แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 22

จดหมายสายลับ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
กลิ่นอายของโสมภูเขาป่าล้ำค่าคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ภายในกระโจมบัญชาการใหญ่ แสงจากคบเพลิงน้ำมันสนทอดเงาวูบไหวทาบทับลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่บิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก ซึ่งหาได้ยากยิ่งจากบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามผู้เหี้ยมเกรียมไร้พ่าย “หลิงเซียน!” เสียงคำรามนั้นแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของท่านอ๋องผู้เคยบัญชาการกองทัพนับแสน ฉินจื่อเหยียนคว้าตัวร่างบางที่กำลังทรุดฮวบลงไว้ได้ทัน อ้อมแขนแกร่งที่เคยโอบอุ้มแผ่นดินและตวัดดาบทลายค่ายกลข้าศึก บัดนี้กลับสั่นเทาน้อยๆ ขณะกระชับกอดร่างระหงแนบอก โลหิตสีดำสนิทที่ไหลรินออกจากมุมปากระเรื่อเปรอะเปื้อนอาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆาของเขา ตัดกับสีหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสาของกุนซือหญิง นางไม่ได้สติ... แต่สัญชาตญาณแห่งความอยู่รอดและการคำนวณอันเฉียบคมยังคงตกค้างอยู่บนเรียวคิ้วที่ขมวดมุ่นเข้าหากันแม้ในยามหลับใหล “หมอหลวง! ขบวนแพทย์หลวงจากค่ายหน้าอยู่ที่ใดเหตุใดยังไม่มา!” ฉินจื่อเหยียนตวาดก้องจนม่านกระโจมสั่นสะเทือน สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวอัคคีแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยโทสะและKความหวาดกลัวที่กัดกินขั้วหัวใจ “ท... ทูลท่านอ๋อง หมอหลวงประจำค่าย... ถูกลอบสังหารเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนที่โรงโอสถพ่ะย่ะค่ะ!” นายกองทหารองครักษ์ผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามากระ조ม คุกเข่าตัวสั่นเทานำเสนอรายงานที่เปรียบเสมือนอสุนีบาตฟาดลงกลางใจคนฟัง ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ฉินจื่อเหยียนมิได้เอ่ยคำใดออกมาอีก รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกจากร่างสูงใหญ่จนทหารองครักษ์ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ... การวางยาพิษกู้หลิงเซียนถึงในกระโจมบัญชาการ พร้อมกับการตัดตอนหมอหลวงในเวลาไล่เลี่ยกัน หมายความว่าผู้อยู่เบื้องหลังย่อมต้องเป็น “หนอนบ่อนไส้” ผู้มีตำแหน่งสูงส่งและรู้ความเคลื่อนไหวภายในค่ายทหารอุดรแห่งนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง “ออกไปให้หมด” สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่เยียบเย็นจนถึงกระดูกดำเอ่ยขึ้น “แต่ว่าท่านอ๋อง... อาการของกุนซังกู้...” “ข้าบอกให้ออกไป!” ฉินจื่อเหยียนตวาดลั่นจนนายกองต้องรีบลุกขึ้นถอยรูดออกไปจากกระโจมแทบไม่ทัน ภายในกระโจมเหลือเพียงความเงียบงันและลมหายใจที่แผ่วเบาราวกับจะขาดหรอมแหลมของกู้หลิงเซียน ท่านอ๋องค่อยๆ ช้อนร่างบางขึ้นวางราบลงบนเตียงตั่งไม้อย่างทะนุถนอมที่สุด ราวกับนางเป็นแก้วผลึกบางเบาที่หากแตะต้องแรงเพียงนิดก็อาจแตกสลายคามือ พระองค์ทรุดพระvองค์ลงนั่งคุกเข่าเบื้องข้าง ปลายนายที่เคยสังหารคนมานับไม่ถ้วนเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ชุ่มเหงื่อชื้นออกจากหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา ดวงตาที่เคยเยือกเย็นและเต็มไปด้วยเล่ห์กลยุทธ์ของกู้หลิงเซียนยามตื่น บัดนี้หลับใหลสนิท ริมฝีปากที่เคยใช้เจรจาพลิกสถานการณ์บ้านเมืองกลับคล้ำม่วงด้วยพิษร้าย “เจ้าฉลาดถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงโง่เขลาไม่ยอมระวังตัวให้มากกว่านี้เล่า... หลิงเซียน” ฉินจื่อเหยียนพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงเจือความตัดพ้อและเจ็บปวดร้าวลึก พระองค์กุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบขึ้นมาแนบไว้กับแก้วGปรางของตนเอง “เจ้าไม่อนุญาตให้ข้าตาย... เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ทิ้งข้าไว้เบื้องหลังเช่นกัน” ว่าแล้ว ฉินจื่อเหยียนก็ไม่รอช้า พระองค์ใช้ปลายมีดสั้นคมกริบกรีดลงบนฝ่าพระหัตถ์ของตนเองจนโลหิตสีแดงฉานไหลซึมออกมา ก่อนจะโน้มพระพักตร์ลงประกบเรียวโอษฐ์เข้ากับริมฝีปากซีดเซียวของกุนซือหญิง ถ่ายทอดโอสถทิพย์ประจำกายสายเลือดราชนิกุลผู้มีภูมิคุ้มกันพิษร้อยแปดประการเข้าสู่ร่างของนางเพื่อยับยั้งพิษร้ายที่กำลังกัดกินหัวใจ ผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ จนกระทั่งลมหายใจของกู้หลิงเซียนเริ่มสม่ำเสมอขึ้น และสีหน้าที่เคยม่วงคล้ำเริ่มเจือสีเลือดจางๆ ฉินจื่อเหยียนจึงผละริมฝีปากออกอย่างอาลัย พระองค์ปาดคราบโลหิตที่มุมพระ O ษฐ์ลวกๆ ก่อนที่แววตาจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมดั่งพญายมราช “องครักษ์เงา!” พระองค์ตรัสเรียกด้วยน้ำเสียงต่ำต้อยแต่ทรงอำนาจ เงาร่างสีดำประดุจภูตผีปรากฏกายคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ในพริบตา “ตรวจสอบทุกซอกทุกมุมของค่าย หาตัว ‘หนอน’ ตัวนั้นมาให้เจอ ไม่ว่ามันจะซ่อนอยู่ใต้ดินหรือบินได้บนฟ้า ข้าต้องการหัวมันมาสังเวยให้แก่เตียงนอนของกุนซังกู้ ก่อนฟ้าสาง!” “รับด้วยชีวิตพ่ะย่ะค่ะ!” เงาดำนั้นหายวับไปกับสายลมราตรีราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ ยามนั้นเอง กู้หลิงเซียนที่นอนนิ่งมาตลอดก็เริ่มขยับเปลือกตา แพขนตางอนงามกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับรับแสงไฟจากคบเพลิง นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แม้พิษร้ายจะถูกสะกดไว้ด้วยโอสถของท่านอ๋อง แต่พิษไข้ยังคงเล่นงานจนสติสัมปชัญญะเลือนราง ทว่าสัญชาตญาณนักวางแผนกลับทำงานทันทีที่นางลืมตาขึ้นมาพบใบหน้าเคร่งเครียดของบุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดิน “ท่าน... อ๋อง...” เสียงแหบแห้งเอמהเล็ดลอดออกมาจากลำคอ “นอนเสีย เจ้ายังขยับตัวไม่ได้” ฉินจื่อเหยียนกดไหลร่นบางให้นอนลงตามเดิมอย่างอ่อนโยน ทว่าแววตายังคงคุกรุ่นไปด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะ “หม่อมฉัน... มิได้เป็นอันใดมาก...” กู้หลิงเซียนฝืนยิ้มหยันให้กับความอ่อนแอของตนเอง ปลายนิ้วเรียวพยายามไขว่คว้าชายเสื้อผ้าไหมของเขาไว้ “แต่เรื่องในค่าย... ท่านต้องระวัง... พิษในถ้วยชานั้น... มิได้ผสมจากโรงโอสถ... แต่มันมาจาก... ‘หีบอักษรลับ’ ของแม่ทัพกองหน้า...” ฉินจื่อเหยียนชะงักงัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หีบอักษรลับประจำกองหน้าเป็นสิ่งที่มีเพียงแม่ทัพใหญ่และรองแม่ทัพเอกเท่านั้นที่กุมกุญแจเปิดได้ และผู้ที่ดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพเอกในกองทัพอุดรเวลานี้... คือบุตรชายคนโตของเสนาบดีฝ่ายซ้าย ผู้เป็นสหายสนิทที่ร่วมเป็นร่วมตายกับพระองค์มานานแรมปี! บรรยากาศภายในกระโจมพลันหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวกำลังค่อยๆ เผยโฉมผ่านคราบน้ำตาและพิษร้าย ทว่า ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของทหารยามก็ดังขึ้นเร่งรีบจากด้านนอก ตามมาด้วยการรายงานที่ทำให้ฉินจื่อเหยียนและกู้หลิงเซียนต้องสบตากันด้วยความตกตะลึง “ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! รองแม่ทัพลู่... รองแม่ทัพลู่ฮ่าวหราน... ควบม้าแหกค่ายหนีมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงพร้อมกับตราประทับกองทัพและ... ‘แผนที่ค่ายกลลับ’ พ่ะย่ะค่ะ!” กู้หลิงเซียนหลับตาลงช้าๆ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง นางคำนวณหมากตานี้ผิดไป... นี่ไม่ใช่แค่การทรยศในค่ายทหารธรรมดา แต่เป็น ‘แผนซ้อนแผน’ ที่ถูกชักใยมาจากราชสำนักเบื้องบน เพื่อทำลายล้างกองทัพอุดรให้สิ้นซากจากภายใน! และก่อนที่ฉินจื่อเหยียนจะทันได้บัญชาการใดๆ เสียงกรีดร้องโหยหวนของทหารยามหน้ากระโจมก็ดังขึ้นตัดความเงียบ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าจำนวนนับร้อยที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมกระโจมบัญชาการไว้อย่างแน่นหนา! เงาร่างนับสิบพุ่งทะยานทะลุม่านกระโจมเข้ามา พร้อมกับธนูอาบยาพิษนับร้อยดอกที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเขาทั้งสองประทับอยู่! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้กุนซิ่งกู้กับท่านอ๋องฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%