กลิ่นอายของสุราไป๋จิ่วหมักบ่มสิบปีคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของเครื่องหอมกำยานราคาแพงในตำหนักรับรอง แสงไฟจากโคมกระดาษนับร้อยดวงสาดส่องกระทบผืนผ้าไหมปักดิ้นทองระยิบระยับ ดุจดั่งผืนน้ำวนแห่งเล่ห์กลที่พร้อมจะกลืนกินผู้ที่ไร้ซึ่งความระแวดระวังได้ทุกเมื่อ
กู้หลิงเซียนนั่งอยู่ ณ โต๊ะรับรองลำดับที่สาม เบื้องขวาของนางคือเหล่าขุนนางฝ่าย문ที่ยังคงแย้มยิ้มเสแสร้งเข้าหากันอย่างน่ารังเกียจ ปลายน้องเรียวดุจหยกขาวของนางกำลังลูบไล้ขอบจอกสุราเคลือบกระเบื้องลายครามอย่างเชื่องช้า สายตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองผ่านม่านโปร่งบางสีมุกไปยังเบื้องหน้า ที่ซึ่งฮ่องเต้เฉินหลงประทับอยู่บนพระแท่นมังกร พระพักตร์ของพระองค์ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววตากลับทอประกายคมปลาบยามทอดพระเนตรไปยังแม่ทัพฉินจื่อเหยียน ผู้เป็นสวามีในนามและศูนย์กลางแห่งความหวาดระแวงของราชบัลลังก์
"กุนซือหลิงเซียน ดูท่าทางท่านจะมิค่อยถูกจริตกับสุรารสเลิศจอกนี้กระมัง?"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากด้านข้าง องค์ชายสามเฉินอวี้ ผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มอำนาจขั้วใหม่แย้มยิ้มบางเบา ดวงตาหงส์คู่นั้นฉายแววเจ้าเล่ห์ลึกซึ้ง ขณะรินสุราลงในจอกของนางด้วยตนเอง การกระทำดูเผินๆ คล้ายบุรุษผู้มีไมตรี ทว่าแฝงไว้ด้วยการทดหยั่งเชิง
หลิงเซียนมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงช้อนสายตาขึ้นสบประสาน รอยยิ้มบางเบาราวดอกเหมยแย้มบานท่ามกลางเหมันตฤดูถูกระบายบนเรียวปากสีชาด "ทูลองค์ชาย หม่อมฉันเพียงแต่ครุ่นคิดถึงกลยุทธ์ในสนามรบที่ยังมิได้สะสาง สุราในยามนี้ ต่อให้รสเลิศปานใด ย่อมมิอาจเทียบเท่าความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่เหนือท้องพระโรงแห่งนี้ได้เพคะ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้องศ์ชายสามชะงักไปชั่วลมหายใจ ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ จะเล็ดลอดออกมาจากลำคอ "ท่านกุนซือช่างตรงไปตรงมาสมคำร่ำลือ... แต่ระวังตัวหน่อยเถิด ในงานเลี้ยงรื่นรมย์เช่นนี้ บางครั้งความจริงใจอาจกลายเป็นยาพิษที่ปลิดชีพท่านได้โดยไม่รู้ตัว"
ขณะที่บทสนทนากำลังเชือดเฉือนด้วยคมมีดแห่งวาจา ณ ใจกลางท้องพระโรง ฉินจื่อเหยียน ในชุดเกราะทมิฬประดับลวดลายพยัคฆ์ทองคำ—อาภรณ์ที่จงใจสวมใส่เพื่อตอกย้ำอำนาจทางทหาร—กำลังยกจอกสุราขึ้นคารวะฮ่องเต้ สีหน้าของท่านอ๋องเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งความยำเกรงต่อพระพักตร์อันบึ้งตึงของโอรสสวรรค์
"หม่อมฉันขอถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงปราบกบฏราบคาบ บ้านเมืองสงบร่มเย็นพ่ะย่ะค่ะ" สุ้มเสียงทุ้มกังวานของฉินจื่อเหยียนดังก้องไปทั่วตำหนัก ทุกผู้คนต่างกลั้นหายใจรอรับแรงปะทะทางอำนาจที่คุกรุ่นมาเนิ่นนาน
ฮ่องเต้เฉินหลงแย้มพระสรวลย่ำแย่ ทรงยกมือขึ้นเป็นเชิงอนุญาต "ท่านอ๋องทรงเหน็ดเหนื่อยกับการศึกชายแดนมาแรมปี วันนี้เราจัดงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อท่านโดยเฉพาะ... ดื่มจอกนี้เสียเถิด เพื่อแสดงไมตรีจิตระหว่างพี่น้องและราชสำนัก"
ฉินจื่อเหยียนมิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เขาเพียงปรายตามองจอกสุราในมือขันทีผู้ถวาย ซึ่งก้มหน้าต่ำจนคางชิดอก ดวงตาคมกริบคู่นั้นซ่อนประกายความเย้ยหยันไว้ภายใต้แพขนตาดกหนา เขาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที—ชั่ววินาทีเดียวเท่านั้นที่กู้หลิงเซียนซึ่งเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลาสังเกตเห็นความผิดปกติ
*กลิ่น... กลิ่นอับจางๆ ของดอกอวี้หลานผสมผสานในสุรา*
หัวใจของกุนซือสาวกระตุกวาบ นางรู้ดีว่าพิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น หากแต่จะทำลายเส้นประสาทภายในสามลมหายใจ เป็นยาพิษที่หาได้ยากยิ่งในวังหลัง และผู้ที่ครอบครองมันมีเพียงไม่กี่คนในแผ่นดินนี้!
ทันทีที่ฉินจื่อเหยียนยกจอกสุราขึ้นจรดริมฝีปาก หลิงเซียนก็ขยับกายอย่างฉับพลัน นางแสร้งทำทีเป็นปัดแขนเสื้อสะดุดจอกสุราของตนเองจนล้มคว่ำ น้ำสุราสีอำพันไหลนองเปรอะเปื้อนโต๊ะรับรอง เกิดเสียงดังเพล้งเรียกสายตาทุกคู่ในท้องพระโรงให้หันมามองเป็นตาเดียว
"อุบัติเหตุเพคะ! หม่อมฉันซุ่มซ่ามยิ่งนัก ขอพระราชทานอภัยโทษด้วยฝ่าบาท" หลิงเซียนลุกขึ้นคุกเข่าลงกับพื้น สีหน้าแสดงความตื่นตระหนกแนบเนียนไร้ที่ติ ทว่าสายตากลับส่งสัญญาณเตือนไปยังบุรุษชุดทมิฬที่อยู่เบื้องหน้าอย่างเร่งร้อน
ฉินจื่อเหยียนชะงักมือที่ถือจอกสุรา ดวงตาคมปลาบหันมาสบตากับนางเพียงเสี้ยวพริบตา เขารับรู้ได้ทันทีถึงความหมายในแววตานั้น—ความห่วงใยที่นางพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากกุนซือไร้ใจ
ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลาย เสียงปรบมือเบาๆ สองสามครั้งก็ดังขึ้นจากด้านหลังพระแท่นมังกร
"ช่างเป็นกุนซือผู้ภักดีเสียจริง ยอมทำลายภาพลักษณ์ตนเองเพื่อช่วยเหลือสวามี... หรือว่าท่านกุนซือล่วงรู้บางสิ่งที่เรายังไม่รู้กันแน่?"
เสียงแหบพร่าแต่น่าเกรงขามดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีเฒ่าหลี่ ผู้เป็นเงาตามตัวของฮ่องเต้ ในมือของเขาคือถาดไม้ลงรักปิดทอง บนนั้นมีจอกสุราอีกจอกหนึ่งวางอยู่ และมีดสั้นเล่มงามที่สลักลวดลายงูพิษพาดผ่านอยู่เคียงข้าง
บรรยากาศในท้องพระโรงดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในทันที ขุนนางหลายคนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อตระหนักว่า หมากตานี้มิใช่แค่การลองใจ แต่มันคือ "งานเลี้ยงลวงตา" ที่จงใจเปิดฉากฆ่าล้างบางอย่างแท้จริง!
ฉินจื่อเหยียนค่อยๆ วางจอกสุราในมือลงบนโต๊ะเสียงดัง *เคร้ง* สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์หนุ่มจ้องมองฮ่องเต้บนบัลลังก์ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"ดูท่า... สุราจอกนี้ของฝ่าบาท คงมิได้มีไว้เพื่อต้อนรับกระหม่อมเสียแล้วกระมังพ่ะย่ะค่ะ"
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด ประตูบานใหญ่หนักอึ้งของตำหนักรับรองก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงรายงานจากทหารองครักษ์ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสภาพเนื้อตัวเปื้อนเลือด
"ทูล... ทูลฝ่าบาท! กองกำลังทหารรักษาระเบียบสามพันนายจากค่ายหลวง... เข้าปิดล้อมตำหนักรับรองไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และ... และตราประทับบัญชาการทหาร ถูกประกาศเป็นโมฆะแล้ว!"
กู้หลิงเซียนหน้าถอดสีทันที นางหันขวับกลับไปมององค์ชายสามที่บัดนี้แย้มยิ้มกว้างอย่างผู้กำชัยชนะในกำมือ
และก่อนที่สติของนางจะทันประมวลผลกลยุทธ์ใดๆ ปลายคมดาบสีเงินวาววับนับสิบเล่มจากองครักษ์เสื้อแพร ก็ถูกชักออกจากฝัก พุ่งตรงมาจ่อที่ลำคอระหงของนางและแผ่นอกกว้างของท่านอ๋องฉินจื่อเหยียนพร้อมกันในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 6
งานเลี้ยงลวงตา
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!