บัลลังก์ไร้ครอง สองใจลวงหยั่งรัก•ตอนที่ 2

หน้ากากของท่านอ๋อง

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายสุราหมักชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของตำหนักบูรพาเก่า รัญจวนจนชวนให้รู้สึกคลื่นไส้ มู่หรงชิงไม่ใส่ใจแม้กระทั่งปลายชายกระโปรงผ้าแพรปักลายเหมันต์ของนางจะเปรอะเปื้อนคราบฝุ่นหนาทึบ ปลายเท้าของนางก้าวผ่านธรณีประตูที่ผุพังเข้าไปอย่างเงียบเชียบดั่งเงาพราย ภายในห้องโถงกว้างที่ควรจะรกร้างไร้ผู้คน กลับปรากฏร่างสูงโปร่งของบุรุษผู้หนึ่งนั่งเอกเขนกอยู่บนตั่งไม้แกะสลักที่หักพังไปครึ่งแถบ อาภรณ์สีนิลสนิทหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยแผลเป็นอันเกิดจากคมดาบที่พาดผ่านผิวเนื้ออย่างน่ากลัว เส้นผมสีดำสนิทร่วงหล่นเคลียคลอลาดไหล่กว้างโดยปราศจากกวงผูกรั้ง ในมือเรียวยาวถือไหสุราหยกขาวที่พร่องน้ำไปกว่าครึ่ง "กล้าหาญ... หรือว่าโง่เขลากันแน่ พระชายาของข้า ถึงได้เดินเข้ามาในถ้ำเสือโดยไร้ซึ่งศาสตราวุธ" เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนเจือแอลกอฮอล์ดังลอดริมฝีปากที่ยกยิ้มเยาะหยัน เซียวจิ่นหานปรือตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นไม่ได้มีเค้าลางของความเมามายไร้สติหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันสุกสกาวและวับวามด้วยประกายอันตราย ยามที่เขากวาดสายตาสำรวจเรือนร่างระหงของนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มู่หรงชิงหยุดยืนห่างจากเขาเพียงสามก้าว นางมิได้แสดงความหวาดกลัวหรือถอยร่นแม้แต่น้อย ใบหน้ารูปไข่ยังคงเรียบเฉยราਤแกะสลักจากหยกน้ำแข็ง ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพแวดล้อมเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะตวัดกลับมาประสานสายตากับจิ่นอ๋องผู้ลือชื่อว่าบ้าคลั่งและสำราญเสเพล "หม่อมฉันเพียงแต่มารับฟังพระราชดำรัส... ว่าเหตุใด 'พระสวามี' ของหม่อมฉัน ถึงต้องแสร้งทำเป็นสุนัขจนตรอกทั้งที่ในมือยังกุมกองกำลังทหารม้าเกราะเหล็กแคว้นเป่ยไว้ครึ่งหนึ่ง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับคมกริบราศัสตราที่กรีดแทงผ่านความเงียบงัน เซียวจิ่นหานชะงัก รอยยิ้มมุมปากแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำจะหลุดลอดออกมาจากลำคอ ดวงตาคู่นั้นหรี่แคบลงอย่างพิจารณา บุตรีของอดีตช่างหลวงผู้นี้ ช่างสร้างความประหลาดใจให้เขาครั้งแล้วครั้งเล่า นางไม่เพียงแต่รอดพ้นจากแผนการปลิดชีพในคืนอภิเษกมาได้ ทว่ายังอ่านเกมการเมืองในราชสำนักทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าขุนนางเฒ่าบางคนเสียอีก ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ความเร็วนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงอาการเมามายแม้แต่น้อย กลิ่นอายกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง จิ่นอ๋องก้าวเข้าไปประชิดร่างบางอย่างคุกคาม ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นสุราปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียนนุ่มของนาง "เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว... มู่หรงชิง" เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยอันตราย "สตรีที่ฉลาดมักจะมีอายุไม่ยืนยาว... เจ้าไม่กลัวหรือว่าข้าจะเด็ดคอระหงของเจ้าทิ้งเสียตรงนี้?" มู่หรงชิงเอียงคอหลบเล็กน้อย ทว่าแววตาหาได้หวั่นไหว นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นจนลมหายใจแทบจะหลอมรวมเป็นสายเดียวกัน "หากท่านอ๋องต้องการสังหารหม่อมฉัน คงไม่เสียเวลาปูทางให้หม่อมฉันเดินมาถึงตำหนักนี้ด้วยซ้ำเพคะ" นางเอ่ยตอบอย่างไม่เกรงกลัว ปลายเรียวลิ้นแตะริมฝีปากที่แห้งผากเล็กน้อย "อีกอย่าง... คนที่สูญสิ้นทุกอย่างจนต้องเอาชีวิตมาแขวนไว้บนเส้นด้ายเช่นหม่อมฉัน ย่อมไม่มีสิ่งใดให้ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกัน เซียวจิ่นหานจ้องมองใบหน้างดงามที่ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด หัวใจที่ด้านชาและเต็มไปด้วยความแค้นมาเนิ่นนาน กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงโดยไร้สาเหตุ นางเป็นดั่งภาพวาดพู่กันจีนที่งดงามทว่าเปี่ยมด้วยพิษร้าย ชวนให้หลงใหลและอยากทำลายไปพร้อมๆ กัน มุมปากของจิ่นอ๋องยกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ มือหนาเอื้อมไปคว้าปลายคางมนของนางไว้ด้วยความรุนแรงพอประมาณ บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากเขา "ดี... ในเมื่อเจ้ากล้าเดิมพันถึงเพียงนี้" เขากล่าวเสียงพร่า แววตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ดั่งพญาเหยี่ยวที่พบเหยื่อถูกใจ "เช่นนั้นเรามาดูกันว่า ระหว่างหัวใจของเจ้ากับบัลลังก์มังกรภายใต้หลุมศพของฮ่องเต้... สิ่งใดจะแตกสลายก่อนกัน" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นกะทันหันที่ด้านนอกตำหนักร้าง ร่างเงาขององครักษ์เงาคนหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเซียวจิ่นหานด้วยท่าทีตื่นตระหนก หยดเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์เงารายงานด้วยเสียงสั่นเครือ "ราชโองการลับจากท้องพระโรง... มีพระบรมราชโองการด่วนให้ประหารชีวิตตระกูลมู่หรงที่เหลือรอดทั้งหมดในทันที และ... และส่งป้ายอาญาสิทธิ์โลหิตมาให้พระองค์เป็นผู้ลงมือด้วยพระองค์เองพ่ะย่ะค่ะ!" เซียวจิ่นหานชะงัก นัยน์ตาคู่นคมกริบตวัดกลับไปมองร่างบางในอ้อมแขนทันที ขณะที่มู่หรงชิงซึ่งควรจะแสดงอาการตื่นตระหนก กลับเพียงแค่หลุบตาลงต่ำ รอยยิ้มเยือกเย็นและลึกล้ำราวกับล่วงรู้เหตุการณ์ทั้งหมดล่วงหน้า ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางอย่างช้าๆ "ดูเหมือนว่า... หมากกระดานนี้ จะเดินมาถึงตาที่สนุกที่สุดแล้วกระมังเพคะ... พระสวามี" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์ไร้ครอง สองใจลวงหยั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%