เปลวประทีปน้ำมันจันทน์บนโต๊ะไม้กฤษณาไหววูบตามแรงลมราตรีที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักลายหมู่พฤกษา กลิ่นอายความตึงเครียดคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นหมึกชั้นดีที่เพิ่งฝนเสร็จใหม่ๆ แผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นใหญ่ถูกกางทับด้วยหินหยกอุ่นเพื่อกันกระดาษม้วนตัว ในความเงียบสงัดยามวิกาลเช่นนี้ มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอและเสียงฝนหมึกอันสุขุมที่ดังก้องอยู่ในโถงบัญชาการลับ
"หมากตานี้... ฝ่าบาททรงเร่งรัดเดินเกมเร็วเกินไปเสียแล้วกระมั้ง"
สุ้มเสียงหวานนุ่มทว่าราบเรียบราวน้ำในบึงลึกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก กู้หลิงเซียน ในชุดคลุมตัวยาวสีครามเข้มปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงิน ปลายผมยาวสยายถูกรวบครึ่งศีรษะด้วยปิ่นหยกขาวสะอาดตา ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเฉียบคมดั่งกระบี่ที่ซ่อนฝัก นางวางพู่กันขนหมาป่าลงบนแท่นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษที่ยืนค้ำโต๊ะแผนที่อยู่เบื้องหน้า
ฉินจื่อเหยียน ไม่ได้เอ่ยคำใดในทันที ท่านอ๋องผู้เกรียงไกรแห่งแดจักษ์กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดิน ใบหน้าหล่อเหลาดุดันราวกับเทพสงครามสลักจากหินผา ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองคราบหมึกสีดำที่นางเพิ่งลากเส้นโยงค่ายกลเมื่อครู่ ออร่าความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์แผ่ซ่านรอบกายจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง ทว่ายามที่สายตาคู่นั้นเลื่อนมาประสานเข้ากับดวงตาของกุนซือสาว ความแข็งกร้าวกลับเจือความอ่อนโยนล้ำลึกที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้เกราะเหล็ก
"พระองค์ทรงคิดว่าเราจะยอมจำนนต่อราชโองการปลอมจากเมืองหลวงโดยง่ายหรือเพคะ" หลิงเซียนแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่มิได้ไปถึงดวงตา "พวกมันต้องการบีบให้ค่ายทหารบูรพาขยับกำลังพลออกนอกเขต เพื่อจะได้ข้ออ้างปักป้ายกบฏ... ช่างเป็นวิธีคิดที่สกปรกสิ้นดี"
"แต่พวกมันคาดไม่ถึง..." ฉินจื่อเหยียนเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อ "ว่ากุนซือของเปิ่นหวาง จะมองทะลุเกมการเมืองน้ำเน่าในราชสำนักทะลุปรุโปร่งภายในชั่วเค่อเดียว"
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของนาง ไออุ่นจากกายบุรุษแผ่ซ้ำเติมความใกล้ชิดที่ทำให้หัวใจของกุนซือสาวกระตุกวูบไปชั่วขณะ นางรักษากิริยาสำรวมไว้อย่างแนบเนียน ไม่ถอยหนีแต่ก็ไม่ขยับเข้าหา ปล่อยให้ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองยังคงเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย
"เวลาไม่1กี่ชั่วยามก่อนรุ่งสางนี้ คือโอกาสเดียวที่เราจะพลิกสถานการณ์เพคะ" หลิงเซียนชี้ปลายนิ้วเรียวงามไปยังจุดยุทธศาสตร์บนแผนที่ "ฝ่าบาททรงส่งองครักษ์เสื้อแพรและกองกำลังลับมาปิดล้อมชายแดนทิศเหนือ เพื่อรอเวลาให้เราตกหลุมพราง แต่พระองค์ทรงลืมไป... ว่าสุนัขที่หิวโซ มักจะกินเหยื่อที่วางไว้โดยไม่สนว่ามันเคลือบยาพิษหรือไม่"
"เจ้าหมายถึง... แผนซ้อนแผน?" ฉินจื่อเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสمสมรสในความปราดเปรื่องของสตรีตรงหน้า
"เพคะ" หลิงเซียนพยักหน้าน้อยๆ แววตาทอประกายวาววับด้วยความมั่นใจ "เราจะแกล้งทำเป็นเคลื่อนพลตามพระราชโองการ ปล่อยให้ค่ายกลหลักว่างเปล่าเพื่อล่อให้กองกำลังของฮ่องเต้บุกเข้ามาฮุบเหยื่อ ในขณะเดียวกัน ท่านอ๋องจะต้องนำทัพม้าเร็วหน่วยเงาพยัคฆ์อ้อมไปตลบหลังพวกมันจากหุบผาอัสนี ใช้เวลาเพียงสองชั่วยาม... เราจะปิดประตูตีแมว บดขยี้พวกมันให้ราบคาบก่อนที่แสงแรกของวันใหม่จะสาดส่อง"
แผนการนี้ทั้งเหี้ยมเกรียมและรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ ไร้ซึ่งความปรานีและช่องโหว่ มันคือหมากเกมอำนาจที่เดิมพันด้วยลมหายใจของคนนับหมื่น
ฉินจื่อเหยียนจ้องมองใบหน้างามที่นิ่งสงบราวผิวน้ำในบึงใหญ่ ทว่าภายในกลับเชี่ยวกรากด้วยปัญญาอันล้ำลึก ความรู้สึกชื่นชมและรักใคร่ระคนลุ่มหลงถาโถมเข้ามาในอกอย่างเงียบงัน มือหนายื่นออกไปสัมผัสปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนแผ่วเบາ ราวกับจะย้ำเตือนว่าไม่ว่าศึกเบื้องหน้าจะอันตรายเพียงใด เขาก็จะไม่มีวันปล่อยให้นางต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง
"อันตรายเกินไป" น้ำเสียงของท่านอ๋องอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงความปลอดภัยของนาง "เปิ่นหวางจะให้คนคุ้มกันเจ้าถอนกำลังไปยังค่ายสำรองทางใต้เสียก่อน"
"หม่อมฉันเป็นกุนซือ เป็นผู้เดินหมากตานี้ด้วยมือตนเอง จะให้หลบหนีไปหลบอยู่เบื้องหลังได้อย่างไรเพคะ" หลิงเซียนปฏิเสธทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นที่หาดูได้ยาก "ท่านอ๋องเชื่อมั่นในฝีมือการรบของหม่อมฉันหรือไม่เล่าเพคะ?"
ฉินจื่อเหยียนถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนใจ เขารู้ดีว่าสตรีผู้นี้ดื้อดึงยิ่งกว่าม้าพยัคฆ์ และมีความเด็ดเดี่ยวไม่แพ้บุรุษใดในใต้หล้า รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก
"เปิ่นหวางไม่เคยสงสัยในตัวเจ้า... มีแต่จะรักและยอมจำนนต่อปัญญาของเจ้าต่างหาก" ท่านอ๋องเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะดึงมือกลับและปรับสีหน้ากลับสู่โหมดจริงจังดั่งเดิม "เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า... เตรียมตัวให้พร้อม อีกหนึ่งเค่อ เราจะเริ่มปฏิบัติการ"
บรรยากาศในห้องโถงลับพลıklเปลี่ยนเป็นความเร่งรีบ ทว่าเปี่ยมด้วยระเบียบวินัย กุนซือสาวและท่านอ๋องร่วมกันลงรายละเอียดแผนการรบครั้งสุดท้ายอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกตัวอักษรที่ถูกเขียนลงบนกระดาษสา ทุกคำสั่งที่ถูกถ่ายทอดออกไป ล้วนเป็นเดิมพันชะตาชีวิตของแคว้นและพวกเขาทั้งสอง
กระทั่งงานทุกอย่างเสร็จสิ้นลง หลิงเซียนยกถ้วยชาสมุนไพรขึ้นจิบเพื่อบรรเทาความแห้งผาบในลำคอ รสชาติขมปร่าของใบบัวหิมะช่วยเรียกสติให้ตื่นตัว ทว่าในจังหวะนั้นเอง...
*ตึง!*
เสียงฝ่าเท้าหนักหน่วงวิ่งกระแทกพื้นระเบียงด้านนอก ตามมาด้วยเสียงตะโกนหวาดผวาของทหารยามที่ดังแทรกความเงียบยามวิกาลขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"ท่านอ๋อง! กุนซือ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ทหารองครักษ์นายหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาในห้องโถงด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมม เกราะเหล็กมีรอยฟันเหวอะหวะ หยดเลือดสดๆ ไหลหยดลงตามทางเดิน หอบหายใจอย่างรุนแรงราวกับวิ่งหนีตายมาจากขุมนรก
"เกิดอะไรขึ้น?" ฉินจื่อเหยียนตวาดถามเสียงกร้าว ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลังกดดันแผ่ซ่านจนทหารนายนั้นเข่าทรุดลงกับพื้น
"กองกำลังของฝ... ฝ่าบาท... ไม่ได้บุกมาทางหุบผาอัสนีพ่ะย่ะค่ะ..." ทหารนายนั้นละล่ำละลักละลอกรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "แต่... แต่มีราชโองการลับอีกฉบับ... ถูกส่งตรงมาถึงหน้าค่าย พร้อมกับ... ศพของแม่ทัพตระกูลซ่งที่ถูกตัดหัวเสียบประจานไว้ที่ประตูค่ายทหารทิศตะวันตกพ่ะย่ะค่ะ!"
หัวใจของกุนซือสาวกระตุกวูบ ถ้วยชาในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น หลิงเซียนผุดลุกขึ้นยืนทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ไม่ใช่แผนลวงเพื่อชิงค่ายกล... แต่นี่คือการประกาศสงครามล้างบางที่พวกมันวางแผนตลบหลังพวกเขามาตั้งแต่แรกแล้ว!
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดเพิ่มเติม เงาร่างสีดำทะมึนหลายสิบร่างก็พุ่งทะยานผ่านหน้าต่างกระดาษเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับประกายคมดาบที่สะท้อนแสงไฟวับวับ ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย ปลายกระบี่เล่มหนึ่งจ่อตรงมาที่ลำคอของหลingเซียนอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังเงาดาบเหล่านั้น
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมาจนถึงบทนี้นะคะ
แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 18
แผนรบในความมืด
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!