“หากเจ้ายังไม่ยอมอยู่นิ่ง ข้าคงต้องใช้โซ่ตรวนมาล่ามเจ้าไว้กับเตียงแทนผ้าพันแผลเสียแล้ว กู้หลิงเซียน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารจางๆ ของฉินจื่อเหยียนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในกระโจมทหาร แม้คำพูดจะดูดุดันแต่สัมผัสจากปลายนิ้วแข็งกร้านที่กำลังบรรจงเช็ดคราบเลือดบริเวณหัวไหล่ของหญิงสาวกลับแผ่วเบาราวกับกำลังสัมผัสกับกลีบดอกเหมยที่พร้อมจะร่วงโรยยามต้องลม
กู้หลิงเซียนเม้มริมฝีปากที่ซีดเผือด นางข่มกลั้นความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ได้รับจากคมกระบี่ของมือสังหารเมื่อยามค่ำคืน สายตาของนางเหม่อมองออกไปนอกกระโจม เห็นเพียงเปลวไฟจากกองเพลิงในค่ายที่วูบไหวราวกับจิตใจที่กำลังสับสนของนางในยามนี้
“ท่านอ๋อง... ท่านไม่ควรเสียเวลามาดูแลข้าด้วยพระองค์เอง บาดแผลเพียงเท่านี้ หากเป็นคนอื่นทำหน้าที่ย่อมเหมาะสมกว่า”
นางเอ่ยเสียงเรียบพยายามเว้นระยะห่างทั้งทางกายและทางใจ แต่กลับถูกแววตาคมกริบดุจพญาอินทรีของบุรุษตรงหน้าจ้องมองจนต้องชะงัก
ฉินจื่อเหยียนไม่ตอบคำถามนั้น มือหนาหยิบขวดยาตลับหยกขึ้นมาเปิดออก กลิ่นสมุนไพรจางๆ อบอวลไปทั่วพื้นที่ เขาใช้พู่กันขนสัตว์แตะแต้มยาลงบนรอยแผลฉกรรจ์บนไหล่มนเนียนขาวที่บัดนี้มีสีแดงฉานตัดกับผิวพรรณ ความเย็นของยาซึมลึกเข้าสู่ผิวจนนางเผลอครางเบาๆ ในลำคอ
“คนอื่นหรือ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวฉายแววอ่อนแสงลงอย่างยากจะเห็น “ในค่ายทหารที่เต็มไปด้วยหมาป่าซ่อนเขี้ยว มีเพียงข้าที่ไว้ใจให้เข้าใกล้ชีวิตของเจ้าได้มากที่สุด หลิงเซียน... เจ้าเป็นกุนซือของข้า เป็นสมองของกองทัพ แต่อย่าลืมว่าเจ้าก็เป็นเพียงสตรีคนหนึ่งที่ข้า... มิอาจปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องแม้แต่ปลายเส้นผม”
บรรยากาศในกระโจมดูเหมือนจะร้อนผ่าวขึ้นมาทันใด คำพูดของเขาไม่ได้มีความหมายเพียงแค่เรื่องของนายและบ่าว แต่มันคือคำประกาศเจตนารมณ์ที่หนักแน่นยิ่งกว่าขุนเขา
กู้หลิงเซียนเบือนหน้าหนี หัวใจของนางที่เคยเป็นดั่งทะเลสาบที่ไม่มีวันกระเพื่อม บัดนี้กลับสั่นไหวราวกับถูกโยนก้อนหินลงไปอย่างแรง นางรู้ดีว่าหากยอมรับความเห็นอกเห็นใจนี้ไว้ รากฐานความเยือกเย็นที่นางสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตนเองจากความโหดร้ายของวังหลวงย่อมต้องพังทลายลง
“ความเห็นอกเห็นใจคือจุดอ่อนของแม่ทัพ ท่านก็ทราบดี” นางเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย “หากวันนี้ท่านมาดูแลข้าด้วยเหตุผลส่วนตัว แล้ววันหน้าหากฮ่องเต้เฉินหลงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นข้ออ้างเพื่อถอดถอนท่านจากตำแหน่งแม่ทัพเล่า? ท่านจะตอบเขาว่าอย่างไร”
ฉินจื่อเหยียนชะงักมือไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางผ้าพันแผลลงช้าๆ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้ขนอ่อนบนกายของนางลุกชัน “ข้าจะบอกเขาว่า... สิ่งที่ข้าให้ความสำคัญยิ่งกว่าแผ่นดิน คือชีวิตของสตรีที่ข้าเลือกจะปกป้องด้วยชีวิตของข้าเอง”
คำกล่าวที่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจนั้นทำให้กู้หลิงเซียนหัวใจเต้นผิดจังหวะ นางหันกลับมาสบตากับเขา แววตาดื้อรั้นของนางยามนี้แฝงไปด้วยความเวทนาและรักลึกซึ้งที่พยายามซ่อนไว้
มือเรียวของนางเอื้อมไปแตะข้อมือของเขาที่ยังมีคราบเลือดติดอยู่ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ประจำตัวท่านอ๋องดังขึ้นหน้ากระโจม ตามมาด้วยเสียงรายงานที่ทำลายบรรยากาศอันน่าภิรมย์ลงอย่างสิ้นเชิง
“ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! หน่วยข่าวกรองแจ้งว่ามีพระราชโองการลับถูกส่งมาถึงค่ายทหารเราในยามวิกาล ผู้ถือสาส์นยืนยันว่าต้องให้ท่านอ่านเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้น... กองทัพหลวงที่ตั้งทัพอยู่ห่างออกไปสามสิบลี้จะเริ่มเคลื่อนพลทันที!”
ฉินจื่อเหยียนผละออกจากกู้หลิงเซียนทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก เขาหันไปหยิบกระบี่ข้างกายขึ้นมาสวมใส่ พลางหันกลับมามองกุนซือหญิงที่กำลังพยายามลุกขึ้นด้วยสีหน้าเจ็บปวด
“พักอยู่ที่นี่... ห้ามออกไปไหนจนกว่าข้าจะกลับมา” เขาสำทับเสียงเข้มก่อนจะหันหลังเดินออกไป
กู้หลิงเซียนมองตามหลังเขาไปด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ นางหยิบแผ่นกระดาษที่หล่นอยู่ใต้โต๊ะไม้ซึ่งคาดว่าเป็นรายงานสรุปยุทธวิธีที่ฉินจื่อเหยียนเตรียมไว้ แต่ทว่า... เมื่อสายตาของนางกวาดผ่านข้อความในกระดาษนั้น ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
มันไม่ใช่รายงานการทหาร... แต่มันคือรายชื่อ 'สิบตระกูลขุนนาง' ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ และในรายชื่อลำดับท้ายสุดนั้น... ปรากฏชื่อของ 'ตระกูลกู้' ซึ่งเป็นตระกูลที่นางพยายามปิดบังชาติกำเนิดมาตลอดชีวิต!
เสียงฝีเท้าของฉินจื่อเหยียนหยุดลงตรงหน้ากระโจมอีกครั้ง ก่อนที่เงาของใครบางคนจะทาบลงบนผืนผ้าใบหน้าประตู เสียงหัวเราะแหลมสูงที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้ส่งสาส์นจากวังหลวงดังขึ้นแทรกความเงียบ
“ท่านแม่ทัพ... ฝ่าบาทมีรับสั่งมาว่า พระราชโองการฉบับนี้ มิใช่แค่คำสั่งเคลื่อนพล แต่เป็นคำสั่งประหารชีวิตกุนซือที่อยู่ข้างกายท่าน... ในฐานะสายลับผู้ทรยศแผ่นดิน!”
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมาจนถึงบทนี้นะคะ ไป๋เหลียนหวาหวังว่าทุกท่านจะติดตามตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะคะ!
แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 20
ความเห็นอกเห็นใจ
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!