เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรสายคราฟต์•ตอนที่ 5

เลิกกวนได้ไหม

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
“ว่ายังไงนะ/นะคะ?!” เสียงอุทานที่หลุดออกมาจากปากของพริมโรสเมื่อปลายสายคือความเงียบงันและเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของธันวา ยังคงก้องกังวานอยู่ในความทรงจำ แม้ว่าหน้าจอโทรศัพท์จะถูกตัดสายไปร่วมสิบนาทีแล้วก็ตาม สถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบเฉียบขาด กำลังยืนกอดอกแน่นอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวยาว ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสีกรมท่าสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความขัดเคือง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบฉายแวววาวโรจน์ เธอเกลียดที่สุด... เกลียดการถูกมองทะลุปรุโปร่ง และเกลียดที่สุดคือการที่ผู้ชายกวนประสาทอย่างธันวา ทำให้เธอเสียอาการได้ง่ายๆ เพียงแค่ประโยคเดียว *“ถ้าไม่อยากให้ผมเข้าไปนั่งคุมถึงโต๊ะเขียนแบบ คุณพริมก็เลิกทำหน้ายักษ์ใส่แล้วส่งแบบแปลนโครงสร้างส่วนที่แก้มาให้ผมดูตอนนี้ซะดีๆ ครับ”* คำพูดท้าทายนั้นยังวนเวียนอยู่ในหัว พริมโรสสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติระเบียบวินัยที่เธอสะสมมาค่อนชีวิตกลับคืนมา มือเรียวยาวหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างใช้ความคิด เธอจะไม่ยอมเสียฟอร์มให้วิศวกรโครงสร้างปากเสียคนนั้นเด็ดขาด โครงการรีโนเวทอาคารเก่าใจกลางเมืองนี้คือผลงานชิ้นโบแดงที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อพิสูจน์ให้บอร์ดบริหารเห็นว่าเธอไม่ต้องพึ่งพาคำชมเชยของใครทั้งสิ้น และธันวา... ผู้ชายที่เข้ามาทำลายความสงบเรียบร้อยในชีวิตการทำงานของเธอ คือตัวแปรเดียวที่เธอต้องกำจัดออกไปจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองให้เร็วที่สุด เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งดังขึ้นสั้นๆ ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงโปรดของธันวาในเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแข็งแกร่งตามแบบฉบับของผู้ชายที่คลุกคลีกับการคำนวณโครงสร้างและหน้างานก่อสร้าง กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟดำผสมกับกลิ่นอายแดดอ่อนๆ ลอยเข้ามาแตะจมูก พริมโรสขมวดคิ้วทันทีเมื่อเห็นผู้บุกรุกก้าวเข้ามาหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของเธอหน้าตาเฉย โดยไม่แม้แต่จะขออนุญาต "ผมบอกแล้วไงครับว่าถ้าโทรตามไม่รับ ผมจะเดินมาตามด้วยตัวเอง" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความกวนประสาทปรากฏขึ้นช้าๆ บนใบหน้าคมคาย ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับกำลังสำรวจพื้นที่ยุทธศาสตร์ "นี่คุณ! ใครอนุญาตให้เข้ามาในห้องทำงานของฉันไม่ทราบคะ... ไม่0ใช่สิ! ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาโดยไม่เคาะประตูให้ดีก่อน!" พริมโรสเกือบหลุดคำลงท้ายแบบผู้หญิงจู้จี้ขี้บ่น โชคดีที่เธอเบรกตัวเองทันและเปลี่ยนสรรพนามแก้เกี้ยวได้อย่างรวดเร็ว แม้ใบหน้าสวยจะเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความกรุ่นโกรธ "ผมเคาะแล้วครับ สามครั้งถ้วน... หรือว่าหูของคุณพริมกำลังอื้อเพราะมัวแต่คิดถึงคำพูดของผมเมื่อกี้กันแน่ล่ะครับ?" ธันวาเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่ได้เห็นเสือสาวมาดเนี้ยบเริ่มมีอาการหางจุกตูด "อย่ามาเพ้อเจ้อนะธันวา!" พริมโรสกระแทកเสียงใส่ วางปากกาในมือลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังลั่น "แบบแปลนที่ฉันแก้ไปมันสมบูรณ์แบบตามหลักสถาปัตยกรรมทุกประการ ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะต้องมานั่งจับผิด หรือว่าสมองระดับวิศวกรโครงสร้างของคุณมันประมวลผลไม่ทันกันแน่ว่าดีไซน์ของฉันมันซัพพอร์ตระบบท่อทั้งหมดได้ยังไง" ธันวาไม่โกรธเลยสักนิดเมื่อโดนยั่วโมโห กลับกัน รอยยิ้มของเขากลับกว้างขึ้นจนเห็นไรฟันขาว ชายหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางทศบนขอบโต๊ะทำงานของพริมโรส ลดระยะห่างระหว่างเขากับเธอลงครึ่งหนึ่งในพริบตา กลิ่นกายสะอาดสะอ้านและพลังงานที่คุกคามแต่นุ่มนวลของเขา ทำให้พริมโรสเผลอผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แผ่นหลังบางแนบชิดกับพนักพิงเก้าอี้ ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวขึ้นมาทันทีเมื่อผู้ชายคนนี้จงใจรุกล้ำอาณาเขตส่วนตัว "สมองผมประมวลผลไวเสมอครับคุณพริม... โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับคุณ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบเบาๆ แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "แต่ที่ผมต้องเดินมาถึงนี่ ก็เพราะอยากมาดูใกล้ๆ ว่า... สถาปนิกคนเก่งที่ชอบทำตัวเป็นหุ่นยนต์ไขลานตลอดเวลา เวลาโกรธจนหน้าดำหน้าแดงเนี่ย มันน่ารักกว่าตอนทำหน้าไร้อารมณ์ตั้งกี่เท่า" "คุณ...!" พริมโรสอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เธอไม่เคยเจอผู้ชายหน้าด้านคนไหนที่กล้าหยอกล้อเธอด้วยสายตาแพรวพราวและคำพูดกำกวมแบบนี้มาก่อน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามระเบียบวินัย ตอนนี้กลับเต้นรัวผิดจังหวะจนน่ากลัว เธอกำหมัดแน่นใต้โต๊ะพยายามขุดเอาความเยือกเย็นทั้งหมดที่มีในชีวิตมาใช้คานอำนาจ "เลิกกวนประสาทฉันได้ไหมธันวา!" เธอตวาดเสียงแข็ง พยายามดึงมาดสาวมั่นกลับคืนมา "เรากำลังคุยกันเรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องเล่นขายของ ถ้าคุณไม่มีอะไรจะคอมเมนต์เกี่ยวกับแบบแปลน ก็เชิญออกไปจากห้องของฉันได้แล้วค่ะ ฉันมีงานค้างอีกกองโตที่ต้องเคลียร์" ธันวาไม่ได้ขยับเขยื้อนหนีไปไหน ตรงกันข้าม เขากลับเลื่อนแฟ้มงานของเธอเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น เปิดหน้ากระดาษแปลนออกดูด้วยความรวดเร็ว นิ้วเรียวชี้ไปยังจุดตัดของเสาคอนกรีตและคานเหล็กที่พริมโรสเพิ่งแก้ไขไปเมื่อเช้า "ตรงนี้..." เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นโหมดจริงจังในชั่วพริบตา ความเป็นมืออาชีพฉายชัดผ่านแววตาคู่นั้น "คุณพริมดีไซน์ช่องเปิดสำหรับงานระบบไว้กว้างเกินไป ถ้าเราดร็อปฝ้าลงมาอีกสองเซนติเมตรตามที่คุณต้องการ แรงเฉือนตรงจุดเชื่อมต่อจะเกินพิกัดรับน้ำหนักในระยะยาว... คุณอยากให้ตึกนี้ถล่มลงมาก่อนส่งมอบงาน หรืออยากให้ผมช่วยแก้ให้มันจบๆ แบบวิน-วินทั้งสองฝ่ายล่ะครับ?" พริมโรสชะงัก ก้มมองตามนิ้วของเขา ความโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจชั่วขณะ ข้อมูลทางวิศวกรรมที่เขาพูดออกมานั้นถูกต้องและแม่นยำจนเธอหาข้อโต้แย้งไม่ได้เลยจริงๆ มันคือจุดบอดเล็กๆ ที่เธอพลาดไปเพราะเร่งรีบปิดงาน แต่ทิฐิและฟอร์มที่สะสมมาทำให้เธอยังคงเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมรับความผิดพลาดง่ายๆ "ฉันแค่วางแปลนไว้เผื่อเลือกต่างหากล่ะคะ กะว่าจะมาเช็คกับคุณรอบบ่ายอยู่แล้วเชียว... ทำเป็นเก่งไปได้" เธอเชิดหน้าเถียงข้างๆ คูๆ ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่บ่งบอกว่าเขารู้ทันทุกคำแก้ตัวของเธอ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของร่างสูงใหญ่ทอดทาบลงมาปกคลุมร่างเพรียวของพริมโรสที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ ราวกับกรงข้องขนาดย่อมๆ ที่สร้างขึ้นจากความตั้งใจของเขาเอง "ปากแข็งจังนะครับ... ทั้งๆ ที่ข้างในใจสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่แล้วแท้ๆ" ธันวาโน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนสถาปนิกสาวขนลุกซู่ พริมโรสสะดุ้งสุดตัว มือเรียวรีบผลักอกแกร่งของเขาออกห่างทันที ดวงตาคู่สวยตวัดมองค้อนด้วยความอับอายและโมโหที่ถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา "ถอยไปเลยนะธันวา! ใครใจสั่นกัน อย่ามามั่วซั่ว!" "ถ้าไม่ได้ใจสั่น... แล้วทำไมหน้าแดงขนาดนั้นล่ะครับ?" ธันวายิ้มกริ่ม ยิ่งแกล้งยิ่งสนุก มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าขอบโต๊ะกั้นไม่ให้เธอหนีไปไหนได้พ้น ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกันในระยะประชิด พริมโรสกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อความใกล้ชิดพุ่งทะยานถึงขีดสุด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางกับความอบอุ่นจากตัวเขาทำให้เธอสูญเสียการควบคุมตัวเองอย่างสิ้นเชิง เธออ้าปากจะต่อว่าเขาอีกครั้ง แต่คำพูดทั้งหมดกลับกลืนหายไปในลำคอเมื่อดึงสายตาขึ้นมาสบประสานกับนัยน์ตาสีเข้มที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาท ในจังหวะที่หัวใจของพริมโรสกำลังเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก และธันวากำลังจะโน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นคำแก้ตัวทั้งหมดด้วยริมฝีปากของเขาเองนั้น... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับบานประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่รอคำอนุญาต "คุณพริมครับ! แย่แล้วครับ แบบแปลนโซน B เกิดปัญหาใหญ่... อ้าว... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย?" เสียงทุ้มของหัวหน้าทีมวิศวกรภาคสนามดังแทรกขึ้นกลางคัน ทำให้ธันวาและพริมโรสต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต พริมโรสหน้าแดงซ่าน รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนตรง จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่เข้าทางด้วยความลนลาน ผิดกับธันวาที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋า กวาดสายตามองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดายอย่างเห็นได้ชัด ธันวาหันกลับมามองสถาปนิกสาวที่ตอนนี้กำลังหลบสายตาเขาด้วยความเขินอาย ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ เป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินสวนออกไปจากห้อง "เรายังคุยกันไม่จบนะครับ... ไว้คืนนี้ ค่อยไปเคลียร์กันต่อสองคน" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกันในทุกย่างก้าวของความสัมพันธ์นี้นะครับ - สเปซโอเดสซีย์ -
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรสายคราฟต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%