กลิ่นหอมบางเบาของกำยานหมื่นลี้ถูกเผาไหม้จนมอดลงเหลือเพียงควันสีเทาจางที่ลอยวนอยู่เบื้องบน อาภรณ์ปักดิ้นทองลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาไหววูบตามจังหวะการก้าวเดินที่หนักแน่นและเงียบเชียบ ฉินจื่อเหยียนหยุดยืนอยู่เบื้องหลังฉากกั้นผ้าโปร่งลายมัศยาแหวกว่าย สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองร่างเพรียวบางของสตรีในชุดกุนซือสีครามเข้มที่กำลังจรดพู่กันลงบนแผนที่ยุทธศาสตร์ด้วยสมาธิอันแน่วแน่
ไม่มีเสียงทักทาย มีเพียงบรรยากาศรอบกายที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ กู้หลิงเซียนมิได้เงยหน้าขึ้นทันที นางรู้ดีว่าผู้ที่ก้าวเข้ามาโดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าเช่นนี้มีเพียงผู้เดียวในค่ายพยัคฆ์บูรพา... บุรุษผู้กุมชะตากรรมของแคว้นและลมหายใจของผู้คนนับแสน
"ท่านอ๋องดึกปานนี้แล้ว เหตุใดยังไม่ไปพักผ่อน หรือว่าข่าวกรองจากเมืองหลวงเมื่อยามสามจะทำให้ท่านนอนไม่หลับ" น้ำเสียงหวานใสแต่ราบเรียบเย็นชาดังขึ้นทำลายความเงียบ นางวางพู่กันลงในแท่นหยกอย่างประณีต ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้า
ฉินจื่อเหยียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันราวกับเสียงกลองศึก ร่างสูงใหญ่ก้าวผ่านฉากกั้นเข้ามาประชิดจนกู้หลิงเซียนต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นตำราไม้จันทน์หอมเสียแล้ว กลิ่นอายบุรุษอันทรงอำนาจและกลิ่นอายสนามรบผสมผสานกับกลิ่นชาผู่อิดำจางๆ โอบล้อมร่างนางไว้ในพื้นที่แคบๆ
"เจ้าฉลาดเป็นกรด กู้หลิงเซียน... แต่ความฉลาดนี่แหละที่จะฆ่าเจ้า" ฉินจื่อเหยียนเอ่ยเสียงต่ำ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชิดกับซอกคอระหง ดวงตาคมปลาบดุจพยัคฆ์ซ่อนเล็บจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสงบของนาง "ฮ่องเต้เฉินหลงไม่ได้ส่งสาส์นมาเพียงเพื่อทวงถามความคืบหน้าเรื่องเสบียง แต่พระองค์กำลังระแวงว่า... 'กุนซือผู้ปราดเปรื่อง' ข้างกายข้า กำลังใช้สมองของนางชักใยอำนาจเหนือบัลลังก์มังกร"
กู้หลิงเซียนมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงแต่เงยหน้าสบตากับเขา แววตาคู่สวยไหวระริกชั่วพริบตาก่อนจะกลับคืนสู่ความเยือกเย็นดั่งบ่อน้ำโบราณ มุมปากบางแย้มยิ้มเยาะหยันตนเองเล็กน้อย
"หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีไร้หัวใจผู้หนึ่งที่ท่านเก็บมาใช้งาน จะมีปัญญาไปชักใยผู้ใดได้เล่าเพคะ หรือว่าท่านอ๋องเอง... ก็ทรงหวาดระแวงหม่อมฉันเช่นกัน" คำถามย้อนกลับนั้นคมกริบไม่แพ้กัน
ฉินจื่อเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นิ้วมือแข็งแกร่งเอื้อมไปแตะปลายคางมนของนางอย่างถือวิสาสะ บังคับให้กู้หลิงเซียนเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสอันทรงอำนาจ แรงบีบที่ปลายคางนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้นางรับรู้ถึงความจริงจังในแววตาของเขา
"ข้าไม่เคยหวาดระแวงเจ้า หลิงเซียน... แต่ข้ากลัว" น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นและเหี้ยมเกรียมกลับเจือกระแสความรu้า1ร้าวลึกซึ้งอย่างหาได้ยาก "ข้ากลัวว่าสักวันหนึ่ง อำนาจมืดในราชสำนักที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มเสแสร้งของฮ่องเต้ จะใช้ 'ความแค้นในอดีต' ของเจ้า มาเป็นเครื่องมือยืมดาบฆ่าคน"
ร่างของกู้หลิงเซียนแข็งทื่อไปชั่วขณะ หัวใจที่ถูกแช่แข็งไว้ด้วยความแค้นมานานปีคล้ายถูกคีมเหล็กบีบเข้าอย่างแรง ความลับที่นางซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มและแผนการอันแยบคาย เหตุการณ์โศกนาฏกรรมในตระกูลกู้เมื่อสี่ปีก่อน... เขาล่วงรู้มันทั้งหมดแล้วอย่างนั้นหรือ?
"ท่าน... พูดเรื่องอันใด หม่อมฉันไม่เข้าใจ" นางเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาที่ล่วงล้ำลึกซึ้งเกินไป
"อย่าได้โกหกข้าด้วยการใช้ความเงียบอีกเลย" ฉินจื่อเหยียนถอนหายใจยาว แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด มือหนาละจากคางของนางเปลี่ยนมาลูบไล้กลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างทะนุถนอม "ฮ่องเต้กำลังเดินหมากตาต่อไป พระองค์ทรงส่งมือสังหารเงา 'เงาอสูรโลหิต' มาที่ค่ายนี้ เป้าหมายไม่ใช่หัวของข้า... แต่เป็นลมหายใจของกุนซือผู้กุมแผนยุทธศาสตร์อย่างเจ้า"
บรรยากาศภายในห้องหนังสือพลันเยียบเย็นลงทันที ลมพานอกหน้าต่างพัดกรรโชกจนเปลวเทียนวับแวม กู้หลิงเซียนนิ่งงัน นางรู้ดีว่าฮ่องเต้เฉินหลงเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวในอำนาจและหวาดระแวงผู้มีปัญญา แต่นางไม่คาดคิดว่าพระองค์จะลงมือรวดเร็วและเลือดเย็นถึงเพียงนี้
"ถ้าเช่นนั้น ท่านอ๋องควรจะส่งตัวหม่อมฉันให้พระองค์ไปเสีย... จะได้ตัดปัญหาความระแวงของเบื้องบน และท่านจะได้ครอบครองกองทัพพยัคฆ์บูรพาอย่างสงบสุขอย่างไรล่ะเพคะ" นางเอ่ยเสียงพร่า พยายามดึงความแข็งกระด้างกลับมาปกป้องหัวใจตนเอง
ฉินจื่อเหยียนโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างใบหูของนาง เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดขี่ไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ
"ต่อให้แผ่นดินนี้ลุกเป็นไฟ หรือบัลลังก์มังกรจะพังทลายลงมาตรงหน้า... ข้าก็ไม่มีวันยอมให้ผู้ใดแตะต้องปลายเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว กู้หลิงเซียน เจ้าคือคนของฉินจื่อเหยียน... จำใส่ใจเอาไว้"
ในวินาทีที่หัวใจของกู้หลิงเซียนกำลังเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและสั่นคลอน ทันใดนั้นเอง—
*ฉึก!*
เสียงวัตถุบางอย่างพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงปักลงบนกรอบหน้าต่างไม้จันทน์หอมสนั่นหวั่นไหว ลูกดอกอาบยาพิษสีดำสนิทสั่นระริก ปลายลูกดอกมีกระดาษแผ่นเล็กม้วนผูกติดอยู่ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกที่ดังแว่วมาจากความมืดมิดเบื้องนอกกำแพงค่ายทหาร!
"ระวัง!" ฉินจื่อเหยียนคำรามลั่นในลำคอ ร่างสูงกระโจนเข้าโอบกอดร่างของกู้หลิงเซียนให้ล้มลงหลบวิถีลูกดอกที่ตามมาติดๆ ทว่าเมื่อเขายื่นมือไปดึงกระดาษม้วนนั้นคลี่ออกอ่าน สายตาดุดันก็หรี่แคบลงจนเหลือเพียงนิด ประกายความตกใจพาดผ่านดวงตาพยัคฆ์เป็นครั้งแรก เมื่อเห็นข้อความเลือดที่เขียนไว้สั้นๆ ว่า...
*‘ยาพิษในถ้วยชาของท่านอ๋อง... ออกฤทธิ์เร็วกว่าที่คิด’*
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 5
คำเตือนจากพยัคฆ์
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!