กลิ่นกำยานหอมกรุ่นกลิ่นไม้จันทน์ขาวผสมมวลพฤกษาเหมันต์ลอยวนอยู่เบื้องพระพักตร์ในค่ำคืนที่ลมหนาวพัดกรรโชกจนบานหน้าต่างไม้แกะสลักลวดลายเมฆมงคลสั่นไหวระรัว กู้หลิงเซียนมิได้ใส่ใจความหนะยะเยือกของสายลมภายนอกที่กัดกินผิวกาย ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหยกของนางกำลังจรดพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนแผ่นกระดาษซวนจื่อสีนวลอย่างมั่นคง ตัวอักษรพู่กันจีนตวัดลากเส้นสายพริ้วไหวรากับมังกรทะยานเล่นคลื่น ทว่าในใจของนางกลับปั่นป่วนยิ่งกว่ากระแสน้ำในลำน้ำฮวงโห
เอกสารลับจากหน่วยข่าวกรองค่ายทหารบูรพาบ่งชี้ชัดเจน ฮ่องเต้เฉินหลงทรงลงพระนามในราชโองการลับสีชาดแล้ว เตรียมส่งทหารหลวงสามหมื่นนายเข้าปิดล้อมหุบเขาอวี้หลิงในคืนวันเพ็ญนี้เพื่อตัดหัวใจมังกร—ตัดแขนขาของท่านอ๋องฉินจื่อเหยียน
"เจ้ายังคงฝืนทนแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าเรียวคู่นั้นเพียงลำพังอีกแล้วสินะ... กู้หลิงเซียน"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มยามค่ำคืนดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดของเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกคลุมทับลงบนไหล่บอบบางอย่างทะนุถนอม กลิ่นอายบุรุษเฉพาะตัวอันคุ้นเคย—กลิ่นสนป่าและโลหะดาบจางๆ แผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมกายนางไว้จนมิดชิด
หลิงเซียนชะงักปลายพู่กันเล็กน้อย นางมิได้เงยหน้าขึ้นทันที ทว่ากลับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในทรวงอก
"ท่านอ๋องดึกดื่นป่านนี้แล้ว เหตุใดยังไม่
"หากเปิ่นหวางยังมัวแต่หลับใหลอยู่ในกระโจมพำนัก คงจะได้ยินข่าวว่ากุนซือคู่พระทัยของตนเองกระอเลือดตายเพราะโหมงานหนักจนธาตุไฟเข้าแทรกไปเสียก่อน" ฉินจื่อเหยียนเอ่ยแทรกขึ้น น้ำเสียงของเขาเจือแววขบขันแกมดุดัน ทว่าดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวสวรรค์กลับทอดมองนางด้วยความห่วงใยล้ำลึกที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นมาเนิ่นนาน
เขาก้าวเข้ามาประชิดด้านหลัง กลิ่นอายบุรุษที่ทรงอำนาจทำให้นางรู้สึกราวกับถูกขាំងอยู่ในอาณาจักรของเขา
"แผนการลอบสังหารในคืนวันเพ็ญ... พระองค์ทรงทราบแล้วใช่หรือไม่คะ" หลิงเซียนตัดสินใจวางพู่กันลง หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาดอกท้อคู่สวยสบประสานกับดวงเนตรคมเข้มอย่างไม่หลบเลี่ยง
ฉินจื่อเหยียนยิ้มเยาะที่มุมพระโอษฐ์ รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมดั่งปีศาจสงคราม "หึ... เฉินหลงคิดตื้นเขินเกินไป คิดว่าการส่งสุนัขรับใช้มาลอบกัดในเงามืด จะสามารถสั่นคลอนบัลลังก์ที่เปิ่นหวางปกป้องด้วยหยาดเลือดได้หรือ"
เขายื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบมาตลอดชีวิตไล้เบาๆ บนพวงแก้มเนียนนุ่มของนางอย่างเผลอไผล ความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าขอบเขตของนายเหนือหัวและข้าราชบริพารทำให้ลมหายใจของหลิงเซียนสะดุดกึก นางรู้สึกราวกับผิวเนื้อถูกไฟลน แม้ว่าอากาศรอบกายจะหนาวยะเยือกเพียงใดก็ตาม
"ท่านอ๋อง... โปรดสำรวมด้วยค่ะ" นางเอ่ยเตือนเสียงแผ่วเบา พยายามถอยหลังหนีสัมผัสที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ทว่าฉินจื่อเหยียนหาได้ยอมปล่อยไม่ แขนแกร่งข้างหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ แรงดึงดูดมหาศาลทำให้นางเซเข้าปะทะกับแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งดั่งกำแพงเหล็ก เสียงหัวใจของเขาเต้นรัวเป็นจังหวะหนักแน่นอยู่ภายใต้ชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทอง
"สำรวมหรือ? เปิ่นหวางประคับประคองเจ้าอยู่ในใจมาเนิ่นนาน ไยต้องมาคอยระวังพิธีรีตองกับสตรีที่ข้าพร้อมจะแลกด้วยลมหายใจเล่า" น้ำเสียงของเขาพร่าต่ำลง นัยน์ตาค้มกริบทอประกายความร้อนแรงระอุขึ้นในความมืด
กู้หลิงเซียนเบิกตากว้างเล็กน้อย ความชาหนบลามเลียไปทั่วร่าง สมองที่เคยปราดเปรื่องและคำนวณหมากกลการเมืองมานับร้อยพันกลับว่างเปล่าลงในชั่วพริบตา เมื่อใบหน้าคมคายดั่งเทพเซียนสงครามโน้มต่ำลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้ม
ความใกล้ชิดที่สะสมมานานแรมปีผ่านคู่อริในสนามรบ สู่สหายร่วมรบ และท้ายที่สุดคือดวงใจที่ผูกพันกันด้วยห้วงเวลาแห่งความเป็นความตาย บัดนี้มันได้พังทลายกำแพงความเยือกเย็นที่นางสร้างขึ้นเพื่อป้องกันหัวใจที่เคยแตกสลายจนหมดสิ้น
"หลิงเซียน..." เขาสบถชื่อนางแผ่วเบาราวกับร่ายมนตร์ ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มของนางอย่างนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นและเปี่ยมด้วยความโหยหา
ความหวานล้ำที่หลอมละลายความหนาวยะเยือกของคืนเหมันต์ทำให้ดวงตากลมโตของนางค่อยๆ หลับพริ้มลง มือเรียวที่เคยกำพู่กันแน่น บัดนี้เปลี่ยนเป็นกำเสื้อคลุมบริเวณอกของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ลำดับขั้นขุนนาง หรือแม้แต่เงาของฮ่องเต้ผู้บ้าคลั่ง ต่างมลายหายไปสิ้น คงเหลือเพียงสัมผัสแห่งความรักอันลึกซึ้งที่โอบล้อมทั้งสองดวงวิญญาณไว้ในอ้อมกอดเดียว
ท่ามกลางเงาดำแห่งการแย่งชิงบัลลังก์และคมดาบที่รอวันปลิดชีพ ความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันกลับร้อนแรงและมั่นคงดั่งหินผา ยากที่จะมีสิ่งใดสั่นคลอนได้อีกต่อไป
ฉินจื่อเหยียนกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการหลอมรวมร่างของนางให้เป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจเขา ขณะที่หลิงเซียนเองก็ยอมจำนนต่อหัวใจตนเองเป็นครั้งแรกในชีวิต ปล่อยให้ความอบอุ่นนี้เยียวยารอยแผลเป็นในอดีตทั้งหมด
ทว่า... ในวินาทีที่ความหอมหวานกำลังแผ่ซ่านถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบเบื้องนอกประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วดั่งห่าฝน
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์เอกดังทะลุเข้ามา "กองกำลังทหารหลวงสามหมื่นนาย บุกทะลวงผ่านค่ายกลด่านแรกเข้ามาถึงหน้าประตูตำหนักแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และ... และพวกมันถือราชโองการประหารชีวิตด่วน พร้อมตราประทับหยกประจำพระองค์!"
ฉินจื่อเหยียนชะงักฝีปากเล็กน้อย เขายังคงโอบกอดร่างของกู้หลิงเซียนไว้ในวงแขน ทว่าดวงเนตรคมกริบกลับหันขวับไปมองบานประตูไม้ที่สั่นไหวด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนน่าสะพรึงกลัว
หลิงเซียนลืมตาขึ้น สติสัมปชัญญะทั้งหมดกลับคืนมาในเสี้ยววินาที นางก้มลงมองกระดาษรายชื่อแม่ทัพกบฏที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับท่านอ๋อง
ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นเหนือเสียงฝีเท้าของทหารหลวง เป็นเสียงที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้ยิน ณ ที่แห่งนี้
"ฮ่าๆๆ... ท่านอ๋องผู้เกรียงไกร ช่างสวีทกันเสียจริงนะพ่ะย่ะค่ะ... แต่เกรงว่า งานเลี้ยงอภิเษกของท่าน คงต้องเปลี่ยนเป็นงานศพหมู่เสียแล้วกระมัง"
ร่างของบุรุษในชุดขันทีชั้นสูงผู้กุมอำนาจตัวจริงในวังหลวงก้าวเท้าพ้นเงาความมืดเข้ามาในห้อง พร้อมกับในมือที่ชูถ้วยชาเคลือบกระเบื้องสีเขียวหยก ซึ่งส่งกลิ่นหอมหวานของพิชาสวรรค์—ยาพิษไร้ลักษณ์ที่ต่อให้เป็นเซียนก็ไม่รอดชีวิต!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านค่ำคืนอันหนาวยะเยือกนี้ไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 25
อ้อมกอดในคืนหนาว
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!