เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรสายคราฟต์•ตอนที่ 6

ความลับใต้หมวกนิรภัย

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
กลิ่นสีน้ำมันและฝุ่นปูนฉาบช่วงตีสอง ไม่ใช่บรรยากาศที่น่ารื่นรมย์นักสำหรับการมานั่งสมาธิ แต่นั่นคือสิ่งที่ธันวา วิศวกรโครงสร้างผู้หลงใหลในความเนี๊ยบของเหล็กข้ออ้อย กำลังเผชิญอยู่บนไซต์ก่อสร้างชั้นสาม ความเงียบงัดข้อกับเสียงหึ่งของตู้คอนโทรลไฟชั่วคราว ธันวาตั้งใจจะหยิบแบบแปลนโครงสร้างที่ลืมไว้ในห้องพักคนงาน แต่แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือกลับกวาดไปสะท้อนกับวัตถุบางอย่างที่มุมอับหลังเสาคานคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งควรจะว่างเปล่าในยามวิกาลนี้ ร่างโปร่งของสถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบเฉียบขาดและวาจาเชือดเฉือน พริมโรส กำลังนั่งคุดคู้กอดเข่าอยู่บนลังไม้เก่าๆ สันหลังที่เคยตั้งตรงราวกับไม้บรรทัดเหล็กบัดนี้โค้งงอลงอย่างน่าใจหาย ไหล่บางสั่นสะท้อนน้อยๆ ตามจังหวะการสะอื้นที่ถูกพยายามกลั้นไว้จนสุดกำลัง หมวกนิรภัยสีขาวสัญลักษณ์แห่งความรับผิดชอบถูกถอดวางไว้บนพื้น ฝุ่นสีเทาเปื้อนเปรอะข้างแก้มเนียนที่ตอนนี้แดงก่ำ ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยชินกับการคำนวณรับน้ำหนักและแรงเค้น กลับรู้สึกเหมือนถูกคานเหล็กขนาดมหึมาหล่นทับเข้าอย่างจัง เขารู้จักพริมโรสในฐานะ ‘ยัยคุณหนูจอมเนี๊ยบ’ ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ความมักง่ายใดๆ ในหน้างาน เธอคือคู่ปรับตัวฉกาจที่พร้อมจะปะทะคารมกับเขาได้ทุกเมื่อไม่เว้นแม้แต่เรื่ององศาการวางท่อระบายน้ำ ภาพหญิงสาวผู้พกพาความมั่นใจเต็มร้อยกำลังนั่งร้องไห้เงียบๆ ในมุมมืดโดยไม่มีใครเห็น ทำเอาความยียวนกวนประสาทที่เขามักจะหยิบมาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวมลายหายไปจนหมดสิ้น ธันวากลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก เขาก้าวเท้าออกไปช้าๆ พยายามทำให้เกิดเสียงฝนตกกระทบพื้นให้น้อยที่สุด แต่สัญชาตญาณของคนระแวดระวังตัวอย่างพริมโรสก็ไวกว่าที่คิด “ใคร...” เสียงแหบพร่าจากการร้องไห้เอ่ยลอดริมฝีปากสั่นระริก มือเรียวยกขึ้นปาดคราบน้ำตาลวกๆ บนแก้มอย่างลนลาน ก่อนจะพยายามคว้าหมวกนิรภัยขึ้นมาสวมทับเพื่ออำพรางความอ่อนแอที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา “ผมเองครับ” ธันวาหยุดยืนห่างออกไปราวสองเมตร น้ำเสียงที่เคยติดตลกและกวนประสาทในยามปกติ บัดนี้กลับราบเรียบ นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความระมัดระวังอย่างประหลาด พริมโรสเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่มักจะฉายแววท้าทายและเฉลียวฉลาด บัดนี้แดงก่ำและชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา เธอกัดริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว พยายามฝืนทำเป็นเข้มแข็งทั้งที่เสียงพูดสั่นพร่าเสียจนน่าสงสาร “คุณ... มาทำอะไรที่นี่ดึกดื่น” “ผมควรเป็นฝ่ายถามคุณมากกว่านะครับ” ธันวาย่ำเท้าเข้าไปใกล้อีกนิด มองสำรวจสภาพที่ยับเยินกว่าปกติของคนตรงหน้า “สถาปนิกคนเก่งผู้ไม่เคยพลาดอะไรในชีวิต ทำไมถึงมานั่งแปลงร่างเป็นซอมบี้แอบร้องไห้หลังเสาเข็มตอนตีสองครึ่งล่ะครับ” “เรื่องของฉัน” พริมโรสสวนกลับตามสัญชาตญาณ เสียงของเธอแข็งกระด้างขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความอับอาย แต่มันช่างดูเปราะบางเสียจนคนฟังแทบอยากจะดึงเข้ามาซุกไว้ใต้ปีกของตัวเอง “คุณจะไปไหนก็ไปเضอะ อย่ามาเสือกเรื่องของฉันเลย” “จะไม่ให้เสือกได้ยังไงล่ะครับ” ธันวาถอนหายใจยาว ทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกันกับเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูที่เจือปนกับกลิ่นฝุ่นปูน “คุณกำลังร้องไห้จนตาบวมเป่งขนาดนี้ แถมยังนั่งอยู่ในโซนโครงสร้างที่ผมรับผิดชอบ ถ้าเกิดคุณเป็นอะไรไปแล้วคานนี้ถล่มลงมาทับผมจะทำยังไงล่ะครับ” “ปากเสีย” พริมโรสค้อนขวับพร้อมกับสูดน้ำมูกเบาๆ เธอยกมือขึ้นเสยผมที่เคลียแก้มอย่างลวกๆ “ฉันไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น กลับไปนอนไปธันวา” “ปากบอกว่าไม่เป็นไร แต่ตาแดงแจ๋ขนาดนี้ ถ้าเป็นคอนกรีตที่มีรอยร้าวแบบนี้ ผมสั่งรื้อทิ้งไปนานแล้วนะครับพริม” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความอ่อนโยนอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะมีมุมนี้ เขายื่นทิชชูสะอาดในกระเป๋าเสื้อช็อปยับๆ ส่งให้เธอนิ่งๆ “เช็ดซะเถอะครับ หน้าตาเลอะหมดแล้ว เดี๋ยวความน่าเชื่อถือในฐานะหัวหน้าสถาปนิกจะหมดเอา” พริมโรสชะงัก มองกระดาษทิชชูในมือหนาก่อนจะเหลือบมองใบหน้าคมคายที่มักจะกวนโมโหเธออยู่เสมอ แต่ในยามนี้ แววตาคู่นั้นกลับไม่มีร่องรอยของการเยาะเย้ยถากถางเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม มือเรียวสั่นเทาเอื้อมมารับกระดาษทิชชูแผ่นนั้น เสียงสูดหายใจเข้าลึกๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีจะค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย “ฉันเหนื่อย... ธันวา” น้ำเสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางนั้นเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่มันกลับหนักอึ้งในความรู้สึกของคนฟัง “ทุกคนคาดหวังว่าฉันต้องทำได้ดี ต้องเป๊ะ ต้องไม่พลาด เพราะฉันคือพริมโรส... แต่ไม่มีใครเคยถามเลยสักคน ว่าฉันอยากแบกรับมันไว้หรือเปล่า” ปมในใจที่เธอไม่เคยบอกใคร ถูกเอ่ยออกมาในมุมมืดของไซต์ก่อสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จ ธันวามองใบหน้าที่ฉาบไล่ด้วยความเหนื่อยล้าและโดดเดี่ยวของหญิงสาว หัวใจของวิศวกรหนุ่มกระตุกวาบ ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ใต้ความสัมพันธ์แบบคู่กัดกำลังปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เขยิบเข้าไปใกล้จนไหล่แทบชิดกัน ธันวาไม่ได้พูดคำปลอบโยนสวยหรูที่กลวงเปล่าแบบที่คนอื่นชอบทำ แต่เขาเลือกที่จะพูดความจริงด้วยน้ำเสียงที่จริงจังที่สุดในชีวิต “ถ้าการเป็นที่หนึ่งมันเหนื่อยนัก...” ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกระทั่งลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มใส “ทำไมไม่ลองตกลงมาเป็นที่โหล่... ในพื้นที่ปลอดภัยที่มีผมคอยแบกรับไว้ให้บ้างล่ะครับ” พริมโรสเบิกตากว้าง หันขวับมาสบตากับเขาในระยะประชิด หัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวราวกับมีคนมารัวกลองชุดอยู่ในอก ความใกล้ชิดที่มากเกินขอบเขตทำให้ความร้อนแล่นพล่านไปทั่วใบหน้า ท่ามกลางความเงียบงันของตีสองและความอึมครึมของไซต์งาน ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เรียวปากที่ยังคงเผยอค้างอย่างตกตะลึง ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับแก้มอุ่นแผ่วเบา ขณะที่นิ้วเรียวของเขาเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปิดบังใบหน้าเธอออกอย่างทะนุถนอม สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่สวยที่สั่นระริก “ทะ... ทำบ้าอะไรของคุณ ธันวา...” พริมโรสพยายามจะถอยหลังหนี แต่พื้นที่ด้านหลังคือเสาปูนแข็งทึบ ไร้ทางหนีทีไล่โดยสิ้นเชิง “ผมไม่ได้บ้าครับ” ธันวาขยับเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำในความเงียบ “ผมแค่กำลังบอกว่า... ต่อจากนี้ คุณไม่ต้องแบกโลกไว้คนเดียวหรอกนะ” ยังไม่ทันที่พริมโรสจะได้ตั้งสติกับคำพูดกำกวมที่ทำเอาหัวใจแทบวาย เสียงฝีปากหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบก็สาดส่องเข้ามาจากทางบันไดหนีไฟ พร้อมกับเสียงตะโกนโวกเวกของหัวหน้าคนงานที่เดินตรวจไซต์งานกะดึก “เฮ้ย! ใครวะ อยู่ตรงนั้น! ทำอะไรกันน่ะ!” ธันวาผละออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า... จังหวะที่เขาดึงมือกลับเพื่อยืนขึ้นบังให้พริมโรสพ้นจากรัศมีแสงไฟนั้น ปลายเท้าของเขากลับสะดุดเข้ากับกองเศษเหล็กเส้นที่วางระเกะระระบนพื้นอย่างไม่เป็นระเบียบ แรงเหวี่ยงกะทันหันทำให้ร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มเสียหลักล้มคว่ำ และดึงเอาร่างของพริมโรสที่นั่งอยู่ให้ล้มตามลงมาทับอยู่บนตัวเขาเต็มแรง! ความเงียบถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดในระยะประชิดชนิดที่ริมฝีปากแทบจะชนกัน และก่อนที่ทั้งคู่จะได้ขยับตัวหนี แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องมาหยุดตรงหน้าพวกเขาพพอดี พร้อมกับเสียงอุทานด้วยความตกใจของผู้มาใหม่ — สเปซโอเดสซีย์ —
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรสายคราฟต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%