กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและคราบเลือดแห้งกรังบนพื้นหินศิลาในคุกใต้ดินหลวง ช่างอบอวลจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ แม้ว่าฉลองพระองค์ชุดคลุมปักลายเมฆาห้าสีและด้ายทองคำของกู้หลิงเซียนจะได้รับการตัดเย็บอย่างประณีตปราณีตเพียงใด ทว่ามันก็มิอาจต้านทานความหนาเหน็บที่กัดเซาะเข้ามาถึงกระดูกดำได้เลย แสงตะเกียงน้ำมันพืชสั่นไหววับแวมสาดส่องเงาทอดยาวน่ากลัว
บนพื้นหินเย็นเยียบเบื้องหน้า ร่างของ 'อาเฉิง' ผู้เป็นทั้งองครักษ์เงาและสหายร่วมเป็นร่วมตายที่นางชุบเลี้ยงมาเนิ่นนาน กำลังคุกเข่าอยู่ด้วยท่าทางที่มั่นคง แต่วับแววในดวงตาคู่นั้นกลับระคนไปด้วยความสำนึกผิดและความเด็ดเดี่ยวอย่างถึงที่สุด
"เจ้ายังมีสิ่งใดจะแก้ตัวอีกหรือไม่ อาเฉิง"
สุ้มเสียงของกู้หลิงเซียนราบเรียบเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปี แต่หากผู้ใดได้สดับฟังอย่างลึกซึ้ง ย่อมสัมผัสได้ถึงรอยร้าวรานอันเปราะบางที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาดอกบัวคู่นั้น นางมิใช่สตรีใจจืดใจดำ ทว่าในยามที่หมากกระดานนี้เดิมพันด้วยชีวิตของคนนับแสนในกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ความเมตตาเพียงน้อยนิดคือยาพิษที่จะแว้งกลับมาสังหารพวกนางเอง
อาเฉิงเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มขื่นขมปรากฏขึ้นที่มุมปาก เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากของเขาเนื่องจากถูกทรมานด้วยทัณฑ์สถานเบื้องสูงมาก่อนหน้านี้
"นายหญิง... บ่าวไม่มีสิ่งใดแก้ตัว แผนผังค่ายกลค่ายทหารแปดทิศที่ส่งให้หน่วยข่าวกรองของฮ่องเต้เฉินหลง... เป็นบ่าวเองที่เป็นคนขโมยมันไป"
คำสารภาพนั้นดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันของคุกใต้ดิน ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ กู้หลิงเซียนหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกดกลั้นความเจ็บปวดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก มือเรียวภายใต้แขนเสื้อกว้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้า2เนื้อเยื่อฝ่ามือ แม้แต่นางเองก็ยังนึกไม่ถึงว่าคนที่หนอนบ่อนไส้จะเป็นเงาที่ติดตามนางมานานปี
"เพราะเหตุใด..." เสียงของนางแทบกระซิบ ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีด "ข้าให้เจ้าได้ทุกอย่าง เงินทอง เกียรติยศ หรือแม้แต่อิสรภาพ เหตุใดจึงเลือกเส้นทางนี้ เส้นทางที่นำพาความพินาศมาสู่พวกเราทุกคน"
"เพราะมารดาของบ่าว... อยู่ในกำมือของขันทีฝ่ายใน" อาเฉิงแค่นหัวเราะด้วยความสมเพชตัวเองหยาดน้ำตาแห่งลูกผู้ชายร่วงหล่นปะปนกับคราบเลือด "ฮ่องเต้ทรงใช้ชีวิตของนางเป็นตัวประกัน บ่าวไม่มีทางเลือก... นายหญิง โปรดลงทัณฑ์บ่าวด้วยเถิด ขอให้ความตายครั้งนี้ ล้างมลทินความอกตัญญูที่บ่าวมีต่อท่าน"
ภายในความมืดสลัวของมุมเสา ฉินจื่อเหยียน ท่านอ๋องผู้เกรียงไกรและแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ก้าวออกมาจากเงาด้วยท่าทีสง่างามน่าเกรงขาม อาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรทะยานเมฆาขับเน้นให้รัศมีแห่งอำนาจของเขารุนแรงเสียดฟ้า ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองบ่าวผู้ทรยศด้วยความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง
"ความตายนั้นง่ายดายเกินไปสำหรับผู้ทรยศ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ "การกระทำของเจ้า ทำให้อาหารและอาวุธสำรองของกองทัพเกือบถูกทำลายล้าง ทหารหาญในแนวหน้าต้องเอาชีวิตไปทิ้ง หากเราละเว้นโทษตายให้เจ้า ความยุติธรรมของค่ายทหารจะเอาไปไว้ที่ไหน"
กู้หลิงเซียนลืมตาขึ้น แววตาที่เคยไหวระริกกลับคืนสู่ความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก นางเข้าใจดีว่าในฐานะกุนซือและแม่ทัพ พวกเขาไม่มีสิทธิ์แสดงความอ่อนแอ ความเฉียบขาดคือเครื่องมือเดียวที่จะปกป้องกองทัพนี้ไว้ได้
นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายผ้าไหมปักดิ้นเงินสะท้อนแสงไฟวับแวว นางเดินเข้าไปใกล้อาเฉิงที่คุกเข่าอยู่ ช้าๆ หยิบกริชทองคำเล่มงามที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมา แล้ววางลงตรงหน้าเขาด้วยมือที่มั่นคง แม้ปลายนิ้วจะเย็นเฉียบราวน้ำแข็งก็ตาม
"อาเฉิง เจ้าติดตามข้ามาเจ็ดปี เจ้าคือมือขวาที่ข้าไว้วางใจที่สุด" กู้หลิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย แต่มั่นคง "ในเมื่อความผิดพลาดนี้ได้ทำลายความไว้วางใจทั้งหมดลงแล้ว ข้าไม่อาจปล่อยให้ผู้ใดมาประหารชีวิตมือขวาของข้าด้วยมือของคนนอกได้... จงใช้กริชเล่มนี้ ชำระหนี้ชีวิตให้แก่แผ่นดินและพี่น้องทหารหาญด้วยตัวของเจ้าเองเถิด"
อาเฉิงมองกริชทองคำตรงหน้า นัยน์ตาไหวระริกด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสำนึกผิด ซาบซึ้ง และโล่งใจ เขาโขกศีรษะคำนับกู้หลิงเซียนสามครั้งติดๆ กันจนเกิดเสียงดังสนั่นบนพื้นหิน
"ขอบคุณนายหญิงที่เมตตา... ขอบคุณท่านอ๋อง..."
เสียงคมกริชกระทบอากาศเพียงเสี้ยววินาที ตามมาด้วยเสียงโลหิตหยดลงกระทบพื้นหินดังกังวานเป็นจังหวะสุดท้าย กู้หลิงเซียนยังคงยืนนิ่งตรงดั่งต้นสนกลางพายุ หันหลังให้ภาพอันน่าสลดนั้น ปล่อยให้หยดน้ำตาหยดหนึ่งรินไหลผ่านพวงแก้มเนียนเงียบเชียบ ก่อนจะถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความเยือกเย็นอันเป็นเกราะคุ้มAกัน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจมดิ่งลงสู่ความโศกเศร้า เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงหอบหายใจขององครักษ์หน้าคุกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างที่พุ่งเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านอ๋อง! กุนซือ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
องครักษ์ผู้นั้นประสานมือคำนับด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ยื่นม้วนราชโองการสีทองประทับตราหยกแท้สั่นระริกมาเบื้องหน้า
"ม้าเร็วด่วนจากเมืองหลวง... ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการลับฉบับใหม่... สั่งปลดท่านอ๋องจากตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ และ... และมีรับสั่งให้จับกุมตัวกุนซือหลิงเซียนในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ ไปดำเนินคดีที่เมืองหลวงทันทีพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับไป๋เหลียนฮวาค่ะ
แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 24
การตัดสินใจที่เจ็บปวด
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!