กลิ่นอายคาวเลือดลอยอวลคละคลุ้งปะปนกับไอหมอกสีเทาทึบที่แผ่ซ่านปกคลุมผืนแผ่นดินเบื้องล่าง ราวกับซากศพจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังหายใจรดต้นคอ ความเงียบงันภายใน "หุบเขาแห่งความตาย" หาใช่ความสงบสุข หากแต่เป็นความสงบก่อนที่พายุโลหิตจะโหมกระหน่ำซัดสาด
"ก้าวเท้าพลาดแม้เพียงครึ่งชุ่น วิญญาณของเจ้าจะถูกผนึกไว้ในศิลาอเวจีชั่วนิรันดร์"
น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงน้ำแข็งไร้ระลอกคลื่นดังขึ้น เบื้องหลังม่านหมอกหนาทึบ ร่างระหงในชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพเซียนหลุดลอยมาจากสรวงสวรรค์ ปิ่นหยกบนเรือนผมสีดำขลับสะท้อนประกายแสงเรืองรองจางๆ นางคือไป๋หลิน นางเซียนผู้สูงส่งและเย็นชาต่อทุกสรรพสิ่งบนโลกหล้า ทว่าในยามนี้ แววตาคู่สวยที่เคยว่างเปล่ากลับฉายประกายความห่วงใยที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นอย่างแนบเนียน
จ้าวเฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองสภาพแวดล้อมอันน่าสะพรึงกลัวรอบกาย ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจับจ้องไปยังเส้นทางเบื้องหน้าที่มีค่ายกลลวงตาซับซ้อนนับพันชั้น ฝ่ามือหนากุมด้ามกระบี่วิญญาณโลหิตที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว สัมผัสได้ถึงกระแสพลังปราณมืดมิดที่พยายามแทรกซึมเข้าสู่จุดตันเทียนทุกย่างก้าวที่เดินผ่าน
"ความตายมิเคยน่ากลัวเท่ากับการมีชีวิตอยู่โดยปราศจากความจริง..." จ้าวเฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ราวกับเสียงคำรามของมังกรหนุ่มที่พร้อมจะฉีกกระชากฟ้าดินให้ขาดวิ่น "ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันต์ หากมันพรากความยุติธรรมไปจากครอบครัวข้า ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ผ่ามันออกเป็นสองซีก!"
ไป๋หลินขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายหอมเย็นบริสุทธิ์ประจำตัวนางช่วยปัดเป่าไอพิษรอบตัวให้จางลงไปได้บ้าง นางยื่นมือเรียวดุจหยกขาวออกไปหมายจะแตะแขนเสื้อของเขา แต่แล้วก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศ ก่อนจะดึงกลับอย่างรวดเร็ว
"เจ้ามั่นใจเกินไปแล้ว เฟยหลง" ไป๋หลินกล่าวเตือน เสียงของนางราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความระแวดระวังขั้นสุด "ค่ายกล 'เก้าชั้นฟ้าสะท้านโลกันต์' นี้มิใช่ค่ายกลธรรมดา มันถูกสร้างขึ้นโดยยอดฝีมือแห่งสำนักมารโลหิตเมื่อร้อยปีก่อน ทุกย่างก้าวที่เจ้าเดินล้วนเป็นภาพลวงตาที่ดึงเอาความกลัวก้นบึ้งในจิตใจออกมาทำลายสติปัญญา หากจิตใจเจ้าหวั่นไหวเพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างกายและวิญญาณจะแหลกสลายกลายเป็นปุยนุ่นทันที"
จ้าวเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาปรากฏความทะนงตนอย่างถึงที่สุด "ความกลัวงั้นหรือ? สำหรับข้า จ้าวเฟยหลง มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งเต๋าเท่านั้นที่หลงเหลืออยู่ ภาพลวงตาหรือจะสู้จิตจำนงแห่งกระบี่ที่แท้จริง!"
สิ้นเสียงคำราม ทันใดนั้นพื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ก้อนหินขนาดมหึมาลอยเคว้งคว้างขึ้นไปในอากาศ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเงาร่างของอสูรดารานับร้อยตัวพุ่งเข้าใส่คนทั้งสองด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ประกายแสงสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า แผ่แรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว
นี่คือบททดสอบแรกของหุบเขาแห่งความตาย—ภาพลวงตาแห่งจิตสำนึก!
"ถอยไป!" จ้าวเฟยหลงคำรามก้อง ร่างกายพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่ง ประกายกระบี่วาบผ่านความมืดมิดราวกับสายฟ้าแลบ ฉับพลันนั้น รัศมีกระบี่สีครามเข้มก็แผ่ขยายออกเป็นวงกว้างนับร้อย丈 พลังปราณกระบี่ที่ดุดันและบริสุทธิ์หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ แผ่พุ่งทะยานตัดผ่านเงาร่างอสูรดาราจนสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำในพริบตาเดียว
*ฉับ! ฉับ! ฉับ!*
เสียงแหวกอากาศและเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหุบเขา เศษหินและฝุ่นผงคละคลุ้งตลบอบอวล จ้าวเฟยหลงเคลื่อนไหวราวกับภูตพราย ร่างกายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ ทุกกระบวนท่ามีความเด็ดขาดและเฉียบคมไร้ช่องโหว่ เลือดในกายสูบฉีดพลانดุจน้ำเดือดพล่าน ความเจ็บปวดจากการเดินทางอันยาวนานถูกเปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อนให้ทะלוวงผ่านขีดจำกัดเดิมของตนเอง
ทว่า... ศัตรูในค่ายกลหาได้มีเพียงเท่านี้ไม่
เบื้องหน้าของจ้าวเฟยหลง ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสิบปีก่อน วันที่ตระกูลจ้าวถูกเผาทำลายจนราบคาบ ภาพมารดาที่โอบกอดปกป้องเขาด้วยหยาดน้ำตาและรอยยิ้มสุดท้ายปรากฏขึ้นกลางอากาศ ท่ามกลางกองเพลิงโหมกระหน่ำและเสียงกรีดร้องโหยหวน
จ้าวเฟยหลงชะงักฝีเท้าลงโดยพลัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวที่ฝังรากลึกในหัวใจถูกกระชากขึ้นมาแสดงใหม่อย่างชัดเจน ภาพมารดาเอ่ยปากเรียกชื่อเขาด้วยความอ่อนโยน กำลังยื่นมือเข้ามาหา—
"เฟยหลง! อย่ามองมัน! นั่นคือภาพลวงตาเพื่อทำลายจิตใจเจ้า!" เสียงตะโกนของไป๋หลินดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท นางตวัดนิ้วมือสร้างม่านพลังน้ำแข็งสีฟ้าครามปกป้องรอบตัวเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับซัดฝ่ามือกระแทกใส่เงาร่างภาพลวงตานั้นจนแตกสลาย
แต่มันสายไปเสียแล้ว พลังปราณย้อนกลับจากค่ายกลพุ่งกระแทกเข้าที่จุดตันเทียนของจ้าวเฟยหลงอย่างจัง!
*อั๊ก!*
เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของจ้าวเฟยหลง ร่างกายเซถอยหลังไปหลายก้าว เขากัดฟันแน่นจนกรามแทบแตก ใช้กระบี่ปักลงกับพื้นดินเพื่อพยุงร่างไม่ให้ล้มลงไป ความเย็นเยียบจากพิษค่ายกลกำลังกัดกินเส้นชีพจรในร่างกายอย่างรวดเร็ว วิสัยทัศน์เริ่มพร่ามัว สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง
ไป๋หลินพุ่งเข้ามาประคองร่างของเขาไว้ทันท่วงที ปลายเสื้อสีขาวเปื้อนคราบเลือดสีเข้มของเขา สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่แผ่ออกจากร่างกายของชายหนุ่ม แววตาที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งของนางสั่นไหวอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี ความรู้สึกเจ็บปวดแปลกประหลาดแล่นริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจของนาง
"เจ้าคนโง่... เหตุใดจึงปล่อยให้จิตใจช่องโหว่เช่นนี้" ไป๋หลินเอ่ยเสียงสั่น นางรีดเร้นพลังปราณเซียนบริสุทธิ์ทั้งหมดถ่ายเทเข้าไปในร่างของจ้าวเฟยหลงเพื่อกดดันพิษร้ายให้ออกไป แม้จะต้องสูญเสียพลังบำเพ็ญเพียรไปครึ่งหนึ่ง นางก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
จ้าวเฟยหลงเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยความกังวลของนาง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้ใบซีดเซียวแต่แววตายังคงเปี่ยมด้วยความทะนงตนไม่เสื่อมคลาย
"ข้าไม่เป็นไร..." เขากระซิบเสียงแหบพร่า มือหนายื่นออกไปสัมผัสเบาๆ ที่ข้างแก้มเนียนนุ่มของไป๋หลิน ทำให้นางสะดุ้งเล็กน้อยแต่ปฏิเสธที่จะหลบหนี "ข้าบอกแล้ว... ว่าไม่มีสิ่งใดพรากชีวิตข้าไปได้ จนกว่าข้าจะล้างแค้นให้ตระกูลสำเร็จ"
ทว่า ในวินาทีที่ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขากำลังถ่ายทอดไปยังหัวใจของนาง รอบกายพวกเขากลับเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
พื้นดินที่พวกเขายืนอยู่ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกสีดำสนิท เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องกังวานมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง ราวกับมีปีศาจตนใหม่กำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลยาวนาน พร้อมกับเงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า ชายผู้นั้นสวมหน้ากากรูปอสูรยิ้มเยาะ และในมือถือป้ายคำสั่งโบราณที่แผ่กลิ่นอายบรรพกาลอันน่าสะพรึงกลัว
"ฮ่าๆๆ... จ้าวเฟยหลง เจ้าคิดว่าเจ้าผ่านพ้นหุบเขาแห่งความตายมาได้แล้วจริงๆ งั้นหรือ?" เสียงแหบพร่าดุจเสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้น "น่าเสียดายนัก... ประตูบานสุดท้ายกำลังจะเปิดออก และผู้ที่จะต้องสังเวยเลือดเนื้อในวันนี้ มิใช่พวกเรา... แต่เป็นนางเซียนผู้สูงส่งข้างกายเจ้าผู้นี้ต่างหาก!"
สิ้นคำพูด ชายสวมหน้ากากสะบัดมือขวา ปรากฏโซ่ตรวนโลหิตพุ่งทะยานแหวกอากาศตรงเข้ามัดร่างของไป๋หลินด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาดในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพอันดุเดือดนี้ไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ
กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 13
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!