กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 3

ทักษะที่ถูกลืม

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โลหิตหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่เหล็กนิล ก่อเกิดเสียงสะท้อนก้องกังวานดุจเสียงถอนหายใจแห่งปฐพี ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานหินผาเบื้องหน้า จ้าวเฟยหลงยืนหยัดอย่างมั่นคง ร่างกายทอดเงายาวทาบทับซากศพของมือสังหารพรรคโลหิตทมิฬนับสิบ ปราณกระบี่รอบกายเขายังคงหมุนวนอย่างดุดัน รัศมีสีครามเข้มแผ่ซ่านกดดันจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว แม้ภายนอกเขาจะดูไร้รอยขีดข่วน ทว่าลมหายใจกลับลึกยาวและหนักหน่วง บ่งบอกว่าการปะทะเมื่อครู่ผลาญพลังปราณไปไม่น้อย ไม่ไกลนัก ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวดอกเหมันต์ของไป๋หลินยืนสง่านิ่งอยู่บนยอดคบไม้ นางมองภาพเบื้องล่างด้วยแววตาคู่คมที่ฉายประกายความซับซ้อน ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกจากร่างนางจนละอองน้ำในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่น "วิชาดาบเก้าเหมันต์ของเจ้า ถึงขั้นหลอมรวมกับจิตวิญญาณแล้วกระมัง เหตุใดจึงยังยืนมองดูข้าจัดการพวกมันจนหยดสุดท้าย?" จ้าวเฟยหลงเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำกังวานราวดนตรีโลหะกระทบกัน เขาไม่ได้หันกลับไปมองนาง ทว่าประสาทสัมผัสกลับจดจ่ออยู่กับทุกการเคลื่อนไหวของนางเซียนผู้สูงส่งผู้นี้ ไป๋หลินแค่นเสียงเย็นชาผ่านลำคอ นางก้าวเท้ากลางอากาศเพียงก้าวเดียว ร่างก็ลอยลงมาประชิดเบื้องหลังเขาอย่างไร้สุ้มเสียง ปลายกระบี่หิมะในมือของนางไม่ได้ชี้มาที่เขา ทว่าจิตสังหารที่บริสุทธิ์และเยือกเย็นกลับแผ่ซ่านเสียดแทงผิวหนัง "จ้าวเฟยหลง เจ้าช่างลำพองนัก" น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผืนน้ำในฤดูหนาว ทว่าแฝงไว้ด้วยความไม่พอใจระคนชื่นชม "พวกมันเป็นถึงยอดฝีมือขั้นหลอมรวมวิญญาณ แต่เจ้ากลับใช้เพียงกระบวนท่าพื้นฐานจัดการ... เจ้าดูถูกพวกมัน หรือกำลังดูถูกข้ากันแน่?" จ้าวเฟยหลงค่อยๆ หมุนตัวกลับช้าๆ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาคู่สวยที่เยียบเย็นดุจน้ำแข็ง คู่นี้ที่เคยทำให้ผู้คนนับหมื่นหวาดผวา แต่วันนี้ กลับสะท้อนเงาของเขาเพียงผู้เดียว "ข้าไม่ได้ดูถูกผู้ใด" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย "เพียงแต่... เพลงกระบี่ที่ข้าฝึกฝนมา ไม่เคยมีไว้เพื่อใช้กับ ‘คนตาย’ ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว" สิ้นคำพูดของเขา บรรยากาศรอบด้านก็พลพลันเปลี่ยนเป็นอึมครึม ไอสังหารพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน ท้องนภามืดครึ้มลงในพริบตา ราวกับฟ้าดินรับรู้ถึงเคล็ดวิชาอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้น จ้าวเฟยหลงก้มมองกระบี่ในมือ นึกย้อนไปถึงคำสอนของผู้อาวุโสตระกูลจ้าวในคืนก่อนที่โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้น วิชากระบี่ที่แท้จริงมิใช่การฆ่าฟันเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ ทว่าคือการตัดขาดซึ่งกิเลสและพันธนาการแห่งฟ้าดิน ‘วิชากระบี่สลายวิญญาณเก้าสวรรค์’ นี่คือชื่อของมัน ทักษะที่สูญหายไปจากยุทธภพร่วมร้อยปี ทักษะที่ถูกลืมเลือนเพราะความน่ากลัวของมันขัดต่อวิถีแห่งสวรรค์ ผู้ใดฝึกฝนย่อมต้องแลกมาด้วยอายุขัยและจิตมารที่คอยกัดกินหัวใจ ทว่าในยามนี้ จ้าวเฟยหลงไม่มีทางเลือกอื่น หากเขาต้องการกระชากหน้ากากผู้ที่อยู่เบื้องหลังการล้างบางตระกูล เขาจำเป็นต้องปลดผนึกมันออก ไป๋หลินขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ปราณรอบกายของจ้าวเฟยหลงเวลานี้เปลี่ยนจากสีครามสดใสกลายเป็นสีดำสนิท ราวกับหลุมดำที่พร้อมกลืนกินทุกสรรพสิ่ง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานชั่วขณะ ความเย็นชาของนางเซียนถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก "เฟยหลง... หยุดนะ!" ไป๋หลินร้องเตือน น้ำเสียงที่เคยราบเรียบกลับสั่นเครือเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว นางก้าวเข้าไปคว้าแขนเขาไว้ "วิชานี้สะท้อนย้อนกลับสู่ผู้ใช้ เจ้ากำลังฝืนลิขสิทธิ์ฟ้าดิน ร่างกายของเจ้าจะรับไม่ไหว!" จ้าวเฟยหลงสะบัดแขนออกเบาๆ ทว่าเด็ดขาด เขาส S ประสานสายตากับนาง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้าที่อาบไล้ด้วยหยาดเหงื่อ "ไป๋หลิน หากข้าไม่ก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ วันหน้าผู้ที่จะต้องตายคือก(เจ้า หรือไม่ก็ตัวข้าเอง" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นเพียงเสี้ยววินาที "ถอยไป... ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าเหตุใดทักษะนี้จึงถูกลืม" เขายกกระบี่ขึ้นช้าๆ ทว่าท่าทางนั้นกลับดูหนักอึ้งราวดึงภูเขาFทั้งลูกขึ้นมารung แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวละเอียดเป็นผุยผง อักขระโบราณสีทองปรากฏขึ้นตามแนวคมกระบี่ ส่องแสงสว่างเจิดจ้าตัดกับความมืดมิดรอบกาย ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะหลอมรวมพลังปราณเฮือกสุดท้ายเพื่อปลดปล่อยกระบวนท่าแรก เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นจากความมืดมิดเบื้องล่างหน้าผา "ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง จ้าวเฟยหลง เจ้าคิดว่าเจ้าซ่อนตัวพ้นหรือ?" ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันบนยอดไม้ตรงข้าม ใบหน้าของมันสวมหน้ากากรูปอสูรยิ้มเยาะ ดวงตาส่อประกายอำมหิต และที่สำคัญ... ในมือของมันกำลังถือป้ายหยกประจำตระกูลจ้าวที่หายสาบสูญไป! จ้าวเฟยหลงชะงักค้าง ปราณในร่างปั่นป่วนจนกระอักโลหิตออกมาคำโต ดวงตาแดงก่ำจ้องมองป้ายหยกนั้นด้วยความแค้นเคืองที่ปะทุขึ้นถึงขีดสุด "ส่งป้ายหยกนั้นมา!" เขาคำรามลั่น ชายสวมหน้ากากหัวเราะเยาะ พลางโยนป้ายหยกตกลงสู่หุบเหวเบื้องล่างทันทีโดยไม่ลังเล พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของจ้าวเฟยหลงเย็นเฉียบ "อยากได้ก็ตามมา... แต่ต้องดูก่อนว่า เจ้าจะผ่านพ้น 'เงาอดีต' ที่รออยู่ก้นเหวได้หรือไม่!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%