กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 24

การทดสอบความไว้วางใจ

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
คมกระบี่เหล็กนิลในมือสั่นระริก เสียงหึ่งๆ คล้ายพญาครุฑร่ำร้องดังก้องสะท้านโสตประสาท พื้นหินอ่อนสีขาวนวลของตำหนักเมฆาคล้อยแตกละเอียดเป็นรัศมีวงกว้าง แรงกดดันจากลมปราณระดับเซียนแท้จริงแผ่พุ่งออกกดทับจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่นหมุนวน "ไป๋หลิน... เจ้ายังมีความกล้าที่จะปกป้องมันอีกหรือ?" น้ำเสียงทรงอำนาจดังกึกก้องดั่งอสนีบาตฟาดลงกลางฤดูร้อน ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่นภา ‘เมิ่งเทียนหลาง’ ยืนตระหง่านอยู่เบื้องบน ดวงตาทอประกายอำมหิตจ้องมองร่างบอบบางในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนขวางหน้าจ้าวเฟยหลงเอาไว้ ปลายกระบวนท่า ‘กระบี่คว่ำดารา’ ในมือของผู้อาวุโสเมิ่งชี้ตรงมายังศิษย์รักของตนเองอย่างไร้เยื่อใย ไป๋หลินเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าผากเนียนละเอียด ทว่าแววตาคู่คมกริบดุจน้ำแข็งพันปีกลับมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มือเรียวงามที่ถือกระบี่คู่กายสั่นเทาเล็กน้อย หาใช่เพราะความกลัวต่อความตาย... หากแต่เป็นความเจ็บปวดร้าวรานจากคำพิพากษาของสำนักที่นางอุทิศตนปกป้องมาตลอดชีวิต "ผู้อาวุโส... เขาไม่ได้ทำลายค่ายกลพิทักษ์สำนัก เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของคนจากสำนักมารโลหิตต่างหาก เหตุใดท่านจึงไม่ยอมรับฟังความจริง!" ไป๋หลินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับสั่นเครือเล็กน้อยในตอนท้าย นางหันกลับไปมองบุรุษด้านหลังเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของจ้าวเฟยหลง ผู้ซึ่งยังคงยืนหยัดด้วยท่าทีทะนงตน ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยศัตรูหลายร้อยชีวิตจากสำนักเดียวกัน จ้าวเฟยหลงแค่นเสียง ‘หึ’ ออกมาเบาๆ ในลำคอ ดวงตาดำสนิทคู่นั้นกวาดมองเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ร่วมสำนักนับร้อยที่รายล้อมด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ เขาก้าวเท้าขึ้นมาหนึ่งก้าว บังร่างของหญิงสาวไว้ครึ่งหนึ่ง กระบี่เดียวดายในมือถูกยกขึ้นพาดบ่าอย่างไม่แยแสต่อสถานการณ์อันคับขัน "ไป๋หลิน... ถอยไป" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความลังเล มันเป็นน้ำเสียงที่เด็ดขาด เย็นชา และเปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีของจอมยุทธ์ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ฟ้าดิน "ข้าไม่ถอย!" นางตวาดกลับทันควัน น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตา ไหลผ่านแก้มเนียนดุจหยกสลัก ก่อนจะระเหยกลายเป็นไอหมอกบางเบาด้วยความร้อนจากลมปราณ "ข้าฝึกวิชาในสำนักนี้มาสามสิบปี ยอมรับความอยุติธรรมมาก็มาก แต่ครั้งนี้... หากพวกเขาต้องการเอาชีวิตท่าน พวกเขาต้องก้าวผ่านศพของข้าไปก่อน!" คำพูดนั้นหนักแน่นดั่งขุนเขา ทว่ากลับบาดลึกเข้าไปในหัวใจของคนฟัง เมิ่งเทียนหลางบันดาลโทสะจนหนวดเคราสีขาวปลิวไสว "ดี! ดีเยี่ยม! ลูกอกตัญญู หลงใหลในมารศาสนาจนหน้ามืดตามัว วันนี้ข้าในนามของเจ้าสำนัก จะล้างมลทินให้สำนักกระบี่นภาด้วยเลือดของพวกเจ้า!" สิ้นเสียงคำราม เมิ่งเทียนหลางสะบัดแขนเสื้อ ร่างชราพุ่งทะยานลงมาจากแท่นบูชา รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ประกายกระบี่สีครามเข้มระเบิดออกเป็นร้อยสาย พุ่งเข้าใส่จุดตายของคนทั้งสองพร้อมกัน แรงกดดันระดับเซียนขั้นสมบูรณ์แบบบีบอัดจนกระดูกทั่วร่างของศิษย์รอบข้างส่งเสียงลั่นกรอบ จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลง วิถีกระบี่ในใจหมุนวนอย่างรวดเร็ว เคล็ดวิชา ‘กระบี่เดียวดายพลิกฟ้า’ ถูกหลอมรวมเข้ากับลมปราณโลหิตในกายจนเกิดเป็นออร่าสีดำทมิฬปกคลุมทั่วร่าง ร่างของเขาวับหายไปจากจุดเดิมในพริบตา เหลือไว้เพียงภาพติดตาที่ถูกฉีกกระชากด้วยคมกระบี่ เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! ประกายไฟจากการปะทะกันระเบิดขึ้นราวกับดอกไม้ไฟมรณะ แรงกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนพื้นหินอ่อนรอบตำหนักพังทลายลงไปเป็นหลุมลึกหลายสิบเมตร จ้าวเฟยหลงรับกระบวนท่าของผู้อาวุโสสูงสุดด้วยมือข้างเดียว แขนเสื้อด้านขวาขาดวิ่นเผยให้เห็นกล้ามเนื้อได้รูปและรอยแผลเป็นจากการต่อสู้โชกโชน เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากของเขา แต่รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้ากลับยิ่งเด่นชัดขึ้น "แก่ชราเสียเปล่า เพลงกระบี่ของเจ้ามีแต่กระบวนท่าไร้จิตวิญญาณ เช่นนี้ยังกล้าเรียกตัวเองว่าผู้อาวุโส?" จ้าวเฟยหลงกล่าวเยาะเย้ย ดวงตาคมกราบมองคู่ต่อสู้ด้วยความดูแคลน "เจ้าเด็กอวดดี ปากกล้าขาสั่นนัก!" เมิ่งเทียนหลางโกรธจนกระอักเลือดออกมาคำโต พลังปราณระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด กระบี่ในมือหมุนวนสร้างเป็นพายุเพลิงสีครามกลืนกินร่างของจ้าวเฟยหลงเข้าไปในพริบตา "เฟยหลง!" ไป๋หลินกรีดร้องสุดเสียง หัวใจของนางกระตุกวูบ ความรู้สึกเย็นชาราวน้ำแข็งที่สะสมมาทั้งชีวิตแตกสลายลงในชั่วพริบตา นางไม่สน3กฎสำนัก ไม่สนทัณฑ์สวรรค์ หรือแม้แต่ชีวิตของตนเองอีกต่อไป พลังปราณเซียนน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้าถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา นางพุ่งทะยานเข้าไปในพายุเพลิงสีครามอย่างไร้ความกลัว กระบี่เซียนน้ำแข็งในมือแทงทะลวงผ่านเปลวเพลิง ร่างระหงเข้าขวางกั้นระหว่างคมกระบี่ของเมิ่งเทียนหลางกับร่างของจ้าวเฟยหลง ฉับ! เสียงคมกระบี่เฉือนผ่านเนื้อหนังดังขึ้นท่ามกลางเสียงพายุโหมกระหน่ำ ไป๋หลินกระอักเลือดสีแดงเข้มออกมาคำโต หยดลงบนอกเสื้อของจ้าวเฟยหลงที่ยืนรับร่างของนางไว้ทันท่วงที ดวงตากลมโตคู่นั้นมองหน้าบุรุษที่นางมอบหัวใจให้ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่ซีดเซียว "ข้า... เลือกแล้ว..." เสียงของนางแผ่วเบาราวกับสายลม "ไม่ว่าสำนัก... หรือฟ้าดิน... ก็ไม่อาจพรากท่านไปจากข้าได้อีก..." จ้าวเฟยหลงรับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของนางไว้ในอ้อมแขน เลือดอุ่นๆ ของหญิงสาวเปรอะเปื้อนมือหนาของเขา ความรู้สึกบางอย่างที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งของหัวใจถูกกระชากขึ้นมาอย่างรุนแรง มันไม่ใช่ความโกรธ... แต่มันคือ ‘จิตสังหาร’ อันไร้ขอบเขตที่แท้จริง เขค่อยๆ วางร่างของไป๋หลินลงอย่างทะนุถนอม ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ เงยหน้าขึ้นมองเมิ่งเทียนหลางและเหล่าผู้อาวุโสด้วยแววตาดำมืดไร้ประกายชีวิต ร่างกายของจ้าวเฟยหลงเริ่มเปล่งแสงสีทองสลับกับสีดำทมิฬ ลมปราณรอบตัวปั่นป่วนจนเกิดเป็นเสียงฟ้าร้องคำรามก้องมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก เมิ่งเทียนหลางและผู้อาวุโสคนอื่นๆ ถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันระดับที่เหนือกว่าเซียนแท้จริง "พวกเจ้า... รนหาที่ตายเอง" จ้าวเฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบราวน้ำแข็งจากขุมนรก กระบี่เดียวดายในมือสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง พร้อมที่จะปลิดชีพทุกสิ่งที่ขวางหน้าในดาบเดียว— ทันใดนั้นเอง มิติเบื้องบนก็ฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท ร่างของบุรุษลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะก้องกังวานที่ทำให้ทั่วทั้งภูเขากระบี่สั่นสะเทือน "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริง จ้าวเฟยหลง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเจ้าหนีพ้นจากชะตากรรมที่แท้จริงของตระกูลเจ้าแล้ว?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันคมกระบี่และโลหิตนี้ไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%