กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 1

คมกระบี่ท่ามกลางความมืด

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งหนาแน่นจนแทบจะเคี้ยวได้ มันไม่ใช่กลิ่นของสัตว์ป่าหรือซากศพทั่วไป หากแต่เป็นกลิ่นอายอันดิบเถื่อนของมนุษย์ผู้หลงใหลในกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟัน เมืองหมอกครามในยามนี้หาได้หลงเหลือความรุ่งเรืองดังเช่นกาลก่อนไม่ เบื้องหน้าคือประตูเมืองเหล็กกล้าที่ถูกย้อมด้วยสีชาด หอสอยดาวอันเคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบสุข บัดนี้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นลานประหารชีวิตของเหล่าผู้บริสุทธิ์ "ฮ่าๆๆ! ข้าบอกพวกเจ้าแล้วว่าต่อให้ตระกูลจ้าวแห่งสำนักกระบี่เมฆาจะส่งยอดฝีมือมาสักกี่คน สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นผุยผงใต้ฝ่าเท้าของ 'พรรคโลหิตทมิฬ' อยู่ดี!" เสียงหัวهเราะเย้ยหยันดังสะท้อนก้องมาจากหอคอยสูง ผู้พูดคือ 'หม่าเฉิง' รองหัวหน้าพรรคโลหิตทมิฬ ร่างกายของมันกำยำล่ำสัน เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการผ่านศึกนับร้อย มือหนากำขวانศึกโลหิตชุ่มเลือดที่ยังคงหยดติ๋งลงสู่พื้นหินปูน เบื้องล่างของมันคือร่างไร้วิญญาณของผู้อาวุโสตระกูลจ้าวหลายสิบชีวิต ที่นอนเรียงรายอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางความเงียบงันและบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัว ไม่มีผู้ใดในเมืองกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เสียงร้องไห้คร่ำครวญของชาวบ้านถูกกดทับด้วยอำนาจแห่งพลังปราณขั้นหลอมรวมวิญญาณที่แผ่ซ่านกดดันลงมาจากยอดหอคอย ทว่า... บนหลังคากระเบื้องสีดำสนิทที่ผุพังตามกาลเวลา กลับมีเงาร่างหนึ่งยืนหยัดอยู่อย่างโดดเดี่ยว ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีครามเข้มสะบัดไหวตามแรงลมที่พัดโชย ปีกหมวกสานกว้างช่วยบังใบหน้าครึ่งบนไว้ เหลือเพียงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างเยือกเย็น และดวงตาคู่คมกริบดุจเหยี่ยวภูเขา ที่กำลังจดจ้องมองลงไปยังเบื้องล่างด้วยประกายตาดุดันราวกับเทพแห่งความตายที่กำลังรอเวลาพิพากษา นั่นคือ 'จ้าวเฟยหลง' เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ความเงียบของเขากลับทรงพลังยิ่งกว่าเสียงคำรามของอสุนีบาต ปราณกระบี่ที่ถูกกดไว้ภายในร่างกายแผ่ไอเย็นเยียบออกมารอบกาย จนละอองหมอกยามค่ำคืนรอบตัวถึงกับแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน "ใครกันวะ!" หม่าเฉิงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ มันหันขวับมามองบนหลังคาพร้อมกับตวาดลั่น "หนูสกปรกตัวไหนกล้ามาแอบมองการประหารของพรรคโลหิตทมิฬ อยากตายนักใช่ไหม!" สิ้นเสียงคำราม หม่าเฉิงซัดขวานศึกในมือออกไปอย่างเต็มแรง ปราณโลหิตสีแดงฉานพวยพุ่งออกจากคมขวาน ก่อตัวเป็นรูปหัวกะโหลกขนาดยักษ์พุ่งแหวกอากาศเข้าหาเงาร่างบนหลังคาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ หวังจะบดขยี้ร่างนั้นให้แหลกเป็นจุลในคราเดียว วิถีกระบี่ของจ้าวเฟยหลงไม่เคยเอ้อระเหย และความเด็ดขาดของเขาก็ไม่เคยปรานีผู้ใด *ฉับ!* ไม่มีเสียงชักกระบี่ที่ยาวนาน มีเพียงประกายแสงสีครามสว่างวาบขึ้นในความมืดมิดราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจกลางความมืดมิด ประกายแสงนั้นเฉียบคมและรวดเร็วจนแม้แต่สายตาของยอดฝีมือขั้นหลอมรวมวิญญาณยังจับภาพแทบไม่ทัน ปราณรูปหัวกะโหลกที่พุ่งเข้ามาถูกผ่าแยกออกเป็นสองส่วนอย่างสะอาดสะอ้านในพริบตา ก่อนที่พลังงานมหาศาลนั้นจะสลายกลายเป็นเพียงสายลมว่างเปล่า หม่าเฉิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าแข็งค้าง ร่างกายของมันหยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่เส้นบางๆ สีแดงจะปรากฏขึ้นกลางหน้าผาก ลากยาวลงมาจนถึงปลายคาง *ฉู้ด!* โลหิตสีแดงสดพุ่งทะลักออกจากร่างของรองหัวหน้าพรรคโลหิตทมิฬ ก่อนที่ร่างอันกำยำนั้นจะทรุดฮวบลงกับพื้น ขาดใจตายโดยที่ยังไม่ทันได้รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองถูกสังหารด้วยกระบวนท่าใด ความเงียบสงบเข้าปกคลุมลานประหารอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความหวาดผسาดที่ลึกซึ้งถึงกระดูกดำ เหล่าโจรชั่วแห่งพรรคโลหิตทมิฬนับร้อยชีวิตต่างผถายผวา ถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณเมื่อมองไปยังร่างที่ยืนอยู่บนหลังคา "สะ... สังหารรองหัวหน้าหม่าด้วยกระบวนท่าเดียว!" โจรคนหนึ่งกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว "มันเป็นใครกันแน่!" จ้าวเฟยหลงค่อยๆ ก้าวเดินลงมาจากหลังคาอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวที่เขาสัมผัสพื้นหินให้ความรู้สึกหนักหน่วงราวนำภูเขามาทับถม เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน ดุจเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าความตายให้คืบคลานเข้ามาใกล้ สายตาของเขาเย็นชาไร้ก้นบึ้ง กลิ่นอายความแค้นที่สุมอกมานานนับปีจากการที่ตระกูลต้องถูกทำลายล้าง ค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมาผ่านจิตสังหารอันเข้มข้นจนท้องฟ้าเหนือเมืองหมอกครามเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาทึบ "ข้าคือผู้ที่จะมาทวงคืนทุกสิ่ง" น้ำเสียงของจ้าวเฟยหลงทุบทำลายความเงียบ มันราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้แก้วหูของเหล่าโจรชั่วสั่นสะท้าน มือขวาของเขายังคงกุมด้ามกระบี่เก่าคร่ำคร่าที่เหน็บอยู่ข้างเอว แม้กระบี่ยังไม่ถูกชักออกจากฝักอย่างเต็มรูปแบบ แต่รังสีอำมหิตกลับแผ่ขยายออกไปครอบคลุมรัศมีร้อยลี้ ในวินาทีนั้นเอง ท่ามกลางความตึงเครียดที่ราวกับเส้นด้ายกำลังจะขาดผึ่ง บรรยากาศรอบตัวก็พลันหนתเหน็บลงอย่างเฉียบพลัน ราวกับฤดูใบไม้ผลิถูกแช่แข็งด้วยเหมันต์นิรันดร์ เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งพลันร่อนลงมาจากฟากฟ้าอย่างไร้สุ้มเสียง ราวกับกลีบดอกเหมันต์ที่โปรยปรายลงมาท่ามกลางคราบเลือด นางยืนสง่างามอยู่เบื้องหน้าจ้าวเฟยหลง ร่างระหงสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายหงส์เหมันต์ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลม ใบหน้างดงามล่มเมืองราวนางสวรรค์ผู้สูงส่ง ทว่าแววตาทั้งคู่กลับเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ต่อโลกหล้า นางคือ 'ไป๋หลิน' นางเซียนผู้เยือกเย็นแห่งดินแดนรกร้างบูรพา ผู้ที่ชาวยุทธภพต่างหวาดกลัวและมิกล้าแม้แต่จะสบตา จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย ยามเมื่อกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของนางปะทะเข้ากับปราณกระบี่ในกายของเขา เขากลับไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ตรงกันข้าม มุมปากของบุรุษหนุ่มกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย ไป๋หลินกวาดสายตาเรียบเฉยมายังชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "จ้าวเฟยหลง... เจ้าช่างกล้าดียิ่งนัก ที่บังอาจเหยียบย่างเข้ามาในเขตแดนที่ข้าเฝ้าดูอยู่" นางกล่าวพร้อมกับยกมือเรียวงามขึ้น ปรากฏกระบี่น้ำแข็งใสสะอาดปรากฏขึ้นในอุ้งมือ "การกระทำของเจ้าในวันนี้ ทำให้ความสงบของดินแดนนี้พังทลาย เจ้าคิดจะรับผิดชอบอย่างไร?" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองระอุขึ้นในพริบตา แม้เบื้องหลังจะเต็มไปด้วยกองโจรนับร้อย แต่ราวกับว่าโลกใบนี้เหลือเพียงแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น จ้าวเฟยหลงไม่ตอบคำถามของนาง ทว่าเขากลับเอื้อมมือไปกุมด้ามกระบี่แน่นขึ้น ดวงตาสีดำสนิทจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่เย็นชาดุจน้ำแข็งคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใดๆ "ความรับผิดชอบงั้นหรือ?" มุมปากของจ้าวเฟยหลงกระตุกยิ้มขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียม "หากเจ้าต้องการคำตอบจากข้า... ก็จงใช้กระบี่ในมือของเจ้ามาถามเอาเองเถอะ!" *ช้ง!* เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของมังกรครามที่ตื่นจากการหลับใหล ประกายแสงกระบี่สีครามเจิดจ้าพุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกผ่านความมืดมิดและไอน้ำแข็งของนางเซียนสาวจนเกิดเป็นคลื่นพลังกระบี่มหาศาลพุ่งเข้าหาไป๋หลินโดยไม่สนว่านางจะเป็นผู้ใดในใต้หล้า! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%