เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของพญาอัคคี แสงประกายไฟจากการปะทะของคมดาบสาดสว่างวาบขึ้นในความมืดมิดของราตรี กลิ่นอายคาว
โลหะและไอพิษจากปลายลูกศรคละคลุ้งไปทั่วกระโจมบัญชาการหลัก ทว่าท่ามกลางห้วงเวลาแห่งความเป็นความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย กู้หลิงเซียนกลับมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
ดวงตากลมโตคู่คมกริบดั่งหงส์กวาดมองเงาร่างนับสิบที่พุ่งทะยานทะลุม่านกระโจมเข้ามาด้วยความเร็วสูง ร่างอรชรในชุดอาภรณ์สีเทาเข้มสะบัดน้อยๆ นางเบี่ยงกายหลบคมธนูอาบยาพิษที่เฉียดผ่านปลายจมูกไปเพียงกระเบียดนิ้ว ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวสวยจะดีดเข็มเงินซัดสวนกลับออกไปในความมืด เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมกับร่างของมือสังหารคนหนึ่งที่ทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีดำคล้ำไหลนองซึมผืนพรมทอ
ลายวิจิตร
"อารักขา!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของฉินจื่อเหยียนดังขึ้นดั่งเสียงคำรามของพญาพยัคฆ์ กายกำยำในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยดิ้นทองขยับวูบเพียงครั้งเดียว ดาบยาวประจำกายที่ถูกชักออกจากฝักอย่างรวดเร็วก็ตวัดวาดออกเป็นวงโค้งประกายแสงสีเงินยวง ร่างของมือสังหารที่พุ่งเข้ามาหมายปลิดชีพเขาถูกแรงปะทะอันมหาศาลซัดกระเด็นทะลุม่านกระโจมออกไปอย่างไร้การต่อ抗
นี่ไม่ใช่การลอบสังหารธรรมดา... แต่เป็นแผนการที่ถูกวางไว้เพื่อ "ล่อหลอก" ให้ศัตรูภายในเผยหางออกมาต่างหาก
กู้หลิงเซียนลอบผ่อนลมหายใจยาวนาน นางขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว ยืนพิงแผ่นอกกว้างของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นที่ตอนนี้ขยับเข้ามาโอบประคองเอวบางของนางไว้ด้วยมือข้างหนึ่งอย่างมั่นคง แม้สถานการณ์รอบด้านจะชุลมุนวุ่นวายและเต็มไปด้วยคมหอกคมดาบ ทว่าอ้อมแขนของบุรุษผู้นี้กลับสร้างความอบอุ่นและมั่นคงราวกับมีขุนเขาคอยค้ำจุน
"เจ้ารู้สึกตัวเร็วกว่าที่ข้าคิด... หลิงเอ๋อร์" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่านเส้นผมสีดำขลับที่คลอเคลียอยู่ตรงต้นคอ
"ฝ่ามือของหม่อมฉันไม่ได้อ่อนด้อยถึงเพียงนั้นเพคะ ท่านอ๋อง" กู้หลิงเซียนเอابเสียงเรียบ ทว่าริมฝีปากบางเฉียบกลับแย้มยิ้มเยือกเย็น "อีกอย่าง... คนกลุ่มนี้ไม่ได้มุ่งเป้ามาที่ชีวิตของเราแต่แรก"
ฉินจื่อเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหนุ่มกวาดมองกระบวนท่าและการเคลื่อนไหวของเหล่ามือสังหารที่บุกเข้ามา พวกมันไม่ได้ใช้กระบวนท่าของโจรป่าหรือนักฆ่ารับจ้างทั่วไป แต่เป็น "ค่ายกลเงาพสุธา" ซึ่งเป็นกระบวนท่าลับเฉพาะของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรในวังหลวง!
หมากตานี้... ฮ่องเต้เฉินหลงทรงจงใจส่งคนมาเพื่อทดสอบความภักดี หรือต้องการเก็บกวาดพยานปากเอกที่อาจล่วงรู้แผนการลับระหว่างชายแดนกับราชสำนักกันแน่?
"ปล่อยให้พวกมันเข้ามาลึกอีกนิด" ฉินจื่อเหยียนเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความปรานี ดาบในมือตวัดรับกระบี่ของมือสังหารคนสนิทที่พุ่งเข้ามาแทงเข้าที่จุดตายอย่างแม่นยำ ก่อนจะหมุนตัวเตะเข้าที่ชายโครงของอีกฝ่ายจนกระเด็นไปกระแทกกับโต๊ะแผนที่จนพังยับเยิน
ภายในกระโจมบัญชาการเวลานี้เต็มไปด้วยความโกลาหล ทหารองครักษ์ด้านนอกเริ่มกรูกันเข้ามาล้อมรอบ แต่ฉินจื่อเหยียนกลับส่งสัญญาณมือห้ามปรามไว้เงียบๆ ปล่อยให้พวกมันบุกเข้ามาจนถึงใจกลางกระโจม ซึ่งเป็นจุดที่กู้หลิงเซียนได้โรยผงยา "รอยจันทรา" ไว้ล่วงหน้า
ผงยาชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น ทว่าเมื่อสัมผัสกับเหงื่อหรือไอร้อนจากร่างกายของมือสังหาร จะทำให้ผิวหนังของพวกมันเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำอย่างช้าๆ ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ และที่สำคัญที่สุด... มันคือพิษชนิดเดียวกับที่ใช้ในบันทึกบัญชีลับของกรมคลังที่ฮ่องเต้ทรงเก็บงำไว้!
กู้หลิงเซียนมองดูมือสังหารคนที่แต่งกายรัดกุมที่สุด ซึ่งกำลังพยายามใช้กระบี่สั้นแทงทะลุผ่านม่านกั้นเข้ามา นางแสร้งทำเป็นเสียหลักล้มลงในอ้อมแขนของฉินจื่อเหยียน พร้อมกับแอบส่งสายตาให้ท่านอ๋องทำทีเป็นเพลี่ยงพล้ำ
ฉินจื่อเหยียนเข้าใจความนัยนั้นทันที พระองค์แสร้งทำเป็นกระอักเลือดคำโตออกมาเบาๆ ร่างกายเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายซีดเผือดลงอย่างแนบเนียน
"ท่านอ๋อง!" มือสังหารหัวหน้าหน่วยแอบลอบยิ้มเยาะในความมืด ดวงตาของมันฉายแววมีความสุขอย่างปิดไม่มิดเมื่อเห็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ มันเงื้อกระบี่ขึ้นสูงหมายจะปลิดชีพเป้าหมายสำคัญตามพระราชโองการลับ
ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะพุ่งเข้าหาเป้าหมายนั้นเอง
*เคร้ง!*
เสียงกระบี่ในมือของหัวหน้ามือสังหารกระเด็นหลุดจากมือด้วยแรงปะทะของเข็มเงินเล่มเล็กที่ซัดเข้ามาอย่างแม่นยำราวกับจับวาง กู้หลิงเซียนมิได้ล้มลงอย่างที่มันคิด ร่างบางดีดตัวขึ้นยืนอย่างสง่างาม ดวงตาดั่งหงส์ทอประกายเย้ยหยันขณะมองหน้ามือสังหารที่ตอนนี้ผิวหนังบริเวณลำคอเริ่มปรากฏรอยสีม่วงคล้ำขึ้นอย่างชัดเจน
"เจ้า... นังสารเลว!" มือสังหารผู้นั้นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มันรู้ตัวทันทีว่าตกหลุมพรางเสียแล้ว
"หน่วยองครักษ์เสื้อแพรแห่งต้าเฉิน... ฝ่าบาททรงลงทุนส่งคนสนิทระดับหัวกะทิมาไกลถึงค่ายทหารแดนเหนือ เพื่อจัดการกับข้าและท่านอ๋องเช่นนี้ ช่างทรงพระกรุณายิ่งนัก" กู้หลิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง
มือสังหารหน้าถอดสี มันพยายามจะกัดเม็ดยาพิษที่ซ่อนไว้ที่ฟันกรามเพื่อปลิดชีพตนเองตามกฎเหล็กของหน่วยองครักษ์ ทว่าฉินจื่อเหยียนกลับเร็วกว่า ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าไปประชิดตัวราวกับภูตผี ปลายนิ้วแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กบีบเข้าที่กรามของมันอย่างแรงจนต้องอ้าปากค้าง ก่อนจะกระชากเม็ดยาพิษออกจากปากมันโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี
"คิดจะตายต่อหน้าข้า... ง่ายเกินไปกระมัง" ฉินจื่อเหยียนแค่น
หัวเราะในลำคอ แววตาดุดรัวดั่งปีศาจร้ายในสนามรบ "กลับไปทูลฮ่องเต้ของเจ้า ว่าของขวัญที่ทรงส่งมา... ข้ารับไว้ด้วยความเต็มใจ และอีกไม่นาน... ข้าจะนำมันไปคืนพระองค์ด้วยตนเองถึงท้องพระโรง!"
สิ้นคำประกาศิตอันทรงพลัง ทหารองครักษ์นับร้อยนายด้านนอกก็กรูเข้ามาตรึงกำลังล้อมรอบกระโจมไว้อย่างแน่นหนา แสงคบเพลิงสว่างจ้าขับไล่ความมืดมิดของราตรีให้หมดสิ้นไป เผยให้เห็นสภาพความเสียหายภายในกระโจมที่กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม
กู้หลิงเซียนยืนเคียงข้างฉินจื่อเหยียน นางหยิบผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดคราบเขม่าควันและละอองเลือดที่เปื้อนปลายนิ้วอย่างใจเย็น สายตาทอดมองออกไปนอกค่ายทหารที่มืดมิด ท้องฟ้ายามนี้เริ่มปรากฏแสงสีเทาจางๆ ของรุ่งอรุณแห่งวันใหม่ ทว่าสงครามประสาทระหว่างราชสำนักและค่ายทหารหาญเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
ทว่า... ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย ทหารม้าเร็วผู้หนึ่งในชุดเกราะชุ่มโชกไปด้วยเลือดก็ควบม้าเข้ามาหยุดที่หน้ากระโจมบัญชาการอย่างเร่งรีบ ม้าสีดำหอบแฮกด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนที่ทหารผู้นั้นจะกลิ้งตกลงจากหลังม้า คลานเข้ามาหมอบกราบแทบเท้าของท่านอ๋องด้วยร่างอันสั่นเทา
"กราบทูลท่านอ๋อง! กุนซือ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ทหารนายนั้นละล่ำละลักละลานด้วยความตื่นตระหนก "พระราชโองการด่วนจากเมืองหลวง... เมืองหน้าด่านทางทิศประจิมถูกกองกำลังปริศนาเข้าตีแตกพ่ายแล้ว และตราประทับหยกประจำกองทัพ... ถูกส่งมาถึงมือแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินผู้เป็นสหายสนิทของฝ่าบาทแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ฉินจื่อเหยียนชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงทันที กู้หลิงเซียนที่ยืนอยู่ข้างกายพลันรู้สึกหนเหน็บที่ปลายนิ้วขึ้นมาวูบหนึ่ง สหายสนิทของฮ่องเต้... ผู้ที่กุมอำนาจกองกำลังทหารฝ่ายใต้ และเป็นคนเดียวที่รู้เส้นทางลับเข้าสู่ค่ายทหารแดนเหนือแห่งนี้!
มือบางที่ถือผ้าเช็ดหน้ากำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อตระหนักได้ว่าหมากตานี้ไม่ได้มีเพียงแค่ฮ่องเต้... แต่ยังมี "หนอนบ่อนไส้" อีกผู้หนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ลึกยิ่งกว่า และกำลังก้าวเข้ามาประชิดค่ายทหารแห่งนี้ในยามที่พวกเขากำลังระวังภัยด้านอื่น!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ไปพร้อมกับไป๋เหลียนฮวาค่ะ
แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 23
กับดักหนอนบ่อนไส้
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!