กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 23

กับดักแห่งเวลา

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
“เวลา... มิใช่สิ่งที่จะถูกกักขังได้ด้วยอิฐหินหรือค่ายกล แต่พวกเรากำลังถูกมันกลืนกินทีละลมหายใจ” สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ภายในวิหารโบราณรกร้างที่ถูกขนานนามว่า ‘สุสานกาลจักร’ อากาศรอบกายหนาแน่นจนคล้ายดั่งสายน้ำวนที่แช่แข็ง ทุกย่างก้าวที่จ้าวเฟยหลงทะยานผ่าน องคาพยพทุกส่วนล้วนเคลื่อนไหวเชื่องช้าราวกับแมลงสาบที่ติดอยู่ในหยดอำพัน ราวกับว่ากฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินภายในสถานที่แห่งนี้ถูกบิดเบือนไปจนหมดสิ้น จ้าวเฟยหลงยืนหยัดอย่างมั่นคง มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่วิญญาณโลหิตแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พลังปราณแท้จริงโคจรวนเวียนอยู่ในจุดตันเทียนด้วยความเร็วสูงเพื่อต่อต้านแรงกดดันอันน่าสะพรึงที่พยายามจะหยุดยั้งการเต้นของหัวใจเขา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปเบื้องหน้าอย่างเยือกเย็นและเด็ดขาด ที่แห่งนี้... หนึ่งก้าวอาจหมายถึงความแก่ชราสิบปี หนึ่งลมหายใจอาจหมายถึงการหลุดร่วงสู่ความตายโดยไร้ซึ่งโอกาสแม้แต่จะเปล่งเสียงร่ำลา เบื้องหลังเขาคือร่างระหงของไป๋หลิน นางเซียนผู้เคยสง่างามและเย็นชาดุจน้ำแข็งเกาะกุม ยามนี้อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางเปรอะเปื้อนด้วยคราบโลหิตจางๆ ที่มุมปาก ไอน้ำแข็งที่เคยแผ่ออกมาจากร่างเพื่อปกป้องคุ้มครองบัดนี้กลับพร่าเลือนลง เนื่องจากความกดดันของเวลาที่เดินช้าลงนับร้อยเท่านำมาซึ่งการสูญเสียพลังชีวิตอย่างมหาศาล “เฟยหลง...” เสียงของนางแผ่วเบาและสั่นเครือเล็กน้อย แต่นัยน์ตาคู่สวยที่เคยทอประกายความหยิ่งยโสกลับสะท้อนภาพแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นี้ไว้จนหมดสิ้น ในยุทธภพอันโหดร้าย นางไม่เคยเชื่อใจผู้ใด และไม่เคยคิดว่าจะมีบุรุษใดสามารถยืนหยัดเคียงข้างนางในยามคับขันเช่นนี้ได้ ทว่า ในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาทุกขณะ กลับเป็นจ้าวเฟยหลงที่ก้าวออกมารับแรงกดดันของห้วงเวลานี้ไว้ด้วยวิถีกระบี่ของตนเองแต่เพียงผู้เดียว “อย่าเพิ่งเอ่ยวาจาใด เก็บเรี่ยวแรงไว้รักษากระแสลมปราณของเจ้าเสีย ไป๋หลิน” จ้าวเฟยหลงกล่าวโดยไม่หันกลับไปมอง ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่สามารถสยบความหวาดกลัวทั้งหมดลงได้ “ข้าบอกแล้วว่า... ตราบใดที่กระบี่ยังอยู่ในมือข้า แม้แต่เงื้อมมือของกาลเวลาก็ไม่มีสิทธิ์พรากชีวิตเจ้าไปจากที่นี่” สิ้นคำพูด ทันใดนั้น เบื้องหน้าของทั้งสองก็ปรากฏระลอกคลื่นสีครามเข้มแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง มิติรอบกายบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูงเสียดแก้วหู เงาร่างนับสิบสายปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พวกมันไม่ใช่คนและไม่ใช่ภูตผี หากแต่เป็น ‘เงาสะท้อนแห่งกาลเวลา’—ร่างจำแลงที่ถูกสร้างขึ้นจากอดีตชาติและจิตมารของตัวผู้บุกเบิกเอง เงาร่างเหล่านั้นถือครองกระบี่ที่สะท้อนแสงเงาคมกริบไม่ต่างจากจ้าวเฟยหลง และที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าคือพวกมันเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสภาพแวดล้อมที่ถูกแช่แข็งนี้ ราวกับว่าพวกมันคือผู้เป็นเจ้าของกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาอย่างแท้จริง *ฉับ!* เงาร่างแรกพุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ประกายกระบี่สีเงินยวดยวงฟาดฟันลงมาดั่งสายอสนีบาตผ่ากลางแสกหน้า หากเป็นยามปกติ จ้าวเฟยหลงย่อมสามารถหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย ทว่า ณ ที่ซึ่งเวลาเดินช้าลงเช่นนี้ ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายกลับถูกหน่วงเหนี่ยวไว้จนแทบไม่ขยับ จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับหลับตาลงเสี้ยววินาทีหนึ่ง เพื่อสัมผัสถึงจังหวะการเต้นของหัวใจตนเองและเสียงกระซิบของสายลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ในกระดูก *วิชา ‘กระบี่เดียวดายทะลวงนภากาล’—กระบวนท่าที่หนึ่ง: ตัดสินฟ้าดิน!* ดวงตาที่ปิดลงพลืมลืมโพลงขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีชาดสว่างวาบขึ้นจากนัยน์ตาคู่นั้น รัศมีกระบี่อันดุดันระเบิดออกรอบทิศทางจนพื้นศิลาเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นจุล เขาก้าวเท้าออกไปเพียงหนึ่งก้าว—ทว่าก้าวนี้กลับข้ามผ่านห้วงเวลาที่ถูกบิดเบือนไปอย่างสิ้นเชิง ความเร็วของเขาไม่ได้อาศัยกล้ามเนื้อหรือความเร็วทางกายภาพอีกต่อไป หากแต่เป็นการอาศัย ‘จิตวิญญาณแห่งกระบี่’ ที่หลอมรวมเข้ากับสัจธรรมแห่งการหลุดพ้น *เคร้งงงงง!* ประกายกระบี่ทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกแผ่ขยายออกเป็นวงกลม แรงปะทะนั้นรุนแรงเสียจนอากาศรอบด้านแตกสลายกลายเป็นสุญญากาศชั่วขณะ เงาร่างจำแลงที่พุ่งเข้ามาถูกพลังปราณอันเกรี้ยวกราดของจ้าวเฟยหลงบดขยี้จนสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองจางหายไปในพริบตา ทว่า ยังไม่ทันที่จ้าวเฟยหลงจะได้ผ่อนลมหายใจ เงาร่างจำแลงอีกนับสิบก็ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นมหาภัย พวกมันประสานกระบวนท่าผสานอักขระโบราณที่เรืองแสงสีม่วงเข้ม ล้อมรอบทั้งสองไว้ตรงกลาง แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาบนไหล่ของจ้าวเฟยหลงจนเข่าข้างหนึ่งเกือบทรุดลงแนบพื้น โลหิตสดๆ ไหลรินจากมุมปากของเขา แต่นัยน์ตากลับยิ่งทอประกายความดุดันและทะนงองอาญาสูงส่งยิ่งกว่าเดิม ไป๋หลินที่มองดูอยู่เบื้องหลัง หัวใจของนางกระตุกวูบ ความเย็นชาที่เคยห่อหุ้มจิตใจมาตลอดชีวิตบัดนี้ถูกหลอมละลายจนหมดสิ้นด้วยภาพของบุรุษผู้ยอมเอาแผ่นหลังเข้าแลกเพื่อปกป้องนาง นางไม่ลังเลอีกต่อไป มือเรียวงามสะบัดออกเบื้องหน้า ปราณน้ำแข็งบริสุทธิ์สายหนึ่งพรั่งพรูออกมาจากฝ่ามือกลายเป็นเกราะคุ้มกันสีครามใส ห่อหุ้มร่างของจ้าวเฟยหลงไว้ พร้อมกับเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวที่สั่นระริกเล็กน้อย “เฟยหลง... ข้าจะเปิดทางให้เจ้าสามลมหายใจ! จงใช้วิชากระบี่นั้นทำลายใจกลางค่ายกลซะ!” จ้าวเฟยหลงเหลือบสายตากลับไปมองนางเพียงเสี้ยววินาที สายตาคู่นั้นไร้ซึ่งคำพูดใดๆ แต่มันกลับสื่อความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่าคำพ้อยร้อยพันคำ ความไว้วางใจ... และความเด็ดเดี่ยวที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว “ดี.” เขาคำรามในลำคอ เสียงนั้นดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรครามที่ตื่นจากการหลับใหล กระบี่วิญญาณโลหิตในมือสั่นระริก ปราณกระบี่พุ่งทะยานเสียดฟ้า ทะลวงทะลุเพดานวิหารจนปรากฏรอยแยกสีดำมืดของมิติ เขายืนหยัดขึ้นเต็มความสูง รวบรวมลมปราณทั้งหมดในร่างกายเข้าสู่จุดศูนย์กลางของคมกระบี่ เตรียมปลดปล่อยกระบวนท่าพิฆาตที่จะพลิกผันชะตากรรมของห้วงเวลานี้ ทว่า ท่ามกลางเสียงคำรามของพลังปราณที่กำลังปะทุถึงขีดสุดนั้นเอง... จู่ๆ บรรยากาศรอบกายก็พลันเงียบสงบลงอย่างประหลาด เสียงลมหายใจของเงาร่างจำแลงหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง และสิ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของทั้งสอง กลับไม่ใช่ค่ายกลหรือศัตรูที่ต้องฟาดฟัน หากแต่เป็น... เงาร่างของสตรีผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากม่านหมอกแห่งกาลเวลา นางสวมอาภรณ์โบราณสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากเงินลายบุปผา และที่สำคัญที่สุด... กระบี่ในมือของสตรีผู้นั้น กลับปลดปล่อยกลิ่นอายพลังที่คุ้นเคยอย่างยิ่งยวด—กลิ่นอายเดียวกับกระบี่ประจำตระกูลของจ้าวเฟยหลงที่สูญหายไปเมื่อสิบปีก่อน! “เจ้า... เป็นใครกันแน่?” จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง คมกระบี่ในมือชะงักค้างไว้เพียงนิ้วเดียวจากคอของนาง สตรีปริศนาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาคู่คมที่ทอประกายเย้ยหยันฟ้าดิน ก่อนที่นางจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของจ้าวเฟยหลงแทบหยุดเต้น “เจ้าตามหาความจริงเรื่องครอบครัวมาตลอดสิบปี... แต่เจ้าแน่ใจหรือว่า... ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าในอดีต มิใช่ผู้ที่สร้างสุสานกาลจักรแห่งนี้ขึ้นมาเอง?” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันคมกระบี่และโลหิตนี้ไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%