แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 2

รอยร้าวที่ยากประสาน

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
เสียงกระเบื้องเคลือบราคาแพงกระทบกับพื้นหินอ่อนศิลาเขียวดังเพล้ง! เศษเสี้ยวของกาน้ำชาลายครามลวดลายหมู่มัจฉาแหวกว่ายแตกกระจายเกลื่อนกลาด น้ำชาอุ่นร้อนสีอำพันเจือกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาหลง징 ไหลนองไปตามร่องหินราวกับสายโลหิตที่ถูกหลั่งรินด้วยความโกรธเกรี้ยว "กู้หลิงเซียน! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงเสนอให้ถอนกำลังทหารแปดหมื่นนายออกจากค่ายพิทักษ์อุดร! เจ้าก็รู้ว่าดินแดนรอยต่อบูรพาคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หากถอนกำลังออกแม้แต่ศิลาก้อนเดียว แคว้นเป่ยอี้จะกรีธาทัพเข้ามาเหยียบเหยื่อชิ้นงามนี้ได้ภายในชั่วข้ามคืน!" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดั่งพญาเสือคำรามก้องห้องโถงใหญ่ ฉินจื่อเหยียน ชายหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งท่านอ๋องและแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น สะบัดชายแขนเสื้อผ้าแพรต่วนสีดำปักดิ้นทองลายพยัคฆ์คำรามด้วยความเดือดดาล สันกรามของเขานูนเด่นขึ้นตามแรงขบกราม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยประกายไฟแห่งโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล ทว่า เจ้าของร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายดอกเหมยสีเงินหาได้สะท้านสะเทือนไม่ กู้หลิงเซียน ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องโต๊ะแผนที่แคว้น นางกวาดสายตาคมปลาฉลามมองเศษกระเบื้องที่แตกกระจายด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในค่ายทหารด้วยนัยน์ตาที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี "ท่านแม่ทัพโปรดระงับโทสะและใช้สมองส่วนที่เหลือจากการรบคิดให้ถี่ถ้วนเสียก่อนเถอะค่ะ" น้ำเสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวกริชอาบยาพิษเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว "ท่านมองเห็นเพียงแค่ค่ายพิทักษ์อุดร แต่มองไม่เห็น 'เงา' ที่ทาบทับอยู่เบื้องหลังราชสำนักเลยหรือ" ฉินจื่อเหยียนก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวนางในสามก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายคาวเลือดสนามรบโชยปะทะนาสิก กายหนาใหญ่โตของเขาคุกคามจนทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงอึดอัดแทบหายไม่ออก มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวบางของนาง บีบแน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ "เจ้าหมายความว่าอย่างไร..." เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน "เจ้ากำลังกล่าวหาว่าฮ่องเต้ทรงมีราชโองการลับสั่งให้เราเปิดช่องว่างให้ศัตรูอย่างนั้นหรือ?" "หม่อมฉันไม่ได้กล่าวหา... หม่อมฉันเพียงแต่ 'เตือนสติ' ท่านต่างหาก" กู้หลิงเซียนสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างเด็ดเดี่ยว แม้ผิวเนื้อบริเวณนั้นจะขึ้นรอยแดงจางๆ นางก็ไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย "เสบียงในค่ายเหลือไม่ถึงสามเดือน งบประมาณจากคลังหลวงถูกตัดทอนลงครึ่งหนึ่งโดยอ้างเหตุผลภัยแล้งทางใต้ ท่านคิดว่าทองคำและข้าวเปลือกเหล่านั้นหายไปไหนหมด หากไม่ใช่เพราะฮ่องเต้ทรงโยกย้ายไปบำรุงกองกำลังราชองครักษ์เสื้อแพรเพื่อเตรียมกำจัดเสี้ยนหนามอย่างท่าน!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจสำนัก ฉินจื่อเหยียนชะงักงัน ดวงตาคมปلاไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง แม้ในใจเขาจะล่วงรู้ความจริงข้อนี้ดีอยู่แล้ว แต่การได้ยินมันถูกเอ่ยออกมาจากปากของสตรีที่เขาปักใจรักและไว้ใจที่สุด กลับสร้างความเจ็บแปลบในอกยิ่งกว่าคมหอกคมดาบใดๆ "แล้วอย่างไร...?" ฉินจื่อเหยียนแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากหยักลึก "ต่อให้ฮ่องเต้ทรงระแวงข้าจนตัวสั่น ต่อให้ข้ารู้ว่าพระองค์ทรงรอจังหวะสะบั้นศีรษะข้าอยู่ แต่นั่นก็คือหน้าที่! ศักดิ์ศรีของแม่ทัพผู้ปกป้องแผ่นดิน จะให้ข้าทรยศต่อแผ่นดินเกิดเพียงเพราะฮ่องเต้ทรงขลาดเขลาอย่างนั้นหรือ กู้หลิงเซียน! เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนไร้หัวใจขนาดนั้นเชียวรึ!" "ท่านไม่ได้ไร้หัวใจต่อแผ่นดิน..." หญิงสาวหลุบตาลงเล็กน้อย ซ่อนประกายความเจ็บปวดร้าวราลึกที่วาบผ่านนัยน์ตาคู่สวยไว้ภายใต้แพขนตางอนหนา "แต่ท่านกำลังใจร้าย... กับคนที่อยู่เคียงข้างท่านต่างหาก ท่านไม่เคยฟังคำเตือนของหม่อมฉันเลย ท่านเลือกที่จะเอาชีวิตทหารนับหมื่นไปสังเวยให้กับความจงรักภักดีที่ไร้ค่าต่อองค์เหนือหัวผู้นั้น!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงของชายหนุ่มและเสียงลมหนาวที่พัดผ่านหน้าต่างกระดาษสาด้านนอก รอยร้าวระหว่างเขาก and นางไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้ หากแต่มันถูกกัดเซาะทีละน้อยด้วยอุดมการณ์ที่สวนทางกัน และความหวาดระแวงจากอำนาจที่ค้ำคออยู่ ฉินจื่อเหยียนจ้องมองสตรีตรงหน้านิ่งนาน แววตาที่เคยดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดลึกซึ้ง เขาค่อยๆ ยื่นมือออกไปหมายจะแตะแก้มนวลเนียนที่ซีดเซียวลงถนัดตา แต่แล้ว... *ปัง!* เสียงประตูห้องโถงถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ในชุดผ้าแพรสีเขียวแก่ก้าวเข้ามาด้วยใบซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทา มือถือราชโองการม้วนยาวที่ประทับตราครั่งสีชาดเด่นชัด "ท่านแม่ทัพฉิน! กุนซือ... กุนซือหลิงเซียน!" ขันทีเฒ่าหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ "มี... มีพระราชโองการด่วนจากเมืองหลวงพึ่งมาถึง..." ฉินจื่อเหยียนชักมือกลับอย่างรวดเร็ว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมในทันที เขากวาดสายตามองม้วนกระดาษในมือขันทีด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาด "อ่าน!" แม่ทัพหนุ่มสั่งเสียงเฉียบขาด ขันทีเฒ่ากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะคลี่ม้วนราชโองการออกด้วยมือที่สั่นเทา แล้วเอ่ยด้วยเสียงแหลมสูงที่สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ราชโองการ... องค์ฮ่องเต้มีบัญชาให้... ให้จับกุมตัวกุนซือ 'กู้หลิงเซียน' ในข้อหากบฏ สมคบคิดกับแคว้นเป่ยอี้ ส่งแผนที่ค่ายทหารให้ข้าศึก... ให้นำตัวเข้าคุกหลวงโดยด่วน ห้ามผู้ใดขัดขวาง มิฉะนั้นจะมีความผิดฐานเป็นกบฏร่วมด้วย!" สิ้นคำประกาศนั้น ราวกับอากาศทั่วทั้งห้องโถงถูกสูบออกจนหมดสิ้น กู้หลิงเซียนไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก นางเพียงแต่หลับตาลงช้าๆ ยอมรับชะตากรรมที่ล่วงรู้อยู่แล้วว่าเป็นเช่นนี้ ขณะที่ฉินจื่อเหยียนหันขวับกลับมามองนาง ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างสูงใหญ่สั่นสะท้านด้วยโทสะที่ระเบิดออกมายิ่งกว่าเดิม ทว่า ก่อนที่แม่ทัพหนุ่มจะทันได้เอ่ยสิ่งใด ทหารองครักษ์นับร้อยนายในชุดเกราะเหล็กวาววับก็กรูกันเข้ามาล้อมรอบตัวเขาและนางไว้แน่น พร้อมชูดาบคมก్రిบพุ่งตรงมาที่ลำคอระหงของกุนซือสาวทันที! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%