แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 15

ฝึกทหารด้วยกลอุบาย

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"กองทัพพยัคฆ์ทมิฬหาใช่สถานที่สำหรับคนขี้ขลาดตาขาว หากพวกท่านยังสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าธงชัยเช่นนี้ ก็จงถอดชุดเกราะแล้วไสหัวกลับไปซุกตัวอยู่ใต้กระโปรงมารดาเสีย!" สุ้มเสียงกังวานใสดุจหยกกระทบกันแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของกู้หลิงเซียนดังสะท้อนก้องลานฝึกซ้อมยุทธ์ ท่ามกลางสายลมหนาวเหน็บที่พัดผ่านค่ายทหารหลวง แสงอาทิตย์ยามสายส่องกระทบอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินของนาง ตัดกับชุดเกราะเหล็กกล้าสีดำสนิทของเหล่าทหารหาญนับหมื่นที่ยืนเข้าแถวเรียงรายอย่างเงียบกริบ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไร้ซึ่งเสียงหายใจดังเล็ดลอด ทหารกองร้อยที่สามสิบสองต่างก้มหน้าหลบสายตา ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและละอายใจ เหตุการณ์ความพ่ายแพ้ในการซ้อมรบย่อยเมื่อวานนี้ยังคงติดตา พวกเขาถูกตราหน้าว่าเป็น "กองกำลังขยะ" ที่ไร้พิษสง จนแม้แต่แม่ทัพตระกูลอื่นยังแอบหัวเยาะเย้ย ลมหายใจของทุกคนแขวนอยู่บนเส้นด้ายเมื่อรู้ดีว่าเบื้องหลังกุนซือหญิงผู้นี้คือท่านอ๋องฉินจื่อเหยียน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดอย่างไร้ความปรานี กู้หลิงเซียนก้าวเดินช้าๆ ผ่านแถวทหาร สายตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแฝงประกายคมปลาบที่พร้อมจะเฉือนเฉาะจิตใจคนให้แหลกสละเป็นจุล นางหยุดยืนเบื้องหน้าพลทหารนายหนึ่ง—ชายหนุ่มร่างผอมเกร็ง ดวงตาแดงก่ำด้วยความหวาดกลัวจนมือที่ถือทวนสั่นระริก "เจ้าชื่ออะไร" สุ้มเสียงราบเรียบเอถาม "ก... เรียนกุนซือ ข้าน้อย... จ้าวซาน ครับ... เอ๊ย! ข้าน้อย..." พลทหารหนุ่มละล่ำละลักด้วยความลนลาน เกือบทำทวนในมือหล่นลงพื้น กู้หลิงเซียนไม่เพียงไม่ตำหนิ นางกลับยื่นมือเรียวขาวดุจหยกออกไป จับด้ามทวนของเขาไว้มั่นด้วยแรงที่ไม่น่าเชื่อว่าสตรีร่างระหงจะทำได้ ดวงตาดำขลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกคู่นั้น "เจ้าคิดว่าความตายในในสนามรบมันน่ากลัวใช่หรือไม่ จ้าวซาน" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเพียงเล็กน้อย แต่ทว่าดังก้องกังวานพอให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน "ข้าน้อย... ข้าน้อยไม่อยากตายอย่างไร้ค่า ข้าน้อยมีมารดาชราต้องดูแลที่บ้านเกิด... และพวกเรา... พวกเราสู้กองทัพแดนเหนือไม่ได้หรอกขอรับกุนซือ พวกมันโหดเหี้ยมดั่งปีศาจ" เสียงของจ้าวซานสั่นเครือ หยดน้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจร่วงหล่นกระทบพื้นดิน เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ ในหมู่ทหาร ความเห็นอกเห็นใจและกลิ่นอายแห่งความพ่ายแพ้แผ่ซ่านไปทั่ว กู้หลิงเซียนแย้มยิ้ม... รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข หากแต่เป็นรอยยิ้มเยียบเย็นของนักหมากรุกผู้กุมชัยชนะไว้ในอุ้งมือแล้ว นางปล่อยมือจากด้ามทวน แล้วหมุนกายหันไปเผชิญหน้ากับกองทหารนับหมื่นที่กำลังเฝ้ามองอยู่ นางสะบัดแขนเสื้อกว้าง แผ่นหลังตั้งตรงสง่างามดั่งสนทนกลางฤดูหนาว "พวกเจ้าคิดว่าศัตรูจากแดนเหนือคือปีศาจกระนั้นหรือ?" กู้หลิงเซียนแค่นหัวเราะเบาๆ "ผิดแล้ว! ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดมิใช่กองทัพแดนเหนือ แต่คือ 'ความกลัว' ที่เกาะกินอยู่ในหัวใจของพวกเจ้าเองต่างหาก!" นางก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นบัญชาการสูง หยิบธนูเหล็กกล้าขึ้นมาพาดศร ดึงสายธนูตึงเปรี๊ยะด้วยพละกำลังภายในที่สะสมไว้ ก่อนจะปล่อยลูกศรพุ่งแหวกอากาศปักเข้าเป้าไม้กลางลานอย่างแม่นยำจนด้ามสั่นระริก "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อสั่งให้พวกเจ้าไปตายอย่างไร้ค่า" กู้หลิงเซียนกวาดสายตามองทหารทุกนายด้วยความเด็ดเดี่ยว "แต่ข้ามาที่นี่เพื่อสอนให้พวกเจ้ารู้จักวิธี 'เอาชีวิตรอด' และเหยียบย่ำความหวาดกลัวนั้นให้จมดิน! ในสมรภูมิรบ ผู้ที่กุมชัยชนะมิใช่ผู้ที่มีพละกำลังมากที่สุด หากแต่เป็นผู้ที่มีจิตใจแข็งแกร่งดั่งหินผาต่างหาก!" นางหันไปพยักหน้าให้แก่ฉินจื่อเหยียน ซึ่งยืนกอดอกพิงเสาตำหนักบัญชาการอยู่ไกลๆ ดวงเนตรคมกริบของท่านอ๋องทอดมองนางด้วยความลุ่มลึกและประกายแห่งความชื่นชมระคนเอ็นดู พระองค์มิได้แทรกแซง ปล่อยให้กุนซือหญิงของพระองค์แสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่ กู้หลิงเซียนหันกลับมาหาเหล่าทหารอีกครั้ง นางชักกระบี่ประจำกายออกจากฝัก แสงวาววับสะท้อนกับแสงแดดบาดตา "วันนี้ ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นว่า 'ความกล้าหาญ' สร้างขึ้นมาได้อย่างไร... ใครที่คิดว่าตัวเองไร้ค่า อยากยอมแพ้ และอยากตายอย่างสุนัขข้างถนน จงก้าวออกมาข้างหน้าซะ!" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มิใช่ความเงียบงวดด้วยความหวาดกลัว หากแต่เป็นความเงียบงันที่รอคอยการปะทุ จ้าวซานผู้สั่นเทาเมื่อครู่สูดหายใจเข้าลึกๆ เขากำด้ามทวนในมือแน่นขึ้น สีหน้าที่เคยหวาดกลัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นทีละน้อย ทหารรอบข้างเริ่มมองหน้ากัน ส่งสัญญาณมือและพยักหน้าให้แก่กันและกันทีละคนสองคน กู้หลิงเซียนยืนหยัดสง่างาม ท่ามกลางลมหนาวที่พัดกระโชกชายผ้าอาภรณ์ นางรู้ดีว่าหมากตานี้เพิ่งเริ่มต้นเดิน และนางจะไม่มีวันยอมให้กระดานนี้พ่ายแพ้เด็ดขาด ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเปลี่ยนผ่านจากความขลาดเขลาไปสู่ความฮึกเหิม เสียงฝีบดม้าควบตะบึงอย่างเร่งรีบก็ดังแหวกความเงียบมาจากนอกค่าย พร้อมกับเสียงตะโกนสุดเสียงขององครักษ์ประจำพระองค์ "มีราชโองการด่วนจากเมืองหลวง! กองกำลังลับของฮ่องเต้เข้าปิดล้อมเส้นทางเสบียงและจวนกุนซือแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" กู้หลิงเซียนชะงัก รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งในเสี้ยววินาที ขณะที่ฉินจื่อเหยียนหรี่ตาลงอย่างอันตราย มือหนากำด้ามกระบี่ข้างกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมาจนถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%