หมึกสีชาดบนแผ่นกระดาษอ๋องซวนขาวยังไม่ทันแห้งสนิทดี กลิ่นอายความอับชื้นของห้องคลังลับใต้ดินกรมกลาโหมก็โชยเข้าจมูกกู้หลิงเซียนจนนางต้องขยับพัดจีบไม้จันทน์ในมือขึ้นบังรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก
แสงจากคบเพลิงวูบไหวสาดส่องกระทบเศษกระดาษฉีกขาดที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้กองฎีกาเก่าคร่ำครึ ตัวอักษรเหล่านี้ไม่ได้บันทึกยุทธการศึกหรือจำนวนม้าศึก หากแต่เป็นตัวเลขปริศนาของคลังเสบียงทหารชายแดนเหนือสามแสนตัว ที่ถูกจำหน่ายจ่ายแจกออกไปในนาม "กองกำลังพิทักษ์ราชสำนัก" ทว่ากลับไม่มีรายชื่อทหารเกณฑ์คนใดได้รับเบี้ยหวัดเหล่านั้นแม้แต่ตำลึงเดียว
"ช่างเป็นการผลาญงบประมาณแผ่นดินที่แนบเนียนยิ่งนัก... ฝ่าบาททรงโปรดให้ตรวจสอบคลังทหาร แต่ผู้ที่กุมกุญแจคลังจริงๆ กลับเป็นคนของตระกูลสือ"
เสียงพึมพำของกุนซือหญิงดังแผ่วเบาในความเงียบงัน นางกวาดสายตาคมปลาบมองบัญชีลับเล่มที่สาม ซึ่งถูกซ่อนไว้ลึกที่สุด ปลายเล็บเรียวสวยสัมผัสลงบนรอยประทับตราประจำตัวของเสนาบดีกรมกลาโหม—ตราประทับหยกมันหมูที่ควรจะอยู่ในห้องทรงอักษรของฮ่องเต้เฉินหลง มิใช่ถูกนำมาใช้ฟอกเงินทหารผ่านศึกเช่นนี้
เบื้องหลังการทุจริตครั้งนี้มิใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ของขุนนางกังฉินกลุ่มหนึ่ง หากแต่เป็นหมากตาสําคัญที่จงใจตัดกำลังพลของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬภายใต้การนำของฉินจื่อเหยียน หากทหารไร้เสบียงและเสื้อกันหนาวในเหมืองหิมะ ความจงรักภักดีต่อท่านอ๋องผู้เยือกเย็นย่อมสั่นคลอน นี่คือแผนการอันแยบยลในการบั่นทอนอำนาจจากภายใน
"ท่านกุนซือ... มีคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ขอรับ!" เสียงกระซิบพร่าขององครักษ์เงาที่ซุ่มอยู่ด้านบนดังลอดช่องระบายอากาศลงมา ขัดจังหวะความคิดของนาง
กู้หลิงเซียนไม่แม้แต่จะตื่นตระหนก ใบหน้ารูปไข่ยังคงสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ นางพับบัญชีลับเก็บเข้าอกเสื้ออย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงปิ่นมวยผมรูปดอกบัวหยกขาวออกมาเตรียมพร้อม ทว่าก่อนที่นางจะทันได้ขยับกายหลบไปยังเส้นทางลับ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูเหล็กหนาทึบเสียก่อน
แกร๊ก... เสียงโซ่ตรวนและกลอนประตูถูกปลดออก เผยให้เห็นเงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมปักลายกิเลนสีนิลสะท้อนแสงจันทร์ยามดึก ฉินจื่อเหยียนก้าวเข้ามาในห้องใต้ดินอันมืดมิด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นกวาดมองสำรวจทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางในชุดบัณฑิตสีเทาเข้มของสตรีที่ยืนอยู่ท่ามกลางกองเอกสาร
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... เหตุใดกุนซือผู้ปราดเปรื่องของเปิ่นหวางถึงยังมาเดินเล่นอยู่ในที่อัปมลเช่นนี้เล่า?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าหยอกแต่กลับเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งดังขึ้น ฉินจื่อเหยียนก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายสนามรบอันเป็นเอกลักษณ์ลอยอบอวลเข้ามาปะปนกับกลิ่นอับชื้น กู้หลิงเซียนถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ จนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นไม้เก่าคร่ำครึ
"หม่อมฉันเพียงแต่มารubหา... อากาศบริสุทธิ์เพื่อไตร่ตรองเรื่องราชกิจเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ... เอ๊ย... เพคะ" นางเผลอหลุดคำสามัญสำนัดชายชาตรีออกมาด้วยความคุ้นชิน ฉินจื่อเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก
"อากาศบริสุทธิ์? ในคลังเอกสารเน่าเฟะที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายการฉ้อราษฎร์บังหลวงเนี่ยนะ?" ท่านอ๋องผู้เกรียงไกรยื่นมือหนาออกไปค้ำยันชั้นไม้ข้างศีรษะของนาง กักขังร่างบอบบางไว้ในวงแขนอย่างจงใจ ก้มลงกระซิบชิดริมใบหูขาวผ่อง "หลิงเซียน... เจ้ามีความลับอันใดปกปิดเปิ่นหวางอยู่อีกหรือไย เจ้าถึงได้ทำตัวลับๆ ล่อๆ เช่นนี้"
หัวใจของกู้หลิงเซียนกระตุกวูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่ออำนาจของเขา แต่เป็นเพราะสัมผัสไออุ่นจากกายแกร่งที่แนบชิดจนเกินงาม ปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขาเกือบจะปัดผ่านเส้นผมของนางอยู่รำไร นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ พยายามรักษาเกราะกำบังอันเย็นชาไว้ให้มั่นคง
"ท่านอ๋องโปรดทรงสำรวมด้วย หม่อมฉันเป็นเพียงข้าราชการในสังกัด..."
"ข้าราชการ?" ฉินจื่อเหยียนหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและทรงเสน่ห์อย่างร้ายกาจ เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางมนของนางให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้นางต้องเผชิญหน้ากับดวงตาที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร "ในสายตาของเปิ่นหวาง เจ้าไม่เคยเป็นแค่ข้าราชการ... เจ้าคือผู้เดียวที่มองทะลุปรุโปร่งถึงตัวตนที่แท้จริงของเปิ่นหวาง และก็เป็นผู้เดียวที่กล้าอาจหาญเข้ามาสืบสาวราวเรื่องเบื้องหลังของกรมกลาโหมด้วยตัวคนเดียว"
กู้หลิงเซียนนิ่งงัน นางรู้ทันทีว่าการปกปิดของตนไม่เคยรอดพ้นสายตาของบุรุษผู้นี้เลยแม้แต่น้อย เขารู้ว่านางกำลังทำอะไร และเขาก็ปล่อยให้นนางเดินเข้ามาในวังวนนี้ด้วยความตั้งใจ
"ในเมื่อพระองค์ทรงทราบแล้ว... เหตุใดจึงยังปล่อยให้หม่อมฉันเดินมาติดกับดักเล่าพ่ะย่ะค่ะ... เพคะ?" นางถามเสียงเบา หรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง
ฉินจื่อเหยียนโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน "เพราะเปิ่นหวางอยากรู้ว่า... เจ้าจะกล้าเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องแผ่นดินนี้ หรือเพื่อปกป้องตัวเปิ่นหวางกันแน่..."
ทว่า ก่อนที่กู้หลิงเซียนจะทันได้เอื้อnคำตอบใดเพื่อโต้แย้งประกายตาดุดันนั้น เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงกonประตูเหล็กด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจขององครักษ์หน้าประตู
"ใต้เท้าสือ! ฝ่าบาทมีพระราชโองการด่วน! ให้ปิดล้อมกรมกลาโหมทันที ห้ามผู้ใดเข้าออกเป็นอันขาด!"
ฉินจื่อเหยียนชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังประตูทางเข้าทันที ในขณะที่กู้หลิงเซียนหน้าถอดสีลงเล็กน้อย—ฮ่องเต้เฉินหลงทรงเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คาดคิด พระองค์มิได้ส่งเพียงแค่คนมาตรวจสอบ แต่ทรงส่งราชโองการปิดล้อมเพื่อจับกุม "หนูในอวน" และคนๆ นั้นก็คือนางที่กำลังถือบัญชีลับคาหนังคาเขาอยู่ในเวลานี้!
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 3
ความลับใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!