กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 6

สายเลือดที่เดือดพล่าน

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โลหิตในกายของจ้าวเฟยหลงเวลานี้ มิใช่ของเหลวหล่อเลี้ยงชีวิตอีกต่อไป หากแต่มันคือธารลาวาอัคคีที่กำลังเดือดพล่าน แผดเผาทุกอณูเส้นชีพจรจนเกิดเสียงคำรามดุจพญาไกรมังกรผยองในหุบเขาไร้ผู้คน แรงกดดันจากวิชา "กายาเทวะบรรพกาล" ระเบิดทะลักออกจากร่างอย่างไร้ความปราณี แรงพสุธาสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจนศิลาเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นผุยผง "ขอบเขตพันธะโลหิต... ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด!" เสียงคำรามต่ำในลำคอของจ้าวเฟยหลงดังก้องสะท้อนในโสตประสาท ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่คู่นั้นฉายแสงสีทองเจิดจ้า ร่างกายท่อนบนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสมส่วนปรากฏเส้นเลือดปูดโปนเรืองแสงสีชาด ราวกับอักขระโบราณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลนับหมื่นปี ความเจ็บปวดจากการหลอมรวมพลังปราณสายที่สามแทรกซึมเข้าสู่กระดูกทุกท่อน ทว่าความเจ็บปวดนั้นกลับมิอาจสั่นคลอนความทะนงตนในวิถีกระบี่ของเขาได้แม้แต่น้อย เบื้องหน้าของเขา มารโลหิตแห่งสำนักเงาอสูรหัวเราะลั่นด้วยความเย้ยหยัน มันคือนักฆ่าผู้เชี่ยวชาญการใช้พิษโลหิตและสำเร็จวิชามายามารขั้นสูง ถึงแม้ร่างของมันจะเต็มไปด้วยบาดแผลจากการตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียวของจ้าวเฟยหลงเมื่อครู่ แต่มันก็ยังมั่นใจในพลังระดับเซียนขั้นปลายของตน "เด็กน้อย... เจ้าคิดว่าการฝืนทะลวงขอบเขตกลางศึกจะช่วยให้เจ้าพ้นจากเงื้อมมือข้าได้งั้นหรือ? ช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริง การเผาผลาญโลหิตแท้จริงมีแต่จะทำให้เจ้าตายเร็วขึ้นเท่านั้น!" มารโลหิตแผดเสียง พร้อมกับซัดฝ่ามือโลหิตทะลวงอากาศ ก่อเกิดเป็นเงาฝ่ามือสีเลือดขนาดมหึมาพุ่งเข้ากดทับร่างของจ้าวเฟยหลงราวกับภูเขาถล่ม ท่ามกลางวิกฤตอันตาย ร่างระหงของไป๋หลินพลันวับหายไปจากยอดศิลา นางเซียนผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าจ้าวเฟยหลงในชั่วพริบตา กระบี่หยกน้ำแข็งในมือของนางเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามยะเยือก อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่น "บัง1อาจ!" สุ้มเสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกจนบาดลึกถึงจิตวิญญาณเอ่ยขึ้น ไป๋หลินตวัดกระบี่วาดเป็นม่านน้ำแข็งรูปดอกบัวสวรรค์เข้าปะทะกับฝ่ามือโลหิต แรงระเบิดจากการปะทะกันของลมปราณสองขั้ว—หยินบริสุทธิ์และโลหิตมาร—แผ่ขยายเป็นวงกว้างจนต้นไม้ใบหญ้ารอบรัศมีร้อยลี้กลายเป็นจุล ทว่า การฝืนต้านทานการโจมตีระดับเซียนขั้นปลายโดยตรง ทำให้ไป๋หลินกระอักโลหิตคำโตออกมา ร่างบอบบางเซถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าที่งดงามดุจเทพเซียนไร้ที่ติกลับซีดเผือดลงถนัดตา แม้นางจะฝึกฝนวิชาเซียนเหมันต์จนถึงขั้นสูงส่ง แต่มารโลหิตตนนี้ก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่นางจะรับมือได้เพียงลำพังในยามนี้ "ไป๋หลิน..." เสียงเรียกที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยกระแสพลังอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นจากด้านหลัง นางหันไปมองและพบกับจ้าวเฟยหลง ดวงตาของชายหนุ่มในยามนี้เปลี่ยนเป็นสีทองคำบริสุทธิ์อย่างไร้แววตาของมนุษย์ พลังปราณรอบตัวเขาหมุนวนเป็นพายุหมุนสีดำทมิฬผสมโลหิต "ถอยไป" จ้าวเฟยหลงเอ่ยสั้นๆ มือหนายื่นออกไปแตะที่ไหล่บางของนางเบาๆ กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งไหล่ทะลักเข้าสู่ร่างของไป๋หลิน ช่วยระงับอาการบาดเจ็บของนางได้ในพริบตา ไป๋หลินชะงักงัน นางมองแผ่นหลังที่กว้างใหญ่และเปี่ยมด้วยความมั่น-คงนั้น หัวใจที่เคยปิดตายและเยือกเย็นดุจน้ำแข็งมาตลอดชีวิต กลับสั่นไหวอย่างรุนแรง นางรู้ดีว่าการที่จ้าวเฟยหลงกระทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร เขาเลือกที่จะแบกรับภาระทั้งหมดไว้ด้วยตัวคนเดียว... ดั่งเช่นวิถีกระบี่เดียวดายที่เขาถือปฏิบัติ "เจ้า... เจ้าบ้าไปแล้วหรือเฟยหลง?" ไป๋หลินเอ่ยเสียงสั่น นางไม่เคยเอ่ยชื่อเขาด้วยความสนิทสนมถึงเพียงนี้มาก่อนในยามปกติ ทว่าในยามความเป็นความตายนี้ ความห่วงใยได้เอาชนะความเย่อหยิ่งถือดีของนางจนหมดสิ้น จ้าวเฟยหลงไม่ตอบคำถาม นางเพียงแต่ยกกระบี่ในมือขึ้นช้าๆ น้ำหนักของกระบี่ในยามนี้ดูราวกับแบกรับน้ำหนักของฟ้าดินทั้งผาลึกซึ้ง เขาหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อซึมซับสัจธรรมแห่งวิถีกระบี่—กระบี่ไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าฟัน แต่มันมีไว้เพื่อปกป้องสิ่งที่สมควรปกป้อง และตัดขาดสิ่งที่สมควรตัดขาด! "ในเมื่อพวกมันต้องการเห็นเลือดนัก... ข้าก็จะอาบแผ่นดินนี้ด้วยโลหิตของพวกมันให้ดู!" พรึบ! ร่างของจ้าวเฟยหลงเลือนหายไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่จิตสัมผัสของมารโลหิตก็ยังไม่สามารถจับทิศทางการเคลื่อนไหวของเขาได้ ความเร็วในยามนี้เหนือล้ำกว่าขอบเขตมนุษย์ไปไกลลิบ ราวกับสายฟ้าสีทองที่แหวกผ่านความมืดมิด "วิชาอะไรกัน...!" มารโลหิตเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันสัมผัสได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาประชิดคอหอย ฉับพลัน ประกายกระบี่สีทองประกายโลหิตเส้นหนึ่งพาดผ่านความว่างเปล่า มันรวดเร็ว เงียบเชียบ และเด็ดขาด ราวกับเงาพญายมที่ลากผ่านหน้าผาก มารโลหิตพยายามยกอาวุธขึ้นป้องกัน ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว พลังปราณที่ระเบิดออกมาจากขอบเขตใหม่ของจ้าวเฟยหลงได้ตัดผ่านเกราะป้องกันระดับเซียนของมันราวกับตัดเต้าหู้ แคว้ง! เสียงเนื้อและกระดูกถูกตัดขาดดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของมารโลหิตแข็งค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนที่ร่างนั้นจะถูกพลังกระบี่มหาศาลฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นละอองเลือดสลายหายไปกับสายลมอย่างไร้ร่องรอย ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ชั่วขณะนั้น ราวกับเวลาหยุดเดิน ไป๋หลินยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งงะ นางไม่คาดคิดว่าจ้าวเฟยหลงจะสามารถก้าวกระโดดขอบเขตพลังได้อย่างน่าเหลือเชื่อภายในระยะเวลาสั้นเพียงนี้ พลังปราณที่เขากำลังปลดปล่อยออกมาในยามนี้... มันได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ปุถุชนไปสู่แดนสวรรค์ขั้นต้นแล้ว จ้าวเฟยหลงยืนหยัดนิ่งอยู่กลางอากาศ ลมหายใจของเขาเริ่มกลับมาสม่ำเสมอ ทว่าไอสังหารรอบตัวยังคงคุกรุ่น ทันใดนั้นเอง ท้องนภายามค่ำคืนที่เคยเงียบสงบพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เมฆฝนสีดำทมิฬก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีทองที่ผ่าลงมายังจุดที่เขายืนอยู่ นั่นคือ... ทัณฑ์สวรรค์ของผู้ที่ฝืนลิขิตฟ้าทะลวงขอบเขตต้องห้าม! ไป๋หลินหน้าถอดสี นางอุทานออกมาด้วยความตกใจ "ไม่นะ... เฟยหลง! ทัณฑ์สวรรค์เก้าสายฟ้าโลหิต! หากเจ้ารับมันในสภาพที่พลังปราณยังไม่เสถียร ร่างกายของเจ้าจะต้องแหลกสลายเป็นจุลแน่!" จ้าวเฟยหลงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า สายตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความท้าทายและความเย่อหยิ่งที่แผ่ออกมา เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ในวินาทีที่สายฟ้าสายแรกกำลังพุ่งผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์ ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันฉีกขาดออกเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องกังวานจากห้วงมิติอันไกลโพ้น—เสียงที่ทำให้ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตของจ้าวเฟยหลงตื่นขึ้นอีกครั้ง... *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ*
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%