"คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่, ธันวา"
กระดาษปึกใหญ่ในมือของพริมโรสสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหนาวเหนียวของเครื่องปรับอากาศในสำนักงานชั่วคราวหน้าไซต์งานก่อสร้าง หากแต่เป็นเพราะแรงอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ดวงตาคู่คมที่มักจะมองโลกผ่านฟิลเตอร์ความสมบูรณ์แบบมาตลอดชีวิต ตอนนี้กำลังจ้องเขม็งไปยังร่างสูงของวิศวกรหนุ่มที่ยืนพิงเสาคอนกรีตด้วยท่าทีสบายอารมณ์
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มือหนาสอดเข้ากระเป๋ากางเกงยีนส์เซอร์ๆ ตามสไตล์ของเขา รอยยิ้มมุมปากที่มักจะส่งมาเพื่อกวนประสาทเธอกำลังปรากฏขึ้นอีกครั้ง
"ตลกอะไรล่ะคุณสถาปนิก หน้าผมเหมือนตัวตลกคณะไหนเหรอ แบบไหนที่ถูกใจคุณ ลองบอกมาสิ ผมจะได้ไปแต่งหน้าเพิ่ม" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะยียวนเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะทะ
"อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นนะ!" พริมโรสกระแทกปึกเอกสารลงบนโต๊ะไม้กระดานหยาบๆ เสียงดังสนั่นจนเศษฝุ่นไม้ปลิวว่อน "สเปกเหล็กเสริมคอนกรีตในแบบแปลนโซน B... ทำไมคุณถึงกล้าเปลี่ยนเกรดวัสดุจาก SD40 เป็น SD30 โดยไม่ปรึกษาฉันก่อน นี่มันโครงสร้างรับน้ำหนักนะธันวา ไม่ใช่โครงสร้างโรงรถบ้านตุ๊กตาที่คุณจะมาลดสเปกเพื่อประหยัดงบงี่เง่าแบบนี้!"
บรรยากาศในห้องแคบๆ พลระอุขึ้นมาทันทีราวกับมีเตาหลอมเหล็กขนาดย่อมมาตั้งอยู่ตรงกลาง ร่างบางก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างเอาเรื่อง ความต่างของส่วนสูงไม่ได้ทำให้เธอเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย ปลายจفนรั้นเชิดขึ้น ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ผสม
ธันวาไม่ได้ถอยหนี เขากลับยืนนิ่ง ปล่อยให้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นฝุ่นปูนและเหงื่อจากการทำงานของเธอโชว์หทัยเข้ามาในระยะประชิด สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโมโหของหญิงสาว ภายใต้ความกวนประสาทที่แสดงออกไป ใครจะรู้ว่าหัวใจของวิศวกรหนุ่มกำลังเต้นรัวผิดจังหวะเพียงเพราะได้เห็นแววตาที่ดื้อรั้นคู่นี้
"ลดสเปก? คุณใช้คำว่า 'งี่เง่า' กับผมทั้งที่ยังไม่ฟังเหตุผลเลยเนี่ยนะ พริมโรส" ธันวาถอนหายใจยาว น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทีละน้อยจนน่าใจหาย "คุณคิดว่าผมเป็นวิศวกรใจง่าย เอาชีวิตคนมาเสี่ยงกับเรื่องเงินทอนหรือไง"
"แล้วจะให้ฉันคิดยังไง ในเมื่อหลักฐานมันคาตาอยู่เนี่ย!" เธอชี้ไปยังกระดาษแผ่นที่ระบุตัวเลขวัสดุ "คุณกำลังแก้ตัว"
"ผมไม่ได้แก้ตัว ผมกำลังปกป้องคุณต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้พริมโรสชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาที่กำลังแข็งกร้าวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "ปกป้องฉัน? เกี่ยวอะไรกับฉันไม่ทราบ"
ธันวาขยับตัวเข้าใกล้เธออีกก้าวเดียว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบจะไม่มีเหลือ พื้นที่จำกัดในห้องทำงานหน้าไซต์งานบีบอัดให้โลกทั้งใบเหลือเพียงแค่เราสองคน เข้มข้นและเร้าอารมณ์ดั่งชีพจรที่เต้นโครมครามในอก
"คุณก็รู้ว่ากำหนดส่งมอบงานมันกระชั้นชิดแค่ไหน วัสดุเกรด SD40 ที่คุณระบุมาในแบบ มันติดปัญหาการขนส่งจากต่างประเทศ ขืนรอของล็อตนั้นเข้ามา โครงการนี้ดีเลย์ไปสามเดือนแน่ๆ และเมื่อไหร่ที่งานล่าช้า คนที่จะโดนคณะกรรมการบริหารเฉ่งจนเปื่อย ไม่ใช่บริษัทรับเหมาของผมหรอก... แต่เป็นสถาปนิกชื่อพริมโรส คนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานจนไม่ยอมลืมตาดูความเป็นจริงต่างหาก"
ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกที่แฝงความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียน แม้ปากจะยังคงความร้ายกาจตามนิสัย แต่แววตาที่มองเธอนั้นไม่มีความเล่นสนุกหลงเหลืออยู่เลย
พริมโรสอ้าปากค้างเล็กน้อย คำพูดที่เตรียมจะพ่นใส่เขาเมื่อครู่ติดอยู่ที่ลำคอ สมองที่เคยประมวลผลแปลนสถาปัตยกรรมได้อย่างแม่นยำ ตอนนี้กลับรวนเรจนคิดอะไรไม่ออก ความอบอุ่นแปลกประหลาดสายหนึ่งตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก เมื่อรู้ว่าเหตุผลที่เขาทำลงไป... คือการเอาใจใส่ความปลอดภัยในชื่อเสียงและอนาคตของเธอ
แต่ทิฐิและนิสัยปากแข็งก็ยังทำงานได้ดีเยี่ยม เธอเม้มริมฝีปากแน่น เบือนหน้าหนีสายตาที่ร้อนแรงคู่นั้น พยายามดึงสติและกำแพงของตัวเองกลับมา
"ถึงอย่างนั้น... คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาเปลี่ยนแปลนของฉันตามใจชอบอยู่ดี ธันวา คุณควรปรึกษาฉันก่อน ไม่ใช่ทำตัวเป็นฮีโร่ขี้เก๊กแบบนี้" เสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความดุดันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสั่นเครือเล็กน้อยที่ซ่อนไว้ภายใต้ความซึน
ธันวายิ้มมุมปากอีกครั้ง เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะเข้าที่ปลายคางมนของเธอเบาๆ แล้วบังคับให้ใบหน้าดื้อรั้นนั้นหันกลับมาสบตากันตรงๆ
"ก็เพราะคุณมันดื้อไง พริมโรส ดื้อจนผมต้องยอมเป็นคนร้ายในสายตาคุณ เพื่อแลกกับการที่คุณจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนทีหลัง... คุณคิดว่ามันง่ายนักเหรอวะ ที่ต้องมาคอยตามแก้ปัญหาให้สถาปนิกจอมเนี๊ยบอย่างคุณเนี่ย"
สัมผัสที่คางทำให้พริมโรสสะعัดลมหายใจสะดุด หัวใจเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน การปะทะฝีปากที่เคยดุเดือด ตอนนี้กลับกลายเป็นการเผชิญหน้าทางอารมณ์ที่เปี่ยมไปด้วยเคมีอันตราย เคมีของคู่ปรับที่พร้อมจะหลอมรวมเข้าหากันได้ทุกเมื่อหากมีใครก้าวล้ำเส้นแบ่งนี้ไปอีกเพียงนิดเดียว
เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะอ่อนยวบยาบไปหมดแล้วก็ตาม
"ถ้าคิดว่าฉันมันน่ารำคาญนัก... ทำไมคุณไม่ปล่อยให้ฉันพังไปซะล่ะ" เธอถามเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตไหวระริก
ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น
"เพราะถ้าคุณพัง..." เสียงกระซิบพร่าต่ำของวิศวกรหนุ่มดังชิดริมฝีปาก "โลกของผม... ก็คงไม่มีความหมายอะไรให้ต้องสร้างต่ออีกแล้วล่ะครับ"
พริมโรสเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนกับประโยคสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากร้าย
ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับเสียงแหลมสูงของหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อที่ตะโกนแทรกเข้ามาขัดจังหวะความเป็นความตายของหัวใจ
"คุณธันวาคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... เหล็กเส้นล็อตใหม่มาถึงหน้าไซต์งานแล้ว แต่ว่า..."
ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสียอย่างปิดไม่มิด เขายอมละสายตาออกจากริมฝีปากนุ่มที่เขาหมายปองจะลิ้มลองมานาน แต่ก่อนจะผละตัวออกไป เขาก้มกระซิบข้างหูเธอเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาพริมโรสขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่... เตรียมตัวรับมือไว้ให้ดีเถอะ คุณสถาปนิก"
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนงานเขียนของผมเสมอนะครับ
– สเปซโอเดสซีย์
เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรสายคราฟต์•ตอนที่ 9
รอยร้าวในความสัมพันธ์
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรสายคราฟต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!