บัลลังก์ไร้ครอง สองใจลวงหยั่งรัก•ตอนที่ 6

พันธสัญญาไร้ชื่อ

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นกำยานไป๋เฉินที่ลอยวนอวลอยู่ในตำหนักร้างท้ายวังช่างหนักอึ้งจนคล้ายจะกลายเป็นก้อนตะกั่วถ่วงทับทรวงอก มู่หรงชิงไม่แม้แต่จะปรายตาแลกุมารหยกสลักล้ำค่าบนโต๊ะน้ำชาตรงหน้า นางเพียงจดจ้องหยาดน้ำค้างที่เกาะพราวอยู่บนกลีบดอกโบตั๋นสีขาวร่วงโรยในแจกันกระเบื้องเคลือบแตกราว สติปัญญาอันเฉียบคมและเลือดเนื้อที่หล่อเลี้ยงความแค้นตระกูลมู่หรงกำลังถูกเดิมพันด้วยก้าวที่หมิ่นเหม่ที่สุดบนกระดาน "เจ้ากล้าดียังไงถึงยื่นข้อเสนอที่แม้แต่หัวกะโหลกของขุนนางเฒ่าในสภาวะยังไม่กล้าแม้แต่จะคิด" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในความมืดดังขึ้น เซียวจิ่นหานก้าวออกจากเงาสลัวของม่านไหมปักลายหงส์เพลิง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองร่างอรชรในชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์ที่ไม่มีเครื่องประดับใดๆ แม้แต่ชิ้นเดียว รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมโอษฐ์หนา ทว่าแววตากลับระวังระไวอย่างยิ่งยวด มู่หรงชิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘อ๋องเพชฌฆาต’ ผู้นี้ ความเย็นชาในแววตานางมิได้ลดทอนความงดงามล่มเมืองลงแม้แต่น้อย กลับยิ่งขับเน้นให้ดรุณีวัยสะพรั่งนางนี้ดูคล้ายเซียนสาวผู้ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์เพื่อทวงแค้น "หม่อมฉันไม่ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อขอความเมตตาจากพระองค์ เพคะ... จิ่นอ๋อง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย "แต่หม่อมฉันกำลังนำ 'กุญแจ' ไปไขประตูห้องใต้ดินที่หลี่กงกงซ่อนบัญชีลับส่วยเกลือสำนักช่างหลวงไว้ต่างหาก" จิ่นอ๋องหรี่ตาลง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นเหล้าไป๋จิ่วจางๆ ลอยปะทะนาสิก นิ้วมือแข็งแรงราวกรงเล็บเหยี่ยวเอื้อมไปเชยคางมนของนางขึ้น บังคับให้ดวงหน้าหวานล้ำแต่ไร้รอยยิ้มแหงนเงยรับการพิจารณา "เจ้าเป็นเพียงบุตรสาวอดีตนายช่างใหญ่ที่รอดชีวิตมาได้อย่างน่าขัน หมากตัวนี้เปราะบางยิ่งนัก ชั่วพริบตาเดียวที่ข้าบีบ นิ้วมือคู่นี้ก็สามารถบดขยี้กระดูกลำคอระหงของเจ้าให้แหลกคามือได้ เหตุใดข้าต้องแลกกองกำลังลับครึ่งหนึ่งเพื่อปกป้องสตรีที่อาจเป็นสายลับของขันทีเฒ่าคนนั้นด้วยเล่า" "ถ้าเช่นนั้น พระองค์ก็ทรงลองบีบดูสิเพคะ" ชิงหาได้สะท้านสะเทือน นางจ้องลึกลงไปในดวงตาที่ซ่อนความพวนผันทางการเมืองไว้ใต้หน้ากากสำราญเสเพล "แต่หากพระองค์ทรงทำเช่นนั้น ความลับเรื่องตราหยกอาญาสิทธิ์ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นตำหนักบูรพาจะถูกเผาไหม้เป็นจุล พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของพยานปากเอกคนสุดท้ายที่รู้ว่าใครเป็นคนวางยาพิษฮองเฮาองค์ก่อน" บรรยากาศภายในห้องพลันเยือกเย็นลงจนแทบได้ยินเสียงเกล็ดน้ำแข็งเกาะตัว ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วอึดใจใหญ่ เซียวจิ่นหานชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะเมื่อครู่เลือนหายกลายเป็นความเหี้ยมเกรียมอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวกาย นี่คือสตรีที่ไม่อาจประเมินค่าด้วยเบี้ยบนกระดานทั่วไป นางไม่ได้มาเพื่อขอพึ่งพิง แต่มาเพื่อยื่นข้อเสนอแบบ "ตายตกไปตามกัน" ช่างเป็นความอาจหาญที่น่าขัน... และน่าหลงใหลจนน่าสะพรึงกลัวในคราวเดียวกัน "เจ้ากล้าดียิ่งนักที่เอาคอมาพาดไว้บนคมดาบของข้า" จิ่นอ๋องหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความเย้ยหยัน ทว่ามือที่เคยเชยคางนางไว้กลับเปลี่ยนเป็นปลดถุงหอมปักลายดอกโบตั๋นสีชาดออกจากเอวบางของนางอย่างถือวิสาสะ "แต่ข้าชอบคนที่มีประโยชน์มากกว่าศพไร้ค่า หมากตัวนี้... ข้าขอรับไว้" มู่หรงชิงผ่อนลมหายใจออกช้าๆ นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ชัยชนะ แต่มันคือการก้าวขาลงไปในหุบเหวแห่งอำนาจที่ลึกและอันตรายยิ่งกว่าเดิม ทว่า ในวินาทีที่จิ่นอ๋องกำลังจะเอ่ยปากมอบหมายภารกิจแรกให้ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับสายฝนก็ดังขึ้นที่เบื้องนอกประตูตำหนัก ตามมาด้วยเสียงเคาะไม้สามครั้งซ้อน—รหัสลับฉุกเฉินของหน่วยองครักษ์เงา "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขององครักษ์คนสนิทดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ขันทีจากตำหนักในนำราชโองการลับมาส่ง พระราชทานสมรสเร่งด่วน... พระองค์ทรงถูกบังคับให้รับพระชายาเอกในคืนนี้ และสตรีผู้นั้นมิใช่ใครอื่น..." จิ่นอ๋องขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบตวัดกลับมามองมู่หรงชิงที่ยังคงนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก องครักษ์นอกประตูกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อผู้ที่ถูกประทานสมรสออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ "...คือคุณหนูใหญ่สกุลมู่หรง... มู่หรงหลัน น้องสาวต่างมารดาของท่านหญิงชิงพ่ะย่ะค่ะ!" ดอกโบตั๋นพันปีจะรอนำเรื่องราวบทต่อไปมาฝากทุกท่านค่ะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์ไร้ครอง สองใจลวงหยั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%