กลิ่นอายของหมึกซวนจื่อชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาในห้องทรงอักษรยามราตรีค่ำคืนนี้ ช่างหนักอึ้งเสียจนคล้ายกับบรรยากาศในสนามรบก่อนที่ห่าธนูจะถูกปล่อยออกจากคันศร
กู้หลิงเซียนมิได้เงยหน้าขึ้นจากม้วนแผนที่ยุทธศาสตร์ที่แผ่อยู่เบื้องหน้า แม้ว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของค่ายทหารจะหยุดลงตรงหน้าโต๊ะไม้แกะสลักนั้นแล้วก็ตาม นางจรดพู่กันลงบนกระดาษด้วยความแม่นยำ ทุกเส้นสายน้ำหมึกดำขลับล้วนเฉียบคมและเด็ดเดี่ยว ราวกับจิตใจของนางในยามนี้
“ท่านแม่ทัพควรไปพักผ่อนได้แล้วเพคะ การประชุมกองกำลังแนวหน้าเมื่อยามโหย่ว (17.00-18.59 น.) สิ้นสุดลงไปนานโขแล้ว การที่ท่านยังมาวนเวียนอยู่ในค่ายพักของกุนซือเช่นนี้ เกรงว่าจะทำให้เหล่าแม่ทัพกองอื่นนำไปนินทาเอาได้ว่า ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นกำลังติดพันงานราชการจนเกินพอดี”
น้ำเสียงของนางเรียบเรื่อย ราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วงที่ไร้ซึ่งระลอกคลื่น ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่างเหินที่จงใจตีเส้นแบ่งอาณาเขตอย่างชัดเจน
ฉินจื่อเหยียนไม่1ขยับเขยื้อน เขายืนตระหง่านอยู่ในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยดิ้นเงินเข้ม อาภรณ์ของเขาชุ่มชื้นหยาดน้ำค้างยามดึกเล็กน้อย สะท้อนแสงตะเกียงสำริดให้เห็นโครงหน้าคมคายดั่งเทพสลัก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทับทิมคู่นั้นมิได้มองม้วนแผนที่บนโต๊ะ แต่มันจับจ้องอยู่ที่ใบหน้างดงามที่ซ่อนความเหนื่อยอ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มประดับมารยาทของสตรีตรงหน้า
บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่า "แม่ทัพปีศาจ" ผู้ซึ่งเหยียบย่ำซากศพของศัตรูมานับหมื่นโดยไม่เคยกระพริบตา ในยามนี้กลับทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างที่ผู้ใดในแผ่นดินก็ไม่เคยมีบุญได้ยิน
“เจ้านี่นะ... ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันหลิงเซียน” ฉินจื่อเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความอ่อนโยนไว้อย่างประหลาด เขามิได้ถือสาหาความ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกก้าวหนึ่งจนกลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาในรัศมีที่กู้หลิงเซียนต้องชะงักมือที่ถือพู่กัน
นางเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาคู่คมของกุนซือหญิงฉายแววระแวดระวัง “หม่อมฉันเพียงพูดตามเนื้อผ้า ท่านอ๋อง... สถานการณ์ในเมืองหลวงตอนนี้เปรียบเสมือนไข่บนยอดเขา ฮ่องเต้เฉินหลงกำลังจับตาดูกลุ่มอำนาจของเราทุกฝีก้าว ราชโองการฉบับล่าสุดที่ส่งมาจากท้องพระโรงก็เพื่อบั่นทอนกำลังพลของเราลงครึ่งหนึ่ง ท่านควรเอาเวลามาครุ่นคิดเรื่องการตอบสนองราชสำนัก หาใช่มาเดินตรวจตราห้องพักของกุนซือเช่นนี้”
คำพูดของนางเฉียบคมดั่งคมมีดที่อาบยาพิษ ทว่าฉินจื่อเหยียนกลับมิได้โกรธเคือง รอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่งนัก ปรากฏขึ้นที่มุมปากของแม่ทัพผู้โหดเหี้ยม รอยยิ้มนั้นไม่ได้เย็นชาหรืออำมหิตอย่างที่ผู้ใต้บังคับบัญชาเคยหวาดกลัว หากแต่เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนน่าใจหาย รอยยิ้มที่เขามอบให้แก่สตรีเพียงผู้เดียวในใต้หล้า
“เจ้าบอกให้ข้าคิดเรื่องราชสำนัก...” ฉินจื่อเหยียนเอ่ยเสียงแผ่ว ขณะเอื้อมมือหนาออกไปหยิบถ้วยชาอุ่นที่วางอยู่ข้างมือของนางขึ้นมาถือไว้เอง “แต่ในหัวของข้าตอนนี้ มีเพียงเรื่องของเจ้าคนเดียวเท่านั้น หลิงเซียน”
กู้หลิงเซียนหัวใจกระตุกวูบ นางชะงักไปชั่วลมหายใจ ความเยือกเย็นที่สะสมมาตลอดชีวิตถูกสั่นคลอนด้วยประโยคเรียบง่ายแต่มั่นคงดั่งหินผานี้ นางรีบดึงสติกลับมา ซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความราบเรียบ “ท่านอ๋องโปรดสำรวมด้วย หม่อมฉันเป็นเพียงกุนซือ...”
“กุนซือที่สามารถสั่งการกองทหารนับแสนได้ด้วยการพยักหน้าเพียงครั้งเดียว กุนซือผู้กุมชะตากรรมของแคว้นฉินเอาไว้ในกำมือ” ฉินจื่อเหยียนแทรกขึ้นด้วยแววตาเป็นประกายล้ำลึก เขาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะโดยไม่ยอมดื่ม แต่มือของเขากลับเลื่อนไปกุมมือเรียวบางที่กำลังถือพู่กันไว้แน่น
สัมผัสนั้นอบอุ่นและแข็งแกร่ง ผิวเนื้อที่ผ่านการจับกระบี่มาโชกโชนเสียดสีกับมือนุ่มของนาง ก่อเกิดกระแสความรู้สึกประหลาดที่ทำให้กู้หลิงเซียนต้องพยายามดึงมือกลับ ทว่าแรงบีบของเขากลับมั่น
“ปล่อยเพคะ...” นางกระซิบ เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่นางเองก็ไม่ปรารถนาจะให้เกิดขึ้น
“ไม่ปล่อย” ฉินจื่อเหยียนตอบสั้นๆ ทว่าเด็ดขาด “ข้าเหนื่อยล้ามาทั้งวัน หลิงเซียน... แต่พอได้มาเห็นหน้าเจ้า ได้กลิ่นชาสมุนไพรบนโต๊ะนี้ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็พลันมลายหายไป นี่สินะที่เขาว่ากันว่า ยาอายุวัฒนะที่ดีที่สุด หาใช่โสมพันปีในวังหลวง หากแต่เป็นรอยยิ้มของสตรีที่ข้าปกป้องด้วยชีวิต”
กู้หลิงเซียนเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจที่เคยถูกแช่แข็งด้วยความแค้นและอดีตอันเจ็บปวด คล้ายมีค้อนเหล็กหลอมละลายมาทุบทำลายกำแพงน้ำแข็งลงทีละน้อย นางมองรอยยิ้มที่อ่อนโยนบนใบหน้าของบุรุษที่ใครต่อใครต่างหวาดกลัวว่าเป็นปีศาจร้าย ผู้ชายที่ยอมหักหลังได้ทั้งแผ่นดินเพื่อปกป้องนางคนนี้...
“ท่านเปลี่ยนไปมากนะจื่อเหยียน...” นางเผลอหลุดปากเรียกนามจริงของเขาโดยไร้ซึ่งฐานันดรศักดิ์เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน น้ำเสียงนั้นอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
ฉินจื่อเหยียนหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งระคนอบอุ่น “ข้าไม่ได้เปลี่ยนไป... ข้าเพียงแต่ยอมจำนนต่อสตรีผู้ฉลาดล้ำเลิศคนนี้ ตั้งแต่วันแรกที่เจ้ายื่นมือเข้ามาช่วยข้าในค่ายกลมรณะแล้ว”
บรรยากาศภายในห้องทรงอักษรเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ความหวานล้ำและอันตรายเคล้าคลออยู่รอบตัวพวกเขาทั้งสอง ทว่าในขณะที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของกุนซือหญิง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูก็ทำลายความเงียบนั้นลงอย่างกะทันหัน
“ทูลรายงานท่านอ๋อง! มีม้าเร็วจากหน่วยข่าวกรองลับ นำสาส์นด่วนที่สุดจากเมืองหลวงมาส่งพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงขององครักษ์เอกดังขึ้นจากด้านนอกประตู พร้อมกับเงาร่างที่คุกเข่าลงอย่างร้อนรน
ฉินจื่อเหยียนขมวดคิ้วมุ่นทันที ความอบอุ่นในแววตาถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาดั่งน้ำแข็งในพริบตา เขายอมปล่อยมือกู้หลิงเซียนอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะหันไปตวดยาว “เข้ามา!”
ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง องครักษ์หน้าตาตื่นตระหนกวิ่งเข้ามาคุกเข่า ยื่นหีบไม้ขนาดเล็กที่ปิดผนึกด้วยตราประทับโลหิตให้แก่ท่านอ๋อง
“เรียนท่านอ๋อง... ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการลับประทานงานอภิเษกสมรสพระราชทาน โดยให้ท่านอ๋องตบแต่งองค์หญิงลี่อินจากแคว้นเพื่อนบ้านเป็นพระชายาเอก เพื่อกระชับสัมพันธไมตรี... และกำหนดการจัดงานคือเดือนหน้าพ่ะย่ะค่ะ!”
สิ้นคำพูดนั้น ภายในห้องทรงอักษรก็พลันตกอยู่ในความเงียบงันที่เยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างแข็ง กู้หลิงเซียนชะงักค้าง พู่กันในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้น เสียงหยดน้ำหมึกกระจายเปื้อนกระดาษขาวสะอาดเป็นวงกว้าง นางเงยหน้าขึ้นมองฉินจื่อเหยียนด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ทว่าหัวใจกลับเจ็บแปลบขึ้นมาวูบหนึ่ง
ฉินจื่อเหยียนมิได้กล่าวอันใด เขารับหีบไม้มาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อยจากความโกรธ ดวงตาดั่งเหยี่ยวทับทิมหันกลับมามองกู้หลิงเซียนทันที ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากอธิบายสิ่งใด เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ก็ดังล้อมรอบตำหนักพักของกุนซือ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องกังวานจากขันทีหลวงที่ก้าวเข้ามาด้านในอย่างอวดดี
“ราชโองการจากฮ่องเต้มาถึงแล้ว! ขอให้ท่านอ๋องและกุนซือหลิงเซียนมารับพระราชโองการโดยพร้อมเพรียงกัน!”
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมาจนถึงบทนี้นะคะ
แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 16
รอยยิ้มที่มองเห็น
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!