“เวลา... มิใช่สิ่งที่จะถูกกักขังได้ด้วยอิฐหินหรือค่ายกล แต่พวกเรากำลังถูกมันกลืนกินทีละลมหายใจ”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ภายในวิหารโบราณรกร้างที่ถูกขนานนามว่า ‘สุสานกาลจักร’ อากาศรอบกายหนาแน่นจนคล้ายดั่งสายน้ำวนที่แช่แข็ง ทุกย่างก้าวที่จ้าวเฟยหลงทะยานผ่าน องคาพยพทุกส่วนล้วนเคลื่อนไหวเชื่องช้าราวกับแมลงสาบที่ติดอยู่ในหยดอำพัน ราวกับว่ากฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินภายในสถานที่แห่งนี้ถูกบิดเบือนไปจนหมดสิ้น
จ้าวเฟยหลงยืนหยัดอย่างมั่นคง
มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่วิญญาณโลหิตแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
พลังปราณแท้จริงโคจรวนเวียนอยู่ในจุดตันเทียนด้วยความเร็วสูงเพื่อต่อต้านแรงกดดันอันน่าสะพรึงที่พยายามจะหยุดยั้งการเต้นของหัวใจเขา
ดวงตาคมกริบกวาดมองไปเบื้องหน้าอย่างเยือกเย็นและเด็ดขาด
ที่แห่งนี้... หนึ่งก้าวอาจหมายถึงความแก่ชราสิบปี หนึ่งลมหายใจอาจหมายถึงการหลุดร่วงสู่ความตายโดยไร้ซึ่งโอกาสแม้แต่จะเปล่งเสียงร่ำลา
เบื้องหลังเขาคือร่างระหงของไป๋หลิน
นางเซียนผู้เคยสง่างามและเย็นชาดุจน้ำแข็งเกาะกุม ยามนี้อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางเปรอะเปื้อนด้วยคราบโลหิตจางๆ ที่มุมปาก
ไอน้ำแข็งที่เคยแผ่ออกมาจากร่างเพื่อปกป้องคุ้มครองบัดนี้กลับพร่าเลือนลง เนื่องจากความกดดันของเวลาที่เดินช้าลงนับร้อยเท่านำมาซึ่งการสูญเสียพลังชีวิตอย่างมหาศาล
“เฟยหลง...”
เสียงของนางแผ่วเบาและสั่นเครือเล็กน้อย แต่นัยน์ตาคู่สวยที่เคยทอประกายความหยิ่งยโสกลับสะท้อนภาพแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นี้ไว้จนหมดสิ้น
ในยุทธภพอันโหดร้าย นางไม่เคยเชื่อใจผู้ใด และไม่เคยคิดว่าจะมีบุรุษใดสามารถยืนหยัดเคียงข้างนางในยามคับขันเช่นนี้ได้
ทว่า ในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาทุกขณะ กลับเป็นจ้าวเฟยหลงที่ก้าวออกมารับแรงกดดันของห้วงเวลานี้ไว้ด้วยวิถีกระบี่ของตนเองแต่เพียงผู้เดียว
“อย่าเพิ่งเอ่ยวาจาใด เก็บเรี่ยวแรงไว้รักษากระแสลมปราณของเจ้าเสีย ไป๋หลิน”
จ้าวเฟยหลงกล่าวโดยไม่หันกลับไปมอง ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่สามารถสยบความหวาดกลัวทั้งหมดลงได้
“ข้าบอกแล้วว่า... ตราบใดที่กระบี่ยังอยู่ในมือข้า แม้แต่เงื้อมมือของกาลเวลาก็ไม่มีสิทธิ์พรากชีวิตเจ้าไปจากที่นี่”
สิ้นคำพูด ทันใดนั้น เบื้องหน้าของทั้งสองก็ปรากฏระลอกคลื่นสีครามเข้มแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง
มิติรอบกายบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูงเสียดแก้วหู
เงาร่างนับสิบสายปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พวกมันไม่ใช่คนและไม่ใช่ภูตผี หากแต่เป็น ‘เงาสะท้อนแห่งกาลเวลา’—ร่างจำแลงที่ถูกสร้างขึ้นจากอดีตชาติและจิตมารของตัวผู้บุกเบิกเอง
เงาร่างเหล่านั้นถือครองกระบี่ที่สะท้อนแสงเงาคมกริบไม่ต่างจากจ้าวเฟยหลง และที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าคือพวกมันเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสภาพแวดล้อมที่ถูกแช่แข็งนี้ ราวกับว่าพวกมันคือผู้เป็นเจ้าของกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาอย่างแท้จริง
*ฉับ!*
เงาร่างแรกพุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
ประกายกระบี่สีเงินยวดยวงฟาดฟันลงมาดั่งสายอสนีบาตผ่ากลางแสกหน้า
หากเป็นยามปกติ จ้าวเฟยหลงย่อมสามารถหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย
ทว่า ณ ที่ซึ่งเวลาเดินช้าลงเช่นนี้ ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายกลับถูกหน่วงเหนี่ยวไว้จนแทบไม่ขยับ
จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
เขากลับหลับตาลงเสี้ยววินาทีหนึ่ง เพื่อสัมผัสถึงจังหวะการเต้นของหัวใจตนเองและเสียงกระซิบของสายลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ในกระดูก
*วิชา ‘กระบี่เดียวดายทะลวงนภากาล’—กระบวนท่าที่หนึ่ง: ตัดสินฟ้าดิน!*
ดวงตาที่ปิดลงพลืมลืมโพลงขึ้นอีกครั้ง
ประกายแสงสีชาดสว่างวาบขึ้นจากนัยน์ตาคู่นั้น รัศมีกระบี่อันดุดันระเบิดออกรอบทิศทางจนพื้นศิลาเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นจุล
เขาก้าวเท้าออกไปเพียงหนึ่งก้าว—ทว่าก้าวนี้กลับข้ามผ่านห้วงเวลาที่ถูกบิดเบือนไปอย่างสิ้นเชิง
ความเร็วของเขาไม่ได้อาศัยกล้ามเนื้อหรือความเร็วทางกายภาพอีกต่อไป หากแต่เป็นการอาศัย ‘จิตวิญญาณแห่งกระบี่’ ที่หลอมรวมเข้ากับสัจธรรมแห่งการหลุดพ้น
*เคร้งงงงง!*
ประกายกระบี่ทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกแผ่ขยายออกเป็นวงกลม
แรงปะทะนั้นรุนแรงเสียจนอากาศรอบด้านแตกสลายกลายเป็นสุญญากาศชั่วขณะ
เงาร่างจำแลงที่พุ่งเข้ามาถูกพลังปราณอันเกรี้ยวกราดของจ้าวเฟยหลงบดขยี้จนสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองจางหายไปในพริบตา
ทว่า ยังไม่ทันที่จ้าวเฟยหลงจะได้ผ่อนลมหายใจ เงาร่างจำแลงอีกนับสิบก็ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นมหาภัย
พวกมันประสานกระบวนท่าผสานอักขระโบราณที่เรืองแสงสีม่วงเข้ม ล้อมรอบทั้งสองไว้ตรงกลาง
แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาบนไหล่ของจ้าวเฟยหลงจนเข่าข้างหนึ่งเกือบทรุดลงแนบพื้น
โลหิตสดๆ ไหลรินจากมุมปากของเขา แต่นัยน์ตากลับยิ่งทอประกายความดุดันและทะนงองอาญาสูงส่งยิ่งกว่าเดิม
ไป๋หลินที่มองดูอยู่เบื้องหลัง หัวใจของนางกระตุกวูบ
ความเย็นชาที่เคยห่อหุ้มจิตใจมาตลอดชีวิตบัดนี้ถูกหลอมละลายจนหมดสิ้นด้วยภาพของบุรุษผู้ยอมเอาแผ่นหลังเข้าแลกเพื่อปกป้องนาง
นางไม่ลังเลอีกต่อไป มือเรียวงามสะบัดออกเบื้องหน้า ปราณน้ำแข็งบริสุทธิ์สายหนึ่งพรั่งพรูออกมาจากฝ่ามือกลายเป็นเกราะคุ้มกันสีครามใส ห่อหุ้มร่างของจ้าวเฟยหลงไว้ พร้อมกับเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวที่สั่นระริกเล็กน้อย
“เฟยหลง... ข้าจะเปิดทางให้เจ้าสามลมหายใจ! จงใช้วิชากระบี่นั้นทำลายใจกลางค่ายกลซะ!”
จ้าวเฟยหลงเหลือบสายตากลับไปมองนางเพียงเสี้ยววินาที
สายตาคู่นั้นไร้ซึ่งคำพูดใดๆ แต่มันกลับสื่อความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่าคำพ้อยร้อยพันคำ
ความไว้วางใจ... และความเด็ดเดี่ยวที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
“ดี.”
เขาคำรามในลำคอ เสียงนั้นดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรครามที่ตื่นจากการหลับใหล
กระบี่วิญญาณโลหิตในมือสั่นระริก ปราณกระบี่พุ่งทะยานเสียดฟ้า ทะลวงทะลุเพดานวิหารจนปรากฏรอยแยกสีดำมืดของมิติ
เขายืนหยัดขึ้นเต็มความสูง รวบรวมลมปราณทั้งหมดในร่างกายเข้าสู่จุดศูนย์กลางของคมกระบี่
เตรียมปลดปล่อยกระบวนท่าพิฆาตที่จะพลิกผันชะตากรรมของห้วงเวลานี้
ทว่า ท่ามกลางเสียงคำรามของพลังปราณที่กำลังปะทุถึงขีดสุดนั้นเอง...
จู่ๆ บรรยากาศรอบกายก็พลันเงียบสงบลงอย่างประหลาด
เสียงลมหายใจของเงาร่างจำแลงหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
และสิ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของทั้งสอง กลับไม่ใช่ค่ายกลหรือศัตรูที่ต้องฟาดฟัน
หากแต่เป็น... เงาร่างของสตรีผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากม่านหมอกแห่งกาลเวลา
นางสวมอาภรณ์โบราณสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากเงินลายบุปผา
และที่สำคัญที่สุด... กระบี่ในมือของสตรีผู้นั้น กลับปลดปล่อยกลิ่นอายพลังที่คุ้นเคยอย่างยิ่งยวด—กลิ่นอายเดียวกับกระบี่ประจำตระกูลของจ้าวเฟยหลงที่สูญหายไปเมื่อสิบปีก่อน!
“เจ้า... เป็นใครกันแน่?” จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง คมกระบี่ในมือชะงักค้างไว้เพียงนิ้วเดียวจากคอของนาง
สตรีปริศนาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาคู่คมที่ทอประกายเย้ยหยันฟ้าดิน ก่อนที่นางจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของจ้าวเฟยหลงแทบหยุดเต้น
“เจ้าตามหาความจริงเรื่องครอบครัวมาตลอดสิบปี... แต่เจ้าแน่ใจหรือว่า... ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าในอดีต มิใช่ผู้ที่สร้างสุสานกาลจักรแห่งนี้ขึ้นมาเอง?”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันคมกระบี่และโลหิตนี้ไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ
กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 23
กับดักแห่งเวลา
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!