กลิ่นอายคาวโลหิตเจือจางลอยคลุ้งอยู่ในความมืดมิดของรัตติกาล ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งลมปราณ
ทว่า… สัญชาตญาณดิบของนักล่าหาได้ถูกตบตาไม่
จ้าวเฟยหลงยืนนิ่งสนิทอยู่กลางศาลเจ้าร้าง ปลายกระบี่เหล็กนิลกาฬในมือซ้ายทิ้งดิ่งลงสู่พื้น ศิลาแผ่นห่างออกไปสามเชียะแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุมจากแรงกดดันของจิตสังหารที่แผ่ซ่านเข้ามาในรัศมีสิบวา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีหรี่ลงเล็กน้อย เขารู้ดีว่าความเงียบงันเช่นนี้มิใช่ความสงบ แต่เป็นความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาด้วยก้าวเท้าอันแผ่วเบาดุจวิญญาณพยัคฆ์
"ซ่อนตัวอยู่ในเงามาตลอดทาง รังเกียจแสงตะวันถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความเกรงกลัว ท่วงท่าของเขาสง่างามทว่าเต็มไปด้วยความทะนงตนในวิถีกระบี่ ร่างกายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีแห่งฟ้าดิน กล้ามเนื้อทุกมัดตึงตัวพร้อมระเบิดพลังปราณทะลวงขอบเขตได้ทุกเมื่อ
วูบ!
ประกายแสงสีเงินยวดยวงวาดผ่านความมืดอย่างเฉียบคม มันคือเงาดาบที่ไร้เสียง รวดเร็วจนแม้แต่อากาศยังไม่ทันกรีดร้อง เสียงแหวกอากาศคำรามขึ้นพร้อมๆ กับที่คมดาบมุ่งตรงเข้าสู่จุดตายบริเวณลำคอของจ้าวเฟยหลงในเสี้ยววินาที
เปรี้ยง!
ประกายไฟสีทองสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด จ้าวเฟยหลงมิได้ขยับถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว กระบี่ในมือตวัดขึ้นรับแรงปะทะได้อย่างแม่นยำราucกับตาเห็น แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้พื้นศิลาเบื้องล่างยุบตัวลงไปหนึ่งนิ้ว แรงลมปราณสะท้อนกลับจนฝุ่นผงตลบอบอวล
"วิชาเงาพยัคฆ์กลืนสุริยา... เป็นสำนักมารโลหิตสินะ" น้ำเสียงของจ้าวเฟยหลงเยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างกลางหาว
เบื้องหน้าเขาปรากฏร่างในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกอำพรางด้วยหน้ากากอสูรโลหิต ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองมาด้วยความตกตะลึง นักฆ่าลึกลับไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มวัยเยาว์ผู้นี้จะสามารถรับกระบวนท่าลอบสังหารของตนซึ่งฝึกฝนมานับสิบปีได้ด้วยมือเดียว
"เจ้า... เจ้าเด็กเหลือขอ รู้จักวิชาของสำนักเราด้วยงั้นรึ?" เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกเสียดสีดังลอดออกมาจากหน้ากากอสูร
"รู้และกำลังจะส่งพวกเจ้าลงไปชดใช้กรรมในขุมนรก"
สิ้นคำพูด ร่างของจ้าวเฟยหลงก็หายวับไปจากจุดเดิม กลายเป็นภาพติดตาที่ทิ้งไว้เพียงสายลมปราณอันคมกริบ ความเร็วนี้เหนือล้ำกว่าขอบเขตที่นักฆ่าผู้นั้นจะจินตนาการได้ วิถีกระบี่เดียวดายถูกแผแผ่ซ่านออกไป ดุจพยัคฆ์คำรามก้องฟ้า ท่วงท่าดุดัน ทรงพลัง และเด็ดขาดอย่างไร้ความปรานี
แคว่ก!
คมกระบี่เฉียดผ่านหัวไหล่ของนักฆ่าลึกลับจนเลือดสดๆ สาดกระเซ็นย้อมผืนดินสีเทาให้กลายเป็นสีชาด นักฆ่าพยายามรวบรวมลมปราณที่เหลืออยู่เพื่อสวนกลับ ทว่าความเร็วของจ้าวเฟยหลงนั้นรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ชั่วพริบตานั้นเอง ปลายกระบี่คมกริบก็จ่ออยู่ที่หว่างคิ้วของศัตรู แรงกดดันจากคมกระบี่ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นปริแตก มีหยดเลือดไหลซึมลงมาตามสันจมูก
ความตายอยู่ห่างเพียงแค่ปลายนิ้ว
ในจังหวะนั้นเอง ไป๋หลิน นางเซียนผู้สง่างามดุจเทพธิดาน้ำแข็ง ก้าวเท้าแผ่วเบาราวกับหิมะโปรยปรายลงมาจากคานไม้เบื้องบน นางยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างจ้าวเฟยหลง เรือนร่างระหงห่อหุ้มด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันนองเลือด ใบหน้างملและเรียบเฉยราดรดด้วยความเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งพันปี ทว่านัยน์ตาคู่สวยที่ทอดมองแผ่นหลังกว้างของจ้าวเฟยหลงกลับฉายแววอ่อนโยนและความพึงพอใจอย่างลึกซึ้ง นางไม่เอวาจาใดๆ เพียงแค่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ ปราณเหมันต์บริสุทธิ์ก็แผ่ขยายออกไปตรึงร่างของนักฆ่าลึกลับไม่ให้ขยับเขยื้อน
"อย่าเพิ่งฆ่าเขา" ไป๋หลินเอ่ยเสียงเรียบ "คนผู้นี้มีกลิ่นอายของพลังปราณตระกูลหลงหลงเหลืออยู่... เขาอาจรู้เบาะแสเกี่ยวกับร่องรอยของครอบครัวเจ้า"
จ้าวเฟยหลงชะงักฝ่ามือที่กำลังจะปลิดชีพศัตรู ดวงตาคมกริบหันไปสบตากับนางเซียนผู้เย็นชา ความดุดันในแววตาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความลึกล้ำทางความรู้สึก เคมีระหว่างจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนกับนางเซียนผู้สูงศักดิ์ผสานกลมกลืนกันท่ามกลางกลิ่นอายสงคราม
นักฆ่าลึกลับภายใต้หน้ากากหัวเราะออกมาอย่างน่าสมเพช เสียงหัวเราะแหบแห้งดังสะท้อนก้องศาลเจ้าร้าง "ฮ่าๆๆ... พวกเจ้าคิดว่าจะได้ความจริงจากข้าอย่างนั้นหรือ? สายไปแล้ว... คนของตระกูลจ้าวต่างหากที่ต้องตายให้หมดสิ้น!"
พรวด!
เลือดสีดำสนิททะลักออกจากมุมปากของนักฆ่าลึกลับ ดวงตาเบิกโพลงค้างก่อนที่ร่างทั้งร่างจะล้มฟุบลงไปกองกับพื้น ลมหายใจดับสิ้นโดยไม่ต้องรอให้จ้าวเฟยหลงลงมือ พิษสลายวิญญาณถูกกระตุ้นขึ้นจากภายในอย่างแยบยล
เบาะแสเดียวที่เหลืออยู่... ถูกทำลายลงต่อหน้าต่อตา!
ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินความหวัง เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยและทรงพลังก็ดังขึ้นจากด้านนอกศาลร้าง พร้อมกับเงาร่างของชายชราในชุดคลุมขาดวิ่นผู้หนึ่งก้าวเข้ามา ปลายเท้าเหยียบบนพื้นดินอย่างไร้สุ้มเสียง แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับทำให้หัวใจของจ้าวเฟยหลงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
"เฟยหลง... หลานรัก เจ้าตามหาความจริงไปทำไม ในเมื่อความจริงที่แท้จริง... กำลังไล่ล่าชีวิตของเจ้าอยู่ต่างหาก"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ
กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 5
เงาพยัคฆ์ในความมืด
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!