กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 2

นางเซียนผู้ไร้หัวใจ

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โลหิตยังอุ่นระอุอาบชโลมคมกระบี่ เหล็กกล้าเล่มยาวส่งเสียงครางฮัมต่ำในอากาศดั่งพญาเสือโคร่งคำราม เสียงฆ้องศึกและเสียงกรีดร้องโหยหวนของสมรภูมิเบื้องล่างถูกกลบด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวดั่งกลองศึก ในยุทธภพแห่งนี้ กฎเกณฑ์มีเพียงข้อเดียวคือผู้แข็งแกร่งเท่านั้นคือผู้กำหนดชะตาชีวิต จ้าวเฟยหลงยืนหยัดตระหง่านอยู่บนซากปรักหักพังของหอคอยทิศประจิม ดรุณีหนุ่มในอาภรณ์สีดำสนิทราวกับรัตติกาลไม่หลงเหลือเค้าโครงความอ่อนเยาว์ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจับจ้องไปยังผืนป่าหมอกเบื้องหน้าที่กำลังถูกแผดเผาด้วยไอสังหารระลอกใหม่ "พวกมันมากันอีกแล้ว..." เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างแน่นหนา จ้าวเฟยหลงกระชับด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์หมุนวนรอบกายเป็นเกราะคุ้มกันอันมองไม่เห็น ไอเย็นเยียบจากค่ายกลมารโลหิตแผ่ซ่านเข้ามาในกระดูก แต่วิญญาณนักสู้ของเขากลับลุกโชนดั่งเปลวเพลิงสุริยัน ตลอดสองปีที่ผ่านมา การตามล่าล้างบางเพื่อค้นหาความจริงเบื้องหลังการตายของตระกูลจ้าวหล่อหลอมให้เขากลายเป็นกระบี่คมกริบที่พร้อมจะตัดผ่านอุปสรรคทุกข์เข็ญ ไม่เว้นแม้แต่โชคชะตาที่ลิขิตไว้ ทว่า ในวินาทีที่กลุ่มหมอกทึบเบื้องหน้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงกดดันมหาศาล อากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นสู่พื้นดิน กลิ่นอายอันบริสุทธิ์ทว่ากดดันข่มขวัญผู้คนจนแทบ 
อาเจียนออกมาเป็นโลหิตแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วสารทิศ นั่นไม่ใช่ไอสังหารของพวกมารโลหิต... แต่มันคือ "ปราณเหมันต์นิรันดร์" ปราณวิเศษที่สูงส่งและเย็นชาเสียจนจิตวิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์สั่นสะท้าน "ถอยไปซะ เจ้าหนูตระกูลจ้าว ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่สุนัขจรจัดเช่นเจ้าจะมาเหยียบย่ำ" เสียงหวานใสราวกับกระดิ่งเงินท่ามกลางสายลมหนาว ดังขึ้นก้องกังวานโดยไร้ที่มา แต่มันกลับสะท้านสะเทือนเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ ท้องฟ้าเหนือซากปรักหักพังพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาอย่างกะทันหัน ทั้งๆ ที่เวลานี้คือฤดูคิมหันต์ ร่างระหงร่างหนึ่งปรากฏขึ้นกลางเวหา นางลอยตัวอยู่เหนือพื้นดินสามเชือก อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาหิมะโบกสะบัดพลิ้วไหวตามแรงลม ใบหน้างดงามล่มเมืองไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดวงตากลมโตคู่คมคายราวกับกระจกน้ำแข็งสะท้อนภาพของจ้าวเฟยหลงด้วยความเหยียดหยันและว่างเปล่า นางคือ ไป๋หลิน... นางเซียนผู้ครองยอดเขาเหมันต์สวรรค์ ผู้ที่ไม่เคยชายตาแลมนุษย์ปุถุชนคนใดในยุทธภพ จ้าวเฟยหลงไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว เขายกย่องรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ดวงตาคมกริบประจันหน้ากับนางเซียนผู้สูงศักดิ์โดยไม่หลบสายตา "สุนัขจรจัดงั้นหรือ? แม่นางไป๋... ท่านเดินทางมาไกลนับพันลี้เพื่อจะมากล่าววาจาดูแคลนคนใกล้ตายเช่นนั้นหรือ หากกระบี่ในมือข้ามันน่ารังเกียจนัก เหตุใดท่านจึงต้องลงมือด้วยตัวเองเล่า" ไป๋หลินขมวดคิ้วเล็กน้อย นางไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวหลานผู้นี้จะมีความกล้าหาญถึงเพียงนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากระดับพลังของนางที่ก้าวสู่ขอบเขตบรรพกาลขั้นสูง จ้าวเฟยหลงกลับยืนหยัดตระหง่านราวกับขุนเขา ไม่แม้แต่จะเข่าอ่อนทรุดลงเหมือนจอมยุทธ์ชื่อดังหลายคนที่เคยพบเจอ "สามห่าว!" ไป๋หลินสะบัดมือเบาๆ ปราณเหมันต์พุ่งทะยานออกมาราวกับคลื่นสึนามิสีขาวโพลน อากาศรอบกายถูกแช่แข็งในพริบตา ดอกบัวน้ำแข็งนับพันดอกเบ่งบานกลางอากาศพร้อมที่จะพุ่งเข้าเสียบร่างของจ้าวเฟยหลงให้พรุนในคราเดียว จ้าวเฟยหลงคำรามก้องในลำคอ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ร่างกายหลอมรวมเข้ากับเคล็ดวิชา "กระบี่ทะลวงสุริยัน" ทันที แสงสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งออกจากร่างตัดผ่านความหนาวเหน็บ กระบี่ในมือถูกชักออกจากฝักด้วยความเร็วที่แม้แต่สายตาของยอดฝีมือยังแทบมองไม่ทัน ประกายกระบี่พราวระยับราวกับดวงดาวนับพันดวงที่ระเบิดออกในความมืด *ตูมมมม!* แรงปะทะระหว่างปราณเหมันต์และปราณกระบี่สุริยันสร้างคลื่นกระแทกสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งหุบเขา พื้นดินยุบตัวลงเป็นหลุมลึกหลายสิบวา ฝุ่นควันและละอองน้ำแข็งฟุ้งกระจายบดบังทัศนียภาพจนมองไม่เห็นสิ่งใด จ้าวเฟยหลงกระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างกายถอยหลังไปสามก้าว รอยแผลปริแตกตามผิวหนังจากแรงกดดันมหาศาล แต่นัยน์ตาของเขากลับเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม ในขณะเดียวกัน ไป๋หลินที่มั่นใจว่าการโจมตีเมื่อครู่จะสามารถสยบเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ในกระบวนท่าเดียว กลับต้องตกตะลึงจนหัวใจกระตุกวูบ เมื่อนางพบว่าปลายกระบี่สีดำสนิทของจ้าวเฟยหลงจ่ออยู่ห่างจากลำคอระหงของนางเพียงแค่หนึ่งนิ้วเท่านั้น! กลิ่นอายโลหิตและไอความร้อนแผดเผาจนผิวแก้มเนียนนุ่มของนางรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุ ความเงียบงันเข้าปกคลุมสมรภูมิชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจและหยาดโลหิตของจ้าวเฟยหลงที่หยดลงบนพื้นหิมะสีขาว ไป๋หลินจ้องมองบุรุษหนุ่มที่ยืนประชิดตัวนางในระยะประชิด ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางไม่เคยเข้าใกล้บุรุษคนใดในระยะอันตรายเช่นนี้มาก่อนในรอบร้อยปี และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่นั้นของจ้าวเฟยหลงไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความทะนงตนและความมุ่งมั่นที่ร้อนแรงจนทำให้น้ำแข็งในใจของนางสั่นคลอน "เจ้า..." ไป๋หลินเอ่ยเสียงแผ่วเบa ความเย็นชาในน้ำเสียงเมื่อครู่เริ่มเจือปนไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อน จ้าวเฟยหลงกระตุกยิ้มมุมปาก ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้ใบหน้างดงามของนางเซียนผู้ไร้หัวใจ กระบี่ในมือยังคงนิ่งสนิทไร้ความลังเล "แม่นางไป๋... บนเส้นทางแห่งวิถีกระบี่นี้ ไม่มีคำว่าบุรุษหรือสตรี มีเพียงผู้ที่ยืนหยัดและผู้ที่ร่วงหล่น... และดูเหมือนว่า ท่านเองก็ไม่ได้ไร้ช่องโหว่เสียทีเดียว" ก่อนที่ไป๋หลินจะได้เอ่ยคำใดโต้แย้ง ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เมฆทมิฬหนาทึบก่อตัวขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามก้องของสายฟ้าสีทองที่สะท้อนแสงลงมายังพื้นดิน แรงกดดันระดับมหาศาลที่ทรงพลังกว่าเดิมนับร้อยเท่าแผ่พุ่งลงมาจากเบื้องบน บีบให้ทุกลมหายใจต้องหยุดชะงัก ร่างเงาสประหลาดปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฟ้าฟาด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา... และนั่นไม่ใช่ศัตรูที่พวกเขาคาดคิด! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%