กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาที่ลอยอวลอยู่ในตำหนักบูรพาไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่กลับหนักอึ้งเสียจนแม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังฟังดูคล้ายเสียงคำรามแผ่วเบาของสัตว์ป่าที่กำลังรอตะครุบเหยื่อ
มู่หรงชิงนั่งหลังตรงอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์แดง แสงเทียนสีส้มวับแวมทอดเงาร่างของนางให้ทาบทับลงบนฉากกั้นลายปัก นัยน์ตาดอกบัวคู่นั้นกวาดมองเครื่องประดับทองคำโบราณชิ้นหนึ่งในมืออย่างพินิจพิจารณา ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมปลอกเล็บทองคำลงยาจงใจลูบไล้ไปตามลวดลายสลักเสลาอันวิจิตรบนกิ่งก้านของกำไลทองลายหงส์คู่ประดับมุก น้ำหนักของทองคำเนื้อดีชิ้นนี้เย็นเฉียบ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบไม่ใช่ความล้ำค่าของมัน หากเป็นรอยขูดขีดขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้กลีบดอกเหมยสลักบริเวณข้อต่อ
รอยตำหนินี้… นางจำมันได้แม่นยำ
มันคือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่บิดาผู้ล่วงลับ — ปรมาจารย์ช่างหลวงมู่หรง— ทิ้งไว้เป็นรหัสลับบนผลงานทุกชิ้นที่หลอมขึ้นเพื่อราชสำนักในวาระพิเศษ รอยขีดสามเส้นสั้นสลับยาวที่มุมขวาของลายดอกไม้ คือสัญลักษณ์เตือนภัยที่บิดาเคยสอนไว้เมื่อครั้งที่ตระกูลมู่หรงยังรุ่งโรจน์ และมันคือเบาะแสชิ้นสำคัญชิ้นแรกที่ยืนยันว่า การตายของบิดาเมื่อสี่ปีก่อนหาใช่ 'อุบัติเหตุไฟไหม้คลังหลวง' ตามที่ราชสำนักประกาศ หากแต่เป็นการฆาตกรรมอำพรางโดยฝีมือของคนผู้เดียว… คนที่กำลังกุมอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในท้องพระโรงในยามนี้อย่างเสนาบดีหลี่กงกง
"เจ้าพบร่องรอยที่ตามหาแล้วกระนั้นหรือ"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบข้างหู ดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง พร้อมกับร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทของเซียวจิ่นหานที่ก้าวออกมาจากเงาของเสาไม้ จิ่นอ๋องผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลัก แต่แววตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงราวกับภูตผี พระองค์หยุดยืนอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ที่นางนั่ง กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังและกลิ่นอายสนธยาโชยปะทะนาสิกจนมู่หรงชิงต้องสูดลมหายใจลึกเพื่อตั้งสติ
"ท่านอ๋องทรงลอบเข้ามาทางหน้าต่างอีกแล้วนะคะ เกรงว่าราชbüroครรภ์ของพระองค์จะทรงงานหนักเกินไปจนลืมธรรมเนียมของบุรุษสูงศักดิ์ไปเสียสนิท" มู่หรงชิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มือยังคงถือคีมทองคำคีบกำไลชิ้นนั้นไว้มั่น
เซียวจิ่นหานมิได้ถือสาคำเย้าแหย่เจือการประชดประชันนั้น พระองค์โน้มพระวรกายลงมาเล็กน้อย จนพระพักตร์อยู่ห่างจากใบหูขาวผ่องของนางเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเส้นขนบน
skin ลุกชัน พระองค์ทอดพระเนตรมองกำไลทองในมือของนางผ่านเงาสะท้อนในกระจกทองเหลือง "ของชิ้นนั้นมาจากห้องสมบัติส่วนตัวของหลี่กงกง ข้าต้องใช้เวลาถึงสามเดือนในการสับเปลี่ยนมันออกมาให้เจ้า... หวังว่าคำตอบที่เจ้าจะได้จากมัน จะคุ้มค่ากับการที่ข้าต้องเอาหัวเข้าไปเสี่ยงในดงพยัคฆ์"
มู่หรงชิงชำเลืองมองพระพักตร์ด้านข้างของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘หมากตัวอันตรายที่สุด’ ในกระดานการเมืองนี้ ปลายจ้องมองสันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากที่ปิดสนิทเป็นเส้นตรง นางรู้ดีว่าเซียวจิ่นหานมิได้ทำสิ่งใดโดยปราศจากผลประโยชน์ร่วม พระองค์ต้องการโค่นล้มหลี่กงกงเพื่อทวงคืนบัลลังก์ที่ควรเป็นของมารดาตน ส่วนนางต้องการล้างมลทินและทวงคืนชีวิตของบิดา—เราต่างเป็นคมมีดที่ต่างฝ่ายต่างลับให้กันและกัน เพื่อรอเวลาแทงทะลุหัวใจศัตรู
"คุ้มค่าแน่นอนเพคะ" มู่หรงชิงวางกำไลลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาสบพระเนตรกับเซียวจิ่นหานตรงๆ "รอยขีดบนกิ่งก้านนี้ ไม่เพียงแต่บอกว่าบิดาของหม่อมฉันไม่ได้กระทำความผิดฐานยักยอกทองคำหลวง แต่ภายในร่องรอยนี้… ยังมีการซ่อน ‘แผนผังลับ’ ของคลังอาวุธใต้ดินที่หลี่กงกงใช้สะสมกำลังพลกบฏไว้อีกด้วย"
พระเนตรคมกริบของจิ่นอ๋องไหววูบชั่วขณะ ความมืดมนดั่งห้วงมหาสมุทรในดวงตาคู่นั้นฉายประกายความอำมหิตพาดผ่านอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบอันผิดวิสัยของขันทีประจำตำหนักก็ดังขึ้นที่หน้าประตูก็ทำลายความเงียบลงทันที
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงแหลมสูงของขันทีสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ราชโองการด่วนจากท้องพระโรง… เสนาบดีหลี่นำทหารองครักษ์หลวงบุกมาปิดล้อมตำหนักบูรพาแล้วพ่ะย่ะค่ะ อ้างว่าได้รับรายงานลับว่ามี ‘โจรขโมยตราประทับหยกแผ่นดิน’ ซ่อนตัวอยู่ ณ ที่นี่พ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจิ่นหานไม่แม้แต่จะชายตากลับไปมองประตู พระองค์เหยียดยิ้มเยาะที่มุมพระโอษฐ์อย่างเลือดเย็น รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับอาบเคลือบด้วยยาพิษร้ายแรง
มู่หรงชิงสูดลมหายใจเข้าลึก นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ขณะที่มือเรียวเอื้อมไปหยิบกำไลทองชิ้นนั้นซ่อนไว้ในอกเสื้ออย่างแนบเนียน พร้อมกับที่ประตูไม้บานใหญ่ถูกกระแทกเปิดผางออกด้วยกำลังมหาศาล แสงคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาพร้อมกับร่างท้วมของหลี่กงกงที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยייהหยันราวกับผู้ชนะ
"ถวายบังคมเพคะท่านอ๋อง… ดูท่าทางค่ำคืนนี้ ของที่เราต่างคนต่างค้นหา คงจะต้องมาอยู่รวมกัน ณ ที่แห่งนี้เสียแล้วกระมังคะ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะคะ
บัลลังก์ไร้ครอง สองใจลวงหยั่งรัก•ตอนที่ 3
ร่องรอยในเครื่องทอง
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์ไร้ครอง สองใจลวงหยั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!