กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้จางหายไป เหลือเพียงกลิ่นชาไป๋ฮ่าวYinzhenที่ยังคงกรุ่นไอความร้อนอยู่บนโต๊ะแปดเซียนไม้จันทน์แดง ทว่าบรรยากาศภายในห้องหนังสือลับหลังเรือนพฤกษา กลับหนาแน่นไปด้วยแรงกดดันชนิดที่ทำให้ผู้หายใจรู้สึกราวกับมีเข็มเงินนับร้อยเล่มจ้วงแทงเข้าที่แผ่นหลัง
มู่หรงชิงวางพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนแท่นฝนหมึกอย่างเชื่องช้า น้ำหนักมือของนางมั่นคง ไม่มีร่องรอยความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แม้จะรู้ดีว่าเบื้องหลังบานประตูไม้แกะสลักลายหงส์คู่มังกรนั้น มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจดจ้องมองมา ดุจพญาเหยี่ยวที่กำลังรอขย้ำเหยื่อผู้โง่เขลาให้จมเขี้ยว
"เจ้ากล้าดียังไง ถึงได้แก้ผังค่ายกลอาคมที่กรมโยธาธิการส่งมอบให้ราชสำนัก?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บสีนิลกาฬที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง เซียวจิ่นหาน หรือจิ่นอ๋องผู้ถูกขนานนามในหมู่ขุนนางว่าเป็น 'พญายมไร้โลหิต' ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านาง ดวงตาคมกริบดั่งคมดาบกวาดมองแผ่นกระดาษสาที่เต็มไปด้วยตัวเลขและเส้นสายทางเรขาคณิต ซึ่งนางเพิ่งขีดฆ่าและแก้ไขใหม่ด้วยความรวดเร็วเมื่อครู่
มู่หรงชิงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาดุจกลีบดอกโบตั๋นยามต้องน้ำค้างแต้มอยู่ที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่น "หม่อมฉันเพียงแต่ไม่อยากเห็นทหารนับหมื่นนายต้องสังเวยชีวิตให้กับความสะשלของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ใช้ไม้บรรทัดผิดหน่วยวัด เพทาลของค่ายกลนี้หากยึดตามต้นฉบับเดิม เมื่อเจอฝนฤดูใบไม้ร่วง ธนูไฟจะย้อนกลับมาเผาผลาญค่ายตัวเองเพคะ ท่านอ๋องผู้ปรีชาสามารถ คงไม่โปรดปรานชัยชนะที่แลกมาด้วยซากศพของคนของพระองค์เองกระมังคะ"
เซียวจิ่นหานหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนอากาศรอบตัวคล้ายลดอุณหภูมิลงวูบหนึ่ง เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนชิงต้องเอนกายถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่ก็ยังคงรักษาความสง่างามเอาไว้ได้เหนียวแน่น นิ้วเรียวยาวดุจหยกขาวเอื้อมไปแตะปลายคางมนของนางไว้เบาๆ บีบเน้นด้วยแรงที่พอจะทิ้งรอยแดงเอาไว้ได้ ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับพร่าต่ำและเต็มไปด้วยความอันตราย
"เจ้าช่างกล้าหาญ... มู่หรงชิง หรือควรเรียกว่า คุณหนูรองตระกูลมู่หรงผู้ควรจะตายไปในกองเพลิงเมื่อห้าปีก่อนดีล่ะ?"
หัวใจของชิงกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่สีหน้ายังคงนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก นางไม่สะทกสะท้านต่อการขู่ขวัญนั้นแม้แต่น้อย กลับแย้มยิ้มกว้างขึ้นอีกนิดจนดวงตาโค้งลงเป็นเสี้ยวจันทร์
"หม่อมฉันเป็นใครไม่สำคัญหامเพคะ สำคัญอยู่ที่ว่า... ในเวลานี้ มีเพียงหม่อมฉันคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยท่านอ๋องถอดรหัสบัญชีลับของหลี่กงกงที่ซ่อนอยู่ในหอคอยบรรณารักษ์ได้ หากท่านอ๋องสังหารหม่อมฉันตอนนี้ เกรงว่าแผนการที่จะลากคอเสนาบดีเฒ่าผู้นั้นลงจากอำนาจ คงต้องพับAเก็บใส่โลงไปพร้อมกับหม่อมฉันด้วยนะเพคะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจใหญ่ ทั้งสองจ้องตากันราวกับจะวัดใจว่าใครจะเป็นฝ่ายกะพริบตาก่อน เคมีระหว่างความดุดันดั่งพญาเสือและสติปัญญาอันล้ำลึกดั่งหุบเหวไร้ก้นบึ้งระเบิดออกเงียบๆ ในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้
เซียวจิ่นหานแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาที่มองนางมีความซับซ้อนระคนความสนใจอย่างปิดไม่มิด เขาค่อยๆ ปล่อยมือจากคางของนาง ปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนอาภรณ์ของตนเอง ก่อนจะหมุนตัวเดินไปรินชาจากกาเคลือบมุกด้วยท่าทางสำราญราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ปากเก่งนักนะ..." เขาเอ่ยพลางจิบชาอุ่นๆ "แต่คนปากเก่งมักอายุไม่ยืน เจ้าจงใจแก้ไขผังค่ายกลนั้น เพื่อตบตาคนของหลี่กงกงที่แฝงตัวอยู่ในจวนข้าสินะ? เจ้าใช้ตัวCเป็นเหยื่อล่อให้พวกมันเคลื่อนไหว เพื่อที่ข้าจะได้ตามรอยหางสุนัขจิ้งจอกออกมาได้ง่ายขึ้น ช่างเป็นแผนการที่อำมหิตนัก สตรีเช่นเจ้านี่... ร้ายกาจเสียจนข้าเริ่มอยากจะขังเจ้าไว้ในกรงทองแห่งนี้เสียแล้วสิ"
"ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้ว หม่อมฉันเพียงแต่ทำหน้าที่ในฐานะ... สหายร่วมเรือลำเดียวกันเพคะ" ชิงตอบเสียงเรียบ นางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาอีกใบขึ้นมาจิบเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความไหววูบในอกยามที่ปลายนิ้วของเขาเมื่อครู่ยังคงทิ้งความอุ่นร้อนไว้บนผิวเนื้อ
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์เงาที่หน้าห้อง
"เรียนท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ศาลาน้ำชาในอุทยานหลวงจู่ๆ ก็เกิดเพลิงไหม้อย่างปริศนา และ... และในกองเพลิงนั้น มีการพบราชโองการลับฉบับใหม่จากฮ่องเต้ ที่ระบุชื่อพระราชทานสมรสให้คุณหนูมู่หรงชิง... อภิเษกกับองค์รัชทายาทในอีกสามวันข้างหน้าพ่ะย่ะค่ะ!"
ถ้วยชาในมือของเซียวจิ่นหานหยุดชะงักกลางอากาศ รอยยิ้มสำราญเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงแววตาดุร้ายดั่งสัตว์ป่าที่ถูกแย่งชิงอาณาเขต เขากำถ้วยชาในมือแน่นจนเนื้อกระเบื้องแตกร้าวเป็นรอยแยก ของเหลวสีชาอุ่นๆ ไหลผสมกับหยดโลหิตสีแดงฉานหยดลงบนพื้นพรม ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรีที่กำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมจวนอ๋อง
เซียวจิ่นหานค่อยๆ หันกลับมามองสตรีตรงหน้า ชายหนุ่มแค่นยิ้มเย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นเต็มไปด้วยความกระหายที่จะครอบครองและทำลายล้างในคราเดียวกัน
"อภิเษกกับรัชทายาทอย่างนั้นหรือ... หึ เจ้าคิดจะหนีมือข้าไปเป็นชายาของไอ้เด็กอมมือคนนั้นงั้นรึ มู่หรงชิง? ฝันไปเถอะ!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะคะ
บัลลังก์ไร้ครอง สองใจลวงหยั่งรัก•ตอนที่ 4
กับดักหมากในจวน
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์ไร้ครอง สองใจลวงหยั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!