คมโลหะเสียดสีกับฝักกระบี่ดัง ‘กริ๊ก’ แผ่วเบา แต่กลับดังก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ที่ซ่อนตัวอยู่เงาไม้
ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาไผ่เขียวขจี อากาศรอบกายพลันเย็นเยียบลงฉับพลันราวกับถูกแช่แข็งด้วยไอสังหาร ไร้ซึ่งเสียงสายลม ไร้ซึ่งเสียงแมลงปีกแข็ง มีเพียงจิตสังหารที่แหลมคมดุจเข็มเงินนับหมื่นเล่มพุ่งตรงเข้ากดทับแผ่นหลังของสตรีชุดขาวผู้สูงส่ง
ไป๋หลินขมวดคิ้วมุ่น
นางเซียนผู้เยือกเย็นดุจน้ำแข็งแห่งหุบเขาสวรรค์ เพิ่งตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีนี้เองว่า กับดักค่ายกลลวงตาขั้นสูงที่ถูกกางไว้รอบกาย หาใช่ใช้เพื่อกักขังนางไม่ แต่มันคือ ‘กรงขังมรณะ’ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตัดขาดนางออกจากกระแสลมปราณฟ้าดิน
ซูม!
เงาดำสายหนึ่งพุ่งแหวกความมืดเข้าประชิดด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ปลายกระบี่อาบยาพิษสีม่วงเข้มสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายวาบ พุ่งตรงเข้าสู่จุดตายบริเวณหว่างคิ้วของนางอย่างไร้ความปรานี ระยะห่างเพียงแค่สามชุ่น (ประมาณสามนิ้ว) เท่านั้น!
ในยามวิกฤตเช่นนี้ จิตของนางนิ่งสงบดุจน้ำในบึงลึก นางเตรียมพร้อมโคจรพลังปราณน้ำแข็งเพื่อรับมือ แม้จะรู้ว่าอาจต้องบาดเจ็บสาหัสก็ตามที
แต่ทว่า... เร็วกว่าที่พลังปราณของนางจะถูกขับออกมา!
เงาร่างหนึ่งก็ทะยานผ่านหน้าผากนางไปราวกับสายฟ้าแลบ แผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความทะนงตนและพายุหมุนแห่งวิถีกระบี่เข้าขวางกั้นระหว่างนางกับคมกระบี่มรณะไว้อย่างพอเหมาะพอเจาะ
เปรี้ยง!
ประกายไฟสีทองสาดกระเซ็นยามเมื่อเหล็กกระทบเหล็ก จ้าวเฟยหลงไม่แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝักจนสุด เขากลับใช้ฝักกระบี่ไม้สลักลายมังกรกระแทกเข้าใส่ใจกลางคมกระบี่ของมือลอบสังหารอย่างแม่นยำและดุดัน แรงกระแทกอันมหาศาลสะท้อนกลับไปจนมือสังหารผู้นั้นต้องกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ลมหายใจติดขัดจนต้องกระร่วงเป็นเลือดดำ
"ฝีมือแค่นี้... กล้าดียังไงมาเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตที่ข้าดูแล?"
น้ำเสียงของจ้าวเฟยหลงเย็นชาและทรงอำนาจยิ่ง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ในความมืด เขาไม่ได้หันกลับไปมองสตรีด้านหลัง แม้รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยและหอมละมุนของนางเซียนผู้เยือกเย็นที่กำลังยืนนิ่งอึ้งอยู่เบื้องหลัง
ไป๋หลินจ้องมองแผ่นหลังนั้นด้วยแววตาที่ไหววูบเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายมาตลอดนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วิถีเซียน กลับเต้นรำอย่างผิดจังหวะท่ามกลางความหนาวเหน็บ นางผู้ไม่เคยพึ่งพาใครและไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด บัดนี้กลับรู้สึกถึงความอบอุ่นสายหนึ่งที่แผ่ซ่านเข้ามาในทรวงอกอย่างห้ามไม่อยู่
"ระวังตัวด้วย... พวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว" ไป๋หลินเอ่ยเตือน เสียงของนางแม้จะยังคงความเรียบเฉยตามวิสัย แต่กลับแฝงความห่วงใยที่นางเองก็แทบไม่เคยเอ่ยปากพูดกับใครมาก่อนในชีวิต
จ้าวเฟยหลงแสยะยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและกระหายการต่อสู้
"คนเดียวหรือสิบทิศ... สำหรับกระบี่ในมือข้า ล้วนมีค่าไม่ต่างจากเศษผงธุลี"
ฟุ่บบ! ฟุ่บบ! ฟุ่บบ!
สิ้นคำพูดของจ้าวเฟยหลง เงาร่างนับสิบสายก็ปรากฏขึ้นรายล้อมรอบตัวพวกเขา ทั้งหมดสวมชุดดำสนิท ใบหน้าถูกปกกั้นด้วยหน้ากากอสูรโลหิต ไอพลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบด้านบิดเบี้ยว พวกมันคือมือสังหารระดับท็อปจากสำนักเงาโลหิตที่ถูกส่งมาเพื่อปลิดชีพไป๋หลินโดยเฉพาะ
"จ้าวเฟยหลง เจ้าอย่าได้รนหาที่ตาย! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ถอยไปเสีย มิฉะนั้นแม้แต่ศพของเจ้าก็จะไม่เหลือให้ฝัง" ผู้นำเงาดำเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม แววตาส่อประกายสังหารรุนแรง
จ้าวเฟยหลงแค่นเสียง ‘หึ’ ออกมาในลำคออย่างดูแคลน เขากระชับฝักกระบี่ในมือมั่น
"คำพูดนี้... ข้าสมควรเป็นฝ่ายมอบให้พวกเจ้ามากกว่า"
ร่างของจ้าวเฟยหลงหายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี ความเร็วของเขาทะลุขีดจำกัดของสายตาคนธรรมดาไปไกลลิบ
ฉั๊วะ!
เสียงเนื้อหนังถูกเฉือนขาดดังขึ้นตามมาด้วยโลหิตสีแดงฉานที่สาดกระเซ็นย้อมผืนหญ้าสีเขียวขจีให้กลายเป็นสีชาด มือสังหารคนแรกยังไม่ทันได้ยกกระบี่ขึ้นป้องกัน ลำคอของมันก็ปรากฏรอยแดงบางๆ ก่อนที่ศีรษะจะหลุดกระเด็นออกจากบ่าอย่างไร้เรี่ยวแรง
"วิชากระบี่เร็วปานสายฟ้า..." ไป๋หลินพึมพำกับตัวเอง ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางเคยได้ยินชื่อเสียงของจอมยุทธ์หนุ่มผู้นี้มาบ้าง แต่การได้เห็นกับตาตัวเองในยามเป็นตายเช่นนี้ กลับทำให้ความรู้สึกชื่นชมและหวั่นไหวภายในใจทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่า
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและรวดเร็ว จ้าวเฟยหลงเปรียบเสมือนเทพแห่งความตายที่ท่องไปท่ามกลางหมู่มาร ทุกย่างก้าวที่เขาเคลื่อนไหว ล้วนมีชีวิตของมือสังหารดับสูญ ทุกกระบวนท่าที่เขาใช้ออก ล้วนเรียบง่ายแต่ทรงพลังถึงขีดสุด ไม่มีกระบวนท่าที่สูญเปล่า ไม่มีแม้แต่ช่องโหว่ให้คู่ต่อสู้ได้หายใจ
ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนนั้น สายตาของจ้าวเฟยหลงกลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ปลายหุบเขา...
ไอพลังปราณสีดำทมิฬสายหนึ่งที่แปลกประหลาด กำลังพุ่งตรงเข้ามาจากมุมอับสายตา มันไม่ใช่พลังของสำนักเงาโลหิต แต่มันคือพลังมืดโบราณที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... พลังของคนที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมครอบครัวของเขาเมื่อสิบปีก่อน!
หัวใจของจ้าวเฟยหลงกระตุกวูบ ความแค้นที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจพลถูกแผดเผาจนเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
เปรี้ยง!
จ้าวเฟยหลงระเบิดพลังปราณขั้นทะลวงนภาออกมารวดเดียว ร่างของเขาพุ่งทะยานเข้าประชิดผู้นำมือสังหารที่เหลืออยู่คนสุดท้าย กระบี่ในฝักถูกชักออกเพียงครึ่งนิ้ว แสงกระบี่สีครามเจิดจ้าบาดตาพุ่งทะลวงร่างของศัตรูจนแหลกสลายไปในพริบตา
ทว่า ในวินาทีที่เขากวาดล้างศัตรูจนหมดสิ้น และกำลังจะหันไปหาไป๋หลินเพื่อเอ่ยปากบางอย่าง...
แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง ราวกับภูเขาไฟกำลังจะระเบิดออก อักขระเวทสีเลือดนับพันสายผุดขึ้นจากพื้นดินล้อมรอบตัวไป๋หลินและจ้าวเฟยหลงไว้ในวงล้อมเดียวกัน
และเหนือท้องฟ้าขึ้นไป เมฆดำทะมุนก่อตัวหมุนวนเป็นรูปตาข่ายยักษ์ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานที่ดังสะท้อนมาจากความว่างเปล่า
"ฮ่าๆๆๆ... จ้าวเฟยหลง เจ้าคิดว่าเจ้าปกป้องนางได้จริงหรือ? ของขวัญชิ้นใหญ่ที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ
กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 8
คำเตือนจากกระบี่
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!