บัลลังก์ไร้ครอง สองใจลวงหยั่งรัก•ตอนที่ 5

โฉมหน้าผู้กุมชะตา

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
“งานชิ้นนี้... หากเจ้าทำพังแม้เพียงกระเบียดนิ้ว ศีรษะของเจ้าก็เตรียมกลิ้งหลุนๆ ลงจากบ่าได้เลย มู่หรงชิง” เสียงแหบพร่าของหลี่กงกงดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องเครื่องอาภรณ์หลวง กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่โดยรอบกลับให้ความรู้สึกหนาวเหน็บราวกับกลิ่นคาวเลือดที่ถูกชะล้างด้วยเครื่องหอม ชายชราในชุดขุนนางสีเข้มผู้กุมอำนาจเบื้องหลังบัลลังก์วางม้วนกระดาษหนังแกะลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมอย่างแช่มช้า ดวงตาเรียวเล็กดุจงูพิษจ้องมองสตรีเบื้องหน้าด้วยแววตาหยั่งเชิง มู่หรงชิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวงามของนางสงบนิ่งดุจผิวน้ำในยามไร้ลมพัดผ่าน นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการฝึกฝนงานช่างมาอย่างโชกโชนแตะลงบนลวดลายที่ซับซ้อนราวกับค่ายกลบนแบบแปลนตรงหน้า มันคือ ‘กล่องหยกสลักลายมังกรพ่นไฟ’ ชิ้นเอกที่หายสาบสูญไปนานนับทศวรรษ ผู้ใดที่คิดจะแกะสลักหยกชนิดนี้ให้เป็นรูปร่างโดยไม่ให้มันแตกสลาย จำต้องอาศัยวิชาตระกูลมู่หรงที่สูญหายไปแล้วเท่านั้น “กงกงกล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” ชิงเอ่ยตอบ น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น “เครื่องราชบรรณาการที่เจ้าเมืองทางใต้จะถวายแด่ฝ่าบาทในวันเฉลิมพระชนมพรรษา หากมิใช่ผลงานที่ไร้ที่ติ ย่อมถือเป็นความอัปยศของช่างหลวง แต่สำหรับหม่อมฉัน... มันเป็นเพียงงานชิ้นหนึ่งที่รอการคืนชีพเท่านั้น” หลี่กงกงแค่นหัวเราะในลำคอ “ความมั่นใจเป็นสิ่งดี แต่ในวังหลวงแห่งนี้ ความมั่นใจที่ปราศจากฝีมือคือหลุมศพที่เจ้าขุดไว้รอตัวเอง” เขาขยับกายลุกขึ้น แขนเสื้อกว้างสะบัดเป็นจังหวะหนักแน่น “ข้าให้เวลาเจ้าสามวัน หากหยกชิ้นนี้ไม่ปรากฏร่องรอยการสลักตามแบบในม้วนกระดาษนี้ ข้าจะถือว่าเจ้าเป็นเพียงเศษสวะที่หลงเข้ามา และข้าจะจัดการกวาดทิ้งเสีย” เขาก้าวผ่านตัวนางไป ทิ้งไว้เพียงไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่าน ชิงมิได้หันไปมอง นางยังคงจดจ้องที่ลวดลายบนแบบแปลน ความแค้นที่ถูกกดทับไว้ลึกในอกสั่นไหวราวกับเปลวไฟที่กำลังรอวันปะทุ หลี่กงกงคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการประหารล้างตระกูลมู่หรงเมื่อสิบปีก่อน การที่มันส่งงานชิ้นนี้มาให้ มิใช่เพียงการทดสอบ แต่มันคือการหยามเกียรติว่ามันสามารถบีบเค้นทายาทตระกูลมู่หรงให้กลายเป็นเบี้ยล่างของมันได้ ขณะที่ชิงกำลังจะหยิบมีดแกะสลักขึ้นมา เงาร่างหนึ่งที่คุ้นตาในชุดสีดำสนิทราวกับรัตติกาลก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของมุมห้อง “เจ้ากำลังเล่นกับอสรพิษอยู่นะ ชิงเอ๋อ” มู่หรงชิงไม่สะทกสะท้าน นางวางมีดลงแล้วหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับบุรุษร่างสูงโปร่ง เซียวจิ่นหาน... จิ่นอ๋องผู้ที่ภายนอกดูเสเพลไร้แก่นสาร แต่แววตาของเขากลับคมกริบดุจมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในฝักผ้าไหม “ท่านอ๋องมาที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้ มิกลัวผู้คนจะครหาเอาหรือเจ้าคะ?” ชิงถามพลางรินน้ำชาใส่จอก กลิ่นหอมของชาดอกมะลิช่วยบรรเทาความตึงเครียดลงเล็กน้อย จิ่นอ๋องสาวเท้าเข้ามาใกล้จนกระทั่งได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวนาง เขาเอื้อมมือไปแตะที่รอยร้าวเล็กๆ บนม้วนกระดาษหนังแกะ “มันจงใจล่อให้เจ้าเผยร่องรอยวิชาตระกูลมู่หรง เพื่อที่มันจะได้สืบหาค่ายกลที่ซ่อนอยู่ในงานชิ้นนั้น... หยกก้อนนี้ไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่มันคือแผนที่ลับที่บรรพบุรุษตระกูลมู่หรงฝากไว้” ชิงชะงักไปเล็กน้อย หัวใจของนางกระตุกวูบ ความลับที่บิดาเคยกระซิบไว้ก่อนสิ้นลม... แผนที่ลับที่ระบุตำแหน่งคลังอาวุธและจดหมายเหตุการทุจริตของขุนนางกังฉิน หลี่กงกงไม่ได้เพียงต้องการเครื่องบรรณาการ แต่มันต้องการ ‘กุญแจ’ ดอกนั้น! “แล้วท่านจะให้หม่อมฉันทำอย่างไร?” ชิงถาม เสียงของนางแผ่วเบาทว่าหนักแน่น “หากปฏิเสธ ก็เท่ากับยอมรับว่าหม่อมฉันไร้ฝีมือ หากรับปากแล้วทำสำเร็จ ก็เท่ากับมอบหลักฐานชิ้นสำคัญให้ศัตรู” จิ่นอ๋องโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้ชิงต้องกลั้นหายใจ “ข้ามีวิธีของข้า แต่เจ้าต้องเป็นคนลงมือ... สลักมันให้เป็นไปตามที่มันต้องการ แต่จงฝัง ‘รอยร้าว’ แห่งหายนะไว้ในเนื้อหยก เมื่อถึงเวลาที่มันเปิดกล่องต่อหน้าฝ่าบาท... หยกชิ้นนั้นจะกลายเป็นเครื่องประหารชีวิตตัวมันเอง” เขาวางตราประทับสีทองลงบนโต๊ะ มันคือตราสัญลักษณ์ของอ๋องผู้คุมกองทัพชายแดนที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ “เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่?” ชิงเงยหน้าสบตากับเขา ในแววตาของจิ่นอ๋องไม่มีร่องรอยของความเสเพล มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเผาผลาญศัตรูให้เป็นเถ้าถ่าน มือที่สั่นเทาของนางค่อยๆ เอื้อมไปคว้าตราประทับนั้นไว้ ความเย็นของโลหะสัมผัสกับผิวเนื้อประหนึ่งคำสัญญาที่ไม่อาจถอนคืน ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์หลวงจำนวนหนึ่งก็ดังกึกก้องมาตามทางเดินหน้าห้อง ชิงรีบซ่อนตราประทับไว้ในแขนเสื้อ ขณะที่จิ่นอ๋องหายวับไปกับความมืดราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น ประตูด้านนอกถูกถีบออกอย่างแรง บานไม้ร่วงหล่นลงกับพื้นฝุ่นตลบ ชิงหันไปมองพบหลี่กงกงยืนอยู่พร้อมกับขุนนางอีกผู้หนึ่งที่นางจำได้แม่นยำว่าเป็นมือขวาคนสนิทของไทเฮา “มู่หรงชิง! เจ้าบังอาจแอบซ่อนคนแปลกหน้าไว้ในห้องเครื่องหลวงงั้นหรือ!” หลี่กงกงตะคอก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เขาชี้มือมาที่นาง “จับตัวมัน! แล้วรีบตรวจดูในห้องให้ละเอียด หากพบอะไรที่ผิดปกติ... ตัดมือมันทิ้งเสีย!” ชิงยืนตัวตรงไร้ความสะทกสะท้าน แม้คมดาบขององครักษ์จะจ่ออยู่ที่ลำคอ แต่นางกลับหยิบมีดแกะสลักขึ้นมาปักลงบนหยกก้อนนั้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ‘เปรี้ยง!’ รอยร้าวประหลาดปรากฏขึ้นเป็นรูปอักษรโบราณที่ส่องประกายเรืองรองออกมาท่ามกลางแสงคบเพลิง ทุกคนในห้องชะงักงัน หลี่กงกงเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏบนเนื้อหยก แต่มันไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้นางเป็นจุดสนใจ เมื่อประตูบานหลังของห้องถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดนางในชั้นสูงก้าวเข้ามา... ใบหน้าของนางนั้นถอดแบบมาจากมารดาของชิงที่ตายไปแล้วอย่างไม่มีผิดเพี้ยน! “ท่านแม่...” ชิงหลุดปากออกมาด้วยความตกตะลึง ขณะที่หญิงสาวคนนั้นกลับยิ้มให้ด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะคะ ดอกโบตั๋นพันปีจะรอนำเรื่องราวบทต่อไปมาฝากทุกท่านค่ะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์ไร้ครอง สองใจลวงหยั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%