กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 7

รอยร้าวในหุบเขา

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"ทรยศต่อสำนัก... เจ้ากล้าดียังไงถึงพูดคำนี้ออกมา!" เสียงตวาดก้องสะท้อนกังวานไปทั่วตำหนักเมฆาพยัคฆ์ แรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านจนกระเบื้องปูพื้นหินหยกสีขาวบริสุทธิ์ถึงกับปริร้าวเป็นทางยาว ไป๋หลินยืนสง่างามอยู่เบื้องกลาง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามกระแสลมปราณที่ระเบิดออก ใบหน้ารูปไข่ที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีบัดนี้กลับอาบไล้ด้วยหยาดเหงื่อบางเบาและความโกรธเกรี้ยวที่ยากจะระงับ ดวงตาดั่งหงส์จ้องมองผู้อาวุโสซ่ง บุคคลที่นางเคยให้ความเคารพดั่งญาติสนิท แต่ในยามนี้กลับถือครองกระบี่อาบยาพิษยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ภายในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักนางเซียนเมฆาพยัคฆ์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความบริสุทธิ์และกฎระเบียบอันเคร่งครัด บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและความโลภอันน่ารังเกียจ "ฮ่าๆๆ... ท่านเจ้าสำนักไป๋ คำว่าทรยศอันใดกัน? ในยุทธภพนี้ ผู้แข็งแกร่งคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์ สำนักนางเซียนของพวกเราปิดกั้นโลกภายนอกมานานเกินไปแล้ว ทรัพยากรและคัมภีร์วิชาโบราณควรถูกนำมาแบ่งปันเพื่อความยิ่งใหญ่ หาใช่ถูกเก็บซ่อนไว้ให้คนรุ่นหลังที่ไร้ความสามารถใช้ประโยชน์ไม่!" ผู้อาวุโสซ่งหัวร่อเสียงดังลั่น แววตาของมันฉายแววอำมหิต มือขวากุมด้ามกระบี่สั่นระริกด้วยพลังปราณมารสีดำทมิฬที่แผ่ขยายออกมาจากห้วงทะเลลมปราณของมัน ภาพเหตุการณ์ความขัดแย้งเบื้องหน้าทำให้ไป๋หลินรู้สึกราวกับหัวใจถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็ก ก่อนหน้านี้ไม่นาน นางเพิ่งผ่านศึกหนักจากการปะทะกับกองกำลังลึกลับนอกสำนัก และเกือบเอาชีวิตไม่รอดหากปราศจากการช่วยเหลืออันเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานีของจ้าวเฟยหลง จอมยุทธ์หนุ่มผู้ถือวิถีกระบี่เดียวดาย ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเป็นความตายทำให้หัวใจที่ด้านชาของนางเริ่มสั่นคลอน ทว่าในยามที่นางคาดหวังว่าจะได้กลับมาพักผ่อนและฟื้นฟูสำนัก กลับกลายเป็นว่าไฟสงครามที่แท้จริงไม่ได้มาจากศัตรูภายนอก หากแต่เติบโตและเน่าเฟะมาจากรากเหง้าภายในของสำนักเอง "ผู้อาวุโสซ่ง... เจ้าแอบฝึกเคล็ดวิชามารโลหิตโลกันตร์ตั้งแต่เมื่อใด? กฎของสำนักไม่อนุญาตให้..." ศิษย์หญิงคนสนิทด้านข้างเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่ายังไม่ทันกล่าวจบ ร่างของนางก็ทะลทะลุผ่านด้วยกระบี่เงาโลหิตที่พุ่งออกมาจากความมืดมิดด้านหลังอย่างกะทันหัน *ฉึก!* โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมพื้นหินหยกขาวให้กลายเป็นสีชาด ร่างของศิษย์หญิงล้มลงสิ้นใจตายคาที่โดยไม่มีโอกาสได้เปล่งเสียงกรีดร้อง "ศิษย์น้อง!" ไป๋หลินเบิกตากว้าง ความโกรธแค้นพุ่งทะยานถึงขีดสุด ปราณกระบี่เหมันต์ร้อยลี้ระเบิดออกจากร่างทันที อุณหภูมิภายในตำหนักลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคมนับหมื่นเล่มลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ทว่าในจังหวะนั้นเอง ผู้อาวุโสซ่งหาได้สะทกสะท้านไม่ มันกลับยกย่องมุมปากขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับตบมือเป็นจังหวะ *แปะ แปะ แปะ...* "ยอดเยี่ยม สมกับที่เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของสำนักนางเซียน... แต่น่าเสียดายนัก ที่วันนี้พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของฐานพลังในการทะลวงขอบเขตของข้า!" สิ้นเสียงของผู้อาวุโสซ่ง เงาร่างนับร้อยก็พุ่งทะยานออกมาจากคานหลังคาและมุมมืดรอบตำหนัก ทุกคนล้วนสวมชุดดำสนิทและปลดปล่อยกลิ่นอายลมปราณระดับสูง ภายในเวลาไม่ถึงพริบตา ศิษย์สายตรงและผู้อาวุโสฝ่ายสนับสนุนไป๋หลินก็ถูกล้อมกรอบเอาไว้จนมุม สถานการณ์พลิกผันในชั่วพริบตา สำนักนางเซียนที่ตั้งตระหง่านมานับพันปี บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการล่มสลายจากหนอนบ่อนไส้ที่ชักศึกเข้าบ้าน ไป๋หลินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกดข่มความตื่นตระหนกและรักษาสภาวะจิตใจให้สงบนิ่งดุจผิวน้ำในบึงลึก นางรู้ดีว่าหากนางตื่นตระหนก สำนักแห่งนี้จะจบสิ้นลงอย่างแท้จริง มือเรียวดั่งหยกขาวเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ประจำกาย 'กระบี่เหมันต์สวรรค์' ตัวกระบี่ส่งเสียงร้องคำรามเบาๆ ตอบรับเจตนารมณ์อันเด็ดเดี่ยวของเจ้าของ "หากพวกเจ้าปรารถนาความพินาศนัก ข้า... ไป๋หลิน ในฐานะเจ้าสำนัก จะขอใช้กระบี่ในมือชำระล้างคนทรยศให้สิ้นซากในวันนี้!" น้ำเสียงของนางเย็นชาจนบาดลึกถึงกระดูกดำ ทว่าในห้วงลึกของจิตใจ กลับมีความกังวลสายหนึ่งพาดผ่าน—*จ้าวเฟยหลง... ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด?* ทว่า ในขณะที่ศึกนองเลือดภายในตำหนักกำลังจะปะทุขึ้นถึงขีดสุด พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว ท้องน้ายามราตรีที่ควรจะมืดมิด กลับถูกฉีกกระชากด้วยสายฟ้าสีครามขนาดมหึมาที่ฟาดผ่าลงมาตรงใจกลางลานพิธีของสำนัก *เปรี้ยงงงง!* แรงระเบิดมหาศาลกวาดล้างสิ่งก่อสร้างรอบข้างจนราบเป็นหน้ากลอง ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ทุกคนต่างหยุดชะงักและหันไปมองยังจุดเกิดเหตุเป็นตาเดียว ท่ามกลางม่านหมอกฝุ่นและประกายสายฟ้าที่ยังคงคุกรุ่น เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ ร่างกายกำยำสมส่วนสวมชุดคลุมสีดำสนิทสะบัดพลิ้วตามแรงลมปราณที่กดดันฟ้าดิน ด้ามกระบี่หนักอึ้งพาดอยู่บนบกว้าง และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่นั้นคมปลาบดุจพญาอินทรีที่จ้องมองเหยื่อ จ้าวเฟยหลงปรากฏกายขึ้นแล้ว! เขากวาดสายตามองสภาพความเสียหายภายในสำนักนางเซียน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของไป๋หลินที่มีบาดแผลจางๆ บริเวณหัวไหล่ มุมปากของจอมยุทธ์หนุ่มยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน รังสีอำมหิตพุ่งทะยานออกจากร่างจนแม้แต่ผู้อาวุโสซ่งยังต้องถอยหลังไปสามก้าวด้วยความหวาดผวา "ดูท่า... ข้าจะมาทันเวลาสนุกพอดีสินะ" จ้าวเฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนสั่นสะเทือนแก้วหูของทุกคน กระบี่ในฝักส่งเสียงสั่นระรัวราวกับกระหายเลือด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%