“หุบปากของเจ้าเสีย ก่อนที่ข้าจะตัดลิ้นนั่นทิ้งให้เป็นอาหารสุนัข”
เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายในถ้ำมืดดังขึ้นชิดใบหู กู้หลิงเซียนมิได้สะทกสะท้าน แม้คมดาบที่พาดผ่านลำคอระหงจะเย็นเยียบจนสัมผัสได้ถึงไอสังหาร กลิ่นอายโลหิตจางๆ ปะปนมากับกลิ่นไม้จันทน์หอมจากกายของบุรุษเบื้องหลัง แต่นางกลับหลับตาลงนิ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างใจเย็นท่ามกลางความมืดมิดของหอสมุดหลวงที่เงียบงัน
“หากท่านแม่ทัพต้องการสังหารข้า เหตุใดจึงต้องรอให้ถึงยามจื่อ (23.00-00.59 น.) เช่นนี้เล่าเจ้าคะ?” กู้หลิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความเย้ยหยันไว้ในที
มือหนาที่กดไหล่นางไว้บีบแน่นขึ้นจนกล้ามเนื้อแทบแหลกละเอียด ฉินจื่อเหยียนหรี่ตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจ้องมองเงามืดที่สั่นไหวอยู่เบื้องหน้าชั้นหนังสือ “เจ้าฉลาดนัก กุนซือกู้... แต่ความฉลาดของเจ้ากำลังจะนำภัยมาสู่ตัว เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าในวังหลวงแห่งนี้จะมีเพียงแค่ข้าที่ต้องการหัวของเจ้า?”
ทันใดนั้น เสียงลูกธนูแหวกอากาศดัง ‘ฟิ้ว’ เฉียดใบหน้าของกู้หลิงเซียนไปเพียงเส้นยาแดงผ่าศูนย์กลาง ก่อนจะปักลงบนกรอบหน้าต่างไม้สักอย่างแม่นยำ ปลายลูกธนูอาบด้วยสีเขียวมรกตที่บ่งบอกถึงพิษร้ายแรงที่แม้แต่เทวดาก็ยากจะถอน
ฉินจื่อเหยียนสบถในลำคอ ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานราวกับเงาสีดำ เขาดึงร่างของกู้หลิงเซียนเข้ามาแนบชิดอกแกร่งแล้วหมุนตัวหลบคมธนูอีกสามดอกที่พุ่งเข้ามาพร้อมกันราวกับห่าฝน ดาบเหล็กกล้าในมือเขาตวัดวาดเป็นวงโค้ง ปัดป้องอาวุธลับเหล่านั้นจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบในความมืด
“หุบปากให้สนิท อย่าขยับตัว” เขาคำสั่งสั้นๆ ก่อนจะวางนางลงหลังเสาต้นใหญ่ที่แกะสลักลวดลายมังกรห้าเล็บอย่างประณีต
กู้หลิงเซียนขยับกระโปรงผ้าไหมสีมรกตของตนให้เข้าที่ นางไม่ได้หวาดกลัวต่อความตาย แต่นางกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ สมองอันปราดเปรื่องทำงานแข่งกับเวลา ‘ฮ่องเต้เฉินหลง... พระองค์ไม่รอช้าเลยจริงๆ ที่จะกำจัดตัวหมากที่เริ่มคุมไม่อยู่’ นางคิดในใจ
ในความมืดมิดของหอสมุด มือสังหารในชุดรัดรูปสีดำสนิทนับสิบชีวิตปรากฏตัวขึ้น พวกมันเคลื่อนไหวด้วยวิชาตัวเบาที่ล้ำเลิศ จิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาทำให้อากาศรอบข้างหนักอึ้ง ฉินจื่อเหยียนในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทขลิบทองยิ้มหยันที่มุมปาก ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยอำนาจที่ไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด
“ฝ่าบาทส่งพวกเจ้ามาเพื่อส่งข้าไปปรโลกงั้นหรือ?” ฉินจื่อเหยียนแค่นหัวเราะ ดาบในมือของเขาเริ่มแผ่ไอสังหารที่เย็นเยียบยิ่งกว่าความตาย “ช่างไร้เดียงสานัก”
การต่อสู้เริ่มขึ้นในวินาทีนั้น ฉินจื่อเหยียนเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจพายุหมุน ดาบของเขาเปรียบเสมือนกงเล็บปีศาจ ทุกการตวัดดาบหมายเอาชีวิต ทุกจังหวะการรุกคือการปิดฉาก กู้หลิงเซียนยืนพิงเสามองดูภาพการเข่นฆ่าเบื้องหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย นางเห็นมือสังหารคนหนึ่งแอบอ้อมไปทางด้านหลังของท่านอ๋องโดยมีกริชอาบยาพิษในมือ
“ท่านอ๋อง ระวัง!” นางตะโกนพลางหยิบปิ่นปักผมทองคำแท้ที่ซ่อนอาวุธลับไว้ภายในสะบัดออกไปอย่างแม่นยำ ปิ่นเงินเล็กๆ พุ่งเสียบเข้าที่ขมับของมือสังหารคนนั้นจนทรุดลงกับพื้นทันที
ฉินจื่อเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง หันมาสบตากับนางเพียงเสี้ยววินาที สายตาคู่นั้นมิได้มีความเกลียดชังหลงเหลืออยู่ มีเพียงประกายแห่งความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะพรรณนา
“เจ้าปกป้องข้า... กุนซือกู้” เขาเอ่ยน้ำเสียงพร่าต่ำขณะที่สะบัดดาบปลิดชีพศัตรูคนสุดท้ายจนกลายเป็นศพกองพะเนิน
“ข้าเพียงแต่รักษาหมากสำคัญบนกระดานนี้ไว้เท่านั้น ท่านแม่ทัพอย่าได้สำคัญตัวผิด” กู้หลิงเซียนเชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้
ฉินจื่อเหยียนก้าวเข้ามาหานางในระยะประชิด กลิ่นเหงื่อและกลิ่นเลือดจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบข้างดูร้อนแรงขึ้น เขาใช้มือข้างที่ถือดาบเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตาคู่ที่คมดุจน้ำแข็งของเขา “หมากสำคัญหรือ? ในสายตาของข้า เจ้าเป็นสตรีเพียงคนเดียวที่ข้าจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง แม้แต่ฮ่องเต้ผู้มีพระคุณของเจ้าก็ตาม”
เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดใบหน้าของนาง กู้หลิงเซียนเบนสายตาหนีด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นคลอน ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์วังหลวงหลายร้อยคนก็ดังใกล้เข้ามาพร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างจ้าไปทั่วบริเวณ
“ล้อมหอสมุดหลวงไว้! อย่าให้แม่ทัพฉินและกุนซือกู้รอดไปได้!” เสียงของหัวหน้าองครักษ์ดังสนั่น
ฉินจื่อเหยียนคว้าข้อมือของกู้หลิงเซียนไว้แน่น “ดูเหมือนว่าคืนนี้ค่ำคืนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น”
เขากระชากร่างของนางเข้ามาแนบอกก่อนจะพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างที่พังทลาย แต่ทว่าก่อนที่จะก้าวออกไป กู้หลิงเซียนกลับชะงักเมื่อเห็นสาส์นฉบับหนึ่งที่ตกหล่นมาจากซองของมือสังหารที่เพิ่งตายไป นางคว้ามันขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความรวดเร็ว ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตระหนกเมื่อเห็นตราประทับลับประจำตัวขององค์รัชทายาทที่ควรจะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว
‘นี่ไม่ใช่แผนของฮ่องเต้... แต่เป็นแผนของคนที่ควรจะตายไปแล้ว!’
ฉินจื่อเหยียนเห็นสีหน้าของนางจึงคว้าสาส์นไปอ่าน ก่อนจะหันมามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงพอกัน
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับไป๋เหลียนฮวานะคะ
แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 7
ปกป้องด้วยคมดาบ
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!