนด์ ขอทำพันธสัญญาด้วยเลือดและวิญญาณ ผูกพันธะแห่งชีวิตและเงา ร่วมแบกรับชะตากรรมกับผู้พิทักษ์แห่งห้วงนิทรา เซราฟีน่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”
*[เปรี้ยงงงง!]*
ทันทีที่สิ้นเสียงถ้อยคำ อักษรโบราณสีทองและสีเลือดนับพันตัวก็พุ่งทะยานขึ้นจากพื้น วาดลวดลายเป็นวงแหวนเวทมนตร์ซับซ้อนครอบ
คลุมร่างของทั้งสองเอาไว้ แสงสว่างจ้าเจิดจ้าจนเรย์ต้องหรี่ตาลง แรงกระแทกจากการเชื่อมต่อจิตวิญญาณทำให้สมองของเขาราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าอย่างจัง ข้อมูลมหาศาล ความทรงจำที่แตก
กระซับกระซ่วย และพลังมานาบริสุทธิ์ไหลทะลักผ่านสายสัมพันธ์เข้ามาในร่างของเขาจนหัวใจเต้นระรัว
แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด…
ร่างที่เคยไร้การตอบสนองของเซราฟีน่าเริ่มสั่นเทา ขนตางอนงามราวกับปีกผีเสื้อขยับไหวเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาสองข้างจะค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า
ดวงตาสีฟ้าครามกระจ่างใสราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่ลึกลงไปกลับมีความว่างเปล่าและเยือกเย็นดั่งห้วงเหวลึก เธอนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังปรับตัวเข้ากับโลกที่เธอหลับใหลไปนับพันปี ก่อนที่สายตาคมกริบจะเลื่อนกลับมาหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มที่กำลังคุกเข่าหอบหายใจอยู่ตรงหน้า
ความกดดันในอากาศหยุดชะงักลงทันที แทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัด
เซราฟีน่าค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างสง่างาม เส้นผมสีเงินยาวสยายระแผ่นหลัง ชุดเกราะสีเงินยวงกระทบกันเบาๆ เกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ เธอมองดูร่องรอยสัญลักษณ์พันธสัญญาเลือดที่เปล่งแสงจางๆ อยู่บนหลังมือของตนเอง สลับกับมองใบหน้าของเรย์ที่ส่งยิ้มแห้งๆ กลับมาให้
“เจ้า… กล้าดียังไง ถึงบังคับให้ข้าต้องผูกพันธะกับมนุษย์ชั้นต่ำเช่นเจ้ากัน”
น้ำเสียงของเธอนั้นราบเรียบ ไร้อารมณ์ แต่กลับทรงพลังจนทำให้เรย์รู้สึกเหมือนกระดูกสันหลังเย็นวาบ
“สวัสดีครับ… เอ่อ พูดผิด สวัสดีค่ะ ท่านเซราฟีน่า” เรย์เลือกที่จะใช้รอยยิ้มขี้เล่นกลบเกลื่อนความตึงเครียด “ต้องขอโทษด้วยนะพอดีว่าผมยังไม่อยากรีบไปเกิดใหม่ตั้งแต่ล็อกอินวันแรก ยังไงซะตอนนี้เราก็กลายเป็น ‘คู่หู’ กันอย่างเป็นทางการแล้ว ฝากเนื้อฝากตัวด้วย… เอ๊ะ?”
ยังไม่ทันที่เรย์จะพูดจบประโยค เซราฟีน่าก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วเหนือเสียง ปลายดาบอัศวินสีนิลถูกจ่อเข้าที่ลำคอของเขาโดยที่เขาแทบมองตามไม่ทัน ความเย็นเฉียบของคมดาบแนบชิดกับผิวหนังจนรู้สึกได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมา
“คู่หูงั้นหรือ?” เซราฟีน่าโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนดวงตาสีฟ้าครามสะท้อนภาพใบหน้าของเรย์ได้อย่างชัดเจน ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นอยู่เลยแม้แต่น้อย “สำหรับข้า เจ้าเป็นได้แค่ภาชนะรองรับพลัง… และถ้าเจ้าทำให้ข้าผิดหวังแม้แต่นิดเดียว ข้าจะเป็นคนควักหัวใจดวงนี้ออกมาดูด้วยตัวเอง”
เรย์ไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวอย่างที่เธอคาดคิด ดวงตาสีดำสนิทของเขากลับประกายความเจ้าเล่ห์ขึ้นวับหนึ่ง เขายกมือขึ้นปัดคมดาบออกเบาๆ อย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน
“ถ้าคิดจะควักหัวใจผมจริงๆ ล่ะก็… ระวังจะติดใจความอบอุ่นของมันจนไม่อยากปล่อยนะท่านราชินี”
เซราฟีน่าชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึงที่มนุษย์ตรงหน้ากล้าต่อปากต่อคำกับเธอในสถานการณ์เช่นนี้
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ดังมาจากเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลที่ยาวนานยิ่งกว่า
*[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของบอสระดับตำนาน "ผู้กลกลืนกินแห่งความมืด" ในชั้นใต้ดินระดับที่ 2]*
*[เงื่อนไขการอัปเดตเควสต์: ปลดล็อกภารกิจระดับ SSS "รุ่งอรุณแห่งพันธะโลหิต" — พาเซราฟีน่าฝ่าวงล้อมแห่งความมืดและหลบหนีออกจากดันเจี้ยนแห่งการพันธนาการภายใน 15 นาที]*
ดวงตาสีฟ้าครามของเซราฟีน่าหันขวับไปมองยังทิศทางของประตูทางออกที่สั่นคลอน ก่อนจะเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายด้วยแววตาที่ซับซ้อนขึ้น
“ดูเหมือนว่า… เจ้าจะพาปัญหาชิ้นใหญ่มาให้ข้าซะแล้วสิ เรย์มอนด์” เซราฟีน่าเอ่ยเสียงเรียบ แต่กระชับด้ามดาบในมือแน่นขึ้น
เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกวาดมองหน้าต่างเควสต์ที่กะพริบเตือนด้วยแสงสีแดงฉาน ก่อนจะหันไปสบตากับราชินีสาวด้วยรอยยิ้มมั่นใจที่มุมปาก
“ปัญหาเหรอ? ผมเรียกว่า… โอกาสในการโชว์ฝีมือต่างหากล่ะครับท่าน”
———————————————
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "พรีสต์สายลุย" เสมอมานะคะ!*
ล็อกอินวันแรก ก็ถูกบอสลับจองจำให้เป็นคู่หูซะแล้ว•ตอนที่ 3
พันธสัญญาที่ไม่อาจปฏิเสธ
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ก็ถูกบอสลับจองจำให้เป็นคู่หูซะแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!