เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรสายคราฟต์•ตอนที่ 8

มื้อดึกที่ขมปร่า

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
"ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้เหล็กเสริมเกรด SD40 กับคานช่วงพาดเจ็ดเมตรตรงนั้น ผมแนะนำให้เอาดีญว์กระดาษทิชชُّไปแจกให้ลูกค้าอยู่แทนดีกว่าครับพริมโรส ประหยัดงบแถมได้ลุ้นดีด้วยว่าหลังคาจะถล่มลงมาตอนลมพัดหรือตอนแผ่นดินไหว" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทอย่างเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอับชื้นและกลิ่นคาวของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนงวดของร้านข้าวต้มโต้รุ่งริมทาง ธันวาใช้ช้อนสั้นเคาะขอบชามกระเบื้องเคลือบแตกบิ่นเบาๆ จังหวะที่พึงใจ ราวกับกำลังประชดประชันโครงสร้างความคิดของสถาปนิกสาวตรงหน้า พริมโรสชะงักมือที่กำลังคีบปลาผัดขึ้นฉ่าย ปลายตะเกียบไม้ไผ่กระทบกับจานเซรามิกจนเกิดเสียงดัง 'กริ๊ก' เธอกลืนอาหารลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงจ้องมองชายหนุ่มผู้สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นรอยสักจางๆ ที่ท่อนแขนด้านขวา—วิศวกรโครงสร้างผู้ไม่เคยยอมประนีประนอมกับความสวยงามใดๆ หากมันขัดแย้งกับความปลอดภัยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว "คุณธันวาคะ... เออ... ครับ!" พริมโรสเกือบหลุดปากใช้สรรพนามและหางเสียงตามความคุ้นเคย แต่ต้องรีบตวัดลิ้นเปลี่ยนเป็นคำว่า 'ครับ' ทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังเล่นเกมเดิมพันอะไรบางอย่างกับผู้ชายคนนี้ "อย่ามาทำเป็นเหน็บแนมฉันนะ ช่วงพาดเจ็ดเมตรตรงนั้นมันคือจุดขายของระเบียงรับลม ถ้าฉันเปลี่ยนไปใช้เหล็กหนาเตอะตามที่คุณต้องการ สัดส่วนมินิมอลที่ฉันร่างแบบมาสามคืนสามวันมันก็พินาศหมดสิคะ... เอ๊ย! พินาศหมดสิครับ!" พริมโรสขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นไส้ เธออยากจะซัดชามข้าวต้มร้อนๆ นี้ใส่หน้าหล่อๆ ที่กำลังยักคิ้วกวนประสาทนั่นเสียให้เข็ด แต่ติดที่ว่ากระเป๋าเอกสารบรรจุโมเดลโปรเจกต์ 'The Artisanal' มูลค่าหลายสิบล้านบาทวางอยู่ข้างตัว และพวกเขากกำลังนั่งถกเถียงกันจนตีสองครึ่งในร้านที่เหลือแค่โต๊ะพวกเขาเป็นโต๊ะสุดท้าย "สถาปัตยกรรมที่สวยงามที่สุดในโลก คือสถาปัตยกรรมที่ยังยืนหยัดอยู่ได้หลังจากที่สถาปนิกอย่างคุณตายไปแล้วต่างหากล่ะครับพริมโรส" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นนิดหน่อย แต่เนื้อหาในประโยคกลับคมกริบเหมือนใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง เขาวางช้อนลงแล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะฝั่งเธอ ร่างสูงใหญ่ทำให้พื้นที่โต๊ะอาหารแคบๆ นี้ดูแคบลงไปถนัดตา กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของชายหนุ่มโชยแตะจมูกเธอ พริมโรสผงะถอยหลังเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำในอกด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน ไม่ใช่เพราะความกลัวโครงสร้างถล่ม แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขามันใกล้เกินไปจนเกือบจะแนบชิด ดวงตาคมกريบของธันวาที่มองตรงมานั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย และบางสิ่งที่เธอไมกล้าแม้แต่จะแปลความหมายมันออกมา "คุณ... คุณถอยไปหน่อยสิครับ มากีดกันพื้นที่ส่วนตัวทำไมเนี่ย" เธอแกล้งทำเป็นดุ กลบเกลื่อนความรุ่มร้อนที่ตีตื้นขึ้นมาบนพวงแก้มด้วยการยกแก้วน้ำชาจีนอุ่นๆ ขึ้นดื่มรวดเดียวเกือบหมดแก้ว จนสำลักออกมาเบาๆ "แค่นี้ก็ทำเป็นตกใจ" ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อย เขายื่นทิชชูส่งให้เธอด้วยความเคยชิน มือหนาปัดป้องเศษกระดาษที่ติดอยู่ข้างแก้วให้อย่างเบามือ สัมผัสจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มเนียนทำเอาพริมโรสตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมเพดานเก่าๆ ที่หมุนเอื่อยๆ และเสียงรถบรรทุกวิ่งผ่านถนนใหญ่ไกลออกไป "ผมไม่ได้อยากจะขัดใจคุณหรอกนะพริมโรส..." ธันวาถอนหายใจยาว ดวงตาที่มักจะพราวระยับด้วยความเย้าแหย่เมื่อครู่ กลับฉายแววอ่อนล้าและจริงจังขึ้นมาอย่างกะทันหัน "แต่ผมไม่อยากเห็นคุณต้องมาร้องไห้เสียใจทีหลัง... เหมือนตอนโปรเจกต์คอมมูนิตี้มอลล์ที่บางนาหรอกนะ" คำพูดนั้นราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบลงกลางใจ พริมโรสชะงักค้าง ดวงตาที่กำลังขุ่นเคืองแปรเปลี่ยนเป็นความไหววูบอย่างปิดไม่มิด ปมในอดีตที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเป๊ะและระเบียบวินัยถูกกระชากขึ้นมากลางแสงไฟนีออนสลัวของร้านข้าวต้มโต้รุ่ง โปรเจกต์นั้น... โปรเจกต์ที่เธออยากให้มัน 'สมบูรณ์แบบ' ที่สุด จนปฏิเสธคำทักท้วงของวิศวกร และผลลัพธ์คือรอยร้าวที่เกิดขึ้นบนผนังรับแรง ก่อนที่มันจะบานปลายจนเกือบทำลายอาชีพทั้งอาชีพของเธอ หากไม่ได้ธันวาที่เข้ามาช่วยคำนวณและแบกรับหน้าเสื่อแทนในนาทีสุดท้าย "เรื่องนั้น... มันผ่านมาแล้วนะครับ" พริมโรสพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เธอก้มมองเงาตัวเองในชามข้าวต้มที่เย็นชืด "ผมไม่ได้... เอ่อ... ผมไม่ใช่วิศวกรสะเพร่าคนเดิมแล้ว" "ผมรู้ครับ" ธันวาเอื้อมมือมาวางทับลงบนหลังมือเรียวที่กำตะเกียบแน่น แรงบีบเบาๆ จากฝ่ามืออุ่นจัดส่งผ่านความห่วงใยที่ซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน "และผมก็ไม่เคยคิดว่าคุณสะเพร่าเลยสักครั้ง... คุณน่ะเก่งเกินไปต่างหากพริมโรส เก่งจนบางครั้งลืมไปว่า ตัวเองก็มีสิทธิ์ที่จะเหนื่อย และมีสิทธิ์ที่จะพึ่งพาคนอื่นบ้าง" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด หากแต่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ที่รุนแรงจนแทบจะระเบิด พริมโรสเงยหน้าขึ้นสบตาบิดเบี้ยวกับความรู้สึกซับซ้อนในอก หัวใจที่ถูกปิดตายด้วยกำแพงเหล็กกล้ากำลังถูกหลอมละลายด้วยความอ่อนโยนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้รับจากผู้ชายปากร้ายคนนี้ นิยายชีวิตของเธอกำลังดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนที่เธอควบคุมไม่ได้ และเธอก็พบว่า... ตัวเองไม่อยากจะควบคุมมันอีกต่อไปแล้ว ทันใดนั้นเอง— เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจกของร้านที่ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศอันเปราะบางระหว่างคนทั้งสอง "อ้าว! อยู่นี่กันจริงๆ ด้วยไอ้ธันวา! พริม!" เสียงทุ้มห้าวของบุคคลที่สามดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดช่างภาพที่หอบกระเป๋าอุปกรณ์รุงรัง ใบหน้าเปื้อนเหงื่อและรอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว ธันวาชักมือกลับทันทีราวกับถูกไฟลวก พริมโรสสะดุ้งสุดตัว รีบดึงมือกลับแล้วจัดแว่นตาตัวเองให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว หัวใจที่เต้นรัวด้วยความฟินเมื่อครู่ ถูกกระชากกลับสู่ความเป็นจริงในเสี้ยววินาที บุคคลมาใหม่ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะ พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ว่างฝั่งตรงข้ามโดยไม่รอการอนุญาต แถมยังเอ่ยประโยคที่ทำเอาพริมโรสและธันวาต้องหันขวับมามองหน้ากันด้วยความตกตะลึง "พวกคุณสองคนมานั่งสวีท... เอ๊ย มาคุยงานกันดึกดื่นแบบนี้ก็ดีเลย เพราะผมเพิ่งได้รับอีเมลจากเจ้าของโครงการ 'The Artisanal' เมื่อกี้นี้เอง... เขามีคำสั่งด่วนที่สุดมาถึงเราทุกคนแล้ว!" **สเปซโอเดสซีย์**
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรสายคราฟต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%