"หากพวกเจ้ายังคงมัวแต่กังวลเรื่องการขนส่งอาหารถึงชายแดน เกรงว่าหัวของพวกเจ้าคงจะต้องหลุดจากบ่าก่อนที่หิมะแรกจะโปรยลงมาเสียอีก!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันต์ฤดูของเสนาบดีหลี่กงกงดังลอดผ่านรอยแยกของฉากกั้นลายปักไหมทองคำ ภายในห้องทรงอักษรส่วนตัวที่ควรจะเป็นเขตหวงห้าม มู่หรงชิงซ่อนกายอยู่หลังม่านโปร่งบาง กลิ่นธูปกำยานราคาแพงคละคลุ้งกลบกลิ่นอายความอับชื้นของแผนการชั่วร้ายที่กำลังถูกถักทอขึ้นในความมืด
ร่างระหงในชุดนางกำแพงชั้นผู้น้อยนิ่งค้างดั่งรูปสลัก นางผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างแผ่วเบาที่สุด ประหนึ่งเกรงว่าเสียงชีพจรของตนเองจะดังเกินไปจนทำลายความเงียบงันอันเปราะบางนี้ นิ้วเรียวภายใต้แขนเสื้อกว้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ ความแค้นที่ฝังรากลึกอยู่ในใจตลบอบอวลขึ้นมาดั่งควันไฟใต้พรม นัยน์ตาดอกบัวคู่นั้นกวาดมองผ่านช่องว่างของลวดลายปัก เห็นเงาร่างของขุนนางกังฉินกำลังกางแผนที่ทางยุทธศาสตร์แผ่นใหญ่บนโต๊ะไม้จันทน์หอม
"เรียนใต้เท้า... กองกำลังสามหมื่นนายที่แอบซ่องสุมไว้แถบภูเขาซีซาน ตอนนี้เสบียงกรังและอาวุธยุทโธปกรณ์ถูกลำเลียงเข้าคลังลับเรียบร้อยแล้วขอรับ แต่ทว่า..." เสียงรายงานของขุนนางชั้นผู้น้อยผู้หนึ่งขาดห้วงไปคล้ายมีความหวาดกลัว
"ทว่าอะไร?" หลี่กงกงแค่น
"มีข่าวลือว่า... จิ่นอ๋องส่งสายสืบออกเคลื่อนไหวแถบชายแดนใต้ หากพวกเรายังเร่งรัดการสะสมกำลังพลไม่เร็วพอ เกรงว่า..."
"เหลวไหล!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นจนกาน้ำชาหยกขาวสั่นสะเทือน หลี่กงกงแค่นหัวเราะด้วยความดูแคลน "จิ่นอ๋องผู้นั้นเป็นเพียงสุนัขจนตรอกที่วันๆ เอาแต่ดื่มสุรานารีในจวนอ๋อง องค์ฮ่องเต้ทรงอ่อนแอและไว้ใจข้า ย่อมไม่มีทางระแคะระคายเรื่องนี้เด็ดขาด พวกเจ้าจำไว้... หากการซ่องสุมกองกำลังครั้งนี้สำเร็จ เมื่อใดที่องค์รัชทายาทเสด็จขึ้นครองราชย์ บัลลังก์นี้ย่อมอยู่ในกำมือของเรา!"
หัวใจของมู่หรงชิงกระตุกวูบ สามหมื่นนาย! มิใช่เพียงแค่กองกำลังส่วนตัวเพื่อปกป้องตระกูลขุนนาง แต่เป็นการซ่องสุมเพื่อเตรียมการกบฏอย่างแท้จริง! ภาพโศกนาฏกรรมในอดีตที่ตระกูลมู่หรงถูกใส่ร้ายป้ายสีจนต้องล่มสลาย วนกลับมาฉายชัดในห้วงนึกอีกครา หยาดน้ำตาแห่งความเคียดแค้นถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยสติปัญญา นางตระหนักดีว่าเวลานี้มิใช่เวลาแห่งการร่ำไห้ หากแต่นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะกระชากหน้ากากของเสนาบดีผู้เหิมเกริมผู้นี้ลงมาได้
ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง สัมผัสอุ่นร้อนอันคุ้นเคยก็โอบกอดเข้าที่เอวบางอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ กลิ่นอายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นหอมของไม้กฤษณาและเหล้าหมักชั้นดีลอยแตะจมูก ก่อนที่ร่างของนางจะถูกดึงเข้าไปหลบในมุมอับหลังเสาต้นใหญ่ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วแข็งแกร่งที่แตะลงบนริมฝีปากของนางเพื่อห้ามปรามไม่ให้ส่งเสียง
มู่หรงชิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับกลับไปหมายจะสะบัดอาวุธลับออกจู่โจม แต่กลับต้องชะงักงันเมื่อสบเข้ากับดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีที่พราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ เซียวจิ่นหาน... จิ่นอ๋องผู้ที่หลี่กงกงเพิ่งจะเหยียดหยามว่าเป็นเพียงสุนัขจนตรอก บัดนี้กลับมายืนอยู่เบื้องหลังนางในระยะประชิด
พระองค์แย้มพระสรวลน้อยๆ แววพระเนตรคู่นั้นสื่อความหมายลึกซึ้งระคนขบขัน ทรงโน้มพระพักตร์ลงมาจนริมฝีปากหยักลึกแทบจะแนบชิดกับใบหูของนาง แล้วเอื้อนเอยด้วยกระแสเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยสั่นสะท้อน
"พระชายาของเปิ่นหวัง... ดำเนินแผนการใหญ่เช่นนี้ เหตุใดจึงไม่ยอมบอกกล่าวสามีผู้ไร้ประโยชน์ผู้นี้เล่า?"
ยังไม่ทันที่มู่หรงชิงจะได้ทันตั้งตัวหรือเอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ประตูห้องทรงอักษรเบื้องหน้าก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบที่กรูเข้ามาล้อมรอบพื้นที่บริเวณนั้นไว้ทั้งหมด!
"ใครอยู่ตรงนั้น! จับตัวคนแอบฟังไว้!"
ดอกโบตั๋นพันปีจะรอนำเรื่องราวบทต่อไปมาฝากทุกท่านนะคะ
บัลลังก์ไร้ครอง สองใจลวงหยั่งรัก•ตอนที่ 8
เสียงกระซิบหลังม่าน
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์ไร้ครอง สองใจลวงหยั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!