“สัจธรรมแห่งวิถีกระบี่... มิใช่การฆ่าฟันอย่างไร้ความหมาย แต่เป็นการตระหนักรู้ถึงความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายต่างหากเล่า!”
เสียงคำรามทุบทำลายความเงียบงันภายในห้องโถงลับแห่งหุบเขากระบี่สวรรค์ดังสนั่นหวั่นไหว เศษกระเบื้องเคลือบราคาแพงแตกละเอียดเป็นผุยผงภายใต้แรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ จ้าวเฟยหลงยืนหยัดอย่างมั่นคง ร่างกายสูงสง่าแผ่ไอสังหารสีครามเข้มข้นออกมาจนบรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยว ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่จ้องมองไปยังบุคคลตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
“ศิษย์พี่รอง... ท่านทำเช่นนี้ ทำไมกัน?”
เสียงของจ้าวเฟยหลงไม่ได้สั่นเครือ แต่มันเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกที่บาดลึกถึงกระดูกดำ เบื้องหน้าของเขาคือ ‘มู่หรงเฉิน’ ศิษย์พี่ผู้ร่วมเป็นร่วมตาย ฝ่าฟันอุปสรรคในยุทธภพมาด้วยกันนับแรมปี บัดนี้กลับกำลังถือกระบี่อาบยาพิษสวรรค์ ยืนขวางเส้นทางออกของห้องโถงลับแห่งนี้ด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ไร้ซึ่งไมตรีจิต
มู่หรงเฉินหัวเราะในลำคอ แววตาที่เคยแสดงความจริงใจมาตลอด บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความโลภและความอิจฉาริษยาที่สุมอก “ทำไมหรือ? เจ้าเฟยหลง... เจ้ายังถามคำถามโง่ๆ เช่นนี้อีกหรือ! ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ใด ชื่อเสียง เกียรติยศ และความสนใจล้วนตกเป็นของเจ้าคนเดียว! เคล็ดวิชากระบี่เก้าสวรรค์ที่ท่านอาจารย์มอบให้สมควรเป็นของข้า! แต่วิถีกระบี่ของเจ้ากลับทับถมข้าไว้ใต้เงามาโดยตลอด!”
ภายในมุมมืดของห้องโถง ไป๋หลิน นางเซียนผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งแห่งตำหนักเมฆา 1 ใน 9 ยอดเขา ยืนนิ่งสนิท ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยว นางพยายามจะก้าวเท้าเข้าไปช่วยเหลือชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจ แต่กระแสลมปราณพิษที่แผ่ออกมาจากรอบตัวของมู่หรงเฉินกลับกดทับสกัดจุดชีพจรของนางไว้จนขยับเขยื้อนได้ยาก เนื่องจากนางเพิ่งผ่านศึกหนักในการทะลวงขอบเขตพลังและกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้น
“เจ้า... วางแผนเรื่องนี้มาตั้งแต่หุบเขาอัสนีบาตแล้วสินะ” จ้าวเฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่แฝงไว้ด้วยคลื่นพายุที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล
“ฉลาดมาก!” มู่หรงเฉินแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม สะบัดข้อมือเบาๆ ปรากฏคัมภีร์หนังมนุษย์โบราณที่ขโมยมาจากห้องเก็บสมุดลับปรากฏขึ้นในมือ “สารภาพตามตรงเถอะเฟยหลง การยืมมือพรรคมารโลหิตกำจัดเจ้าในหุบเขาอัสนีบาตคราวนั้นน่าเสียดายยิ่งนักที่เจ้ายังเอาชีวิตรอดกลับมาได้ แต่ในเมื่อสวรรค์ไม่ยอมฆ่าเจ้า... วันนี้ ข้าผู้นี้จะเป็นผู้ส่งเจ้าลงสู่ขุมนรกด้วยมือของข้าเอง!”
สิ้นเสียงคำราม มู่หรงเฉินก็ระเบิดพลังปราณสายสีดำสนิทออกมาจนเพดานหินสั่นสะเทือน เคล็ดวิชา ‘กระบี่กลืนวิญญาณ’ ถูกแผดเผาจนถึงขีดสุด คมกระบี่พุ่งเข้าใส่จ้าวเฟยหลงด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มันคือกระบวนท่าที่มุ่งหมายปลิดชีพในดาบเดียวโดยไม่มีการออมมือแม้แต่น้อย
ทว่า... จ้าวเฟยหลงกลับไม่แม้แต่จะขยับถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว!
ดวงตาของจอมยุทธ์หนุ่มผู้ทะนงตนเปล่งประกายแสงสีครามเจิดจ้า ร่างกายหลอมรวมเข้ากับวิถีกระบี่อย่างไร้รอยต่อ เสียงกระบี่ในฝักสั่นสะเทือนคำรามก้องราวกับพญามังกรที่ถูกปลุกให้ตื่นจากนิทราอันยาวนาน
“ในเมื่อเจ้าเลือกเดินบนเส้นทางแห่งการทรยศ... วันนี้ ข้าจะใช้กระบี่ในมือนี้ ตัดขาดความสัมพันธ์ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่มีต่อกันให้สิ้นซาก!”
ฉับพลัน! ประกายกระบี่สีครามสว่างวาบดุจดาราตกจากฟากฟ้า ความเร็วของมันเหนือล้ำกว่าสามัญสำนึกของผู้ฝึกตนในระดับเดียวกัน นี่คือกระบวนท่า ‘กระบี่เดียวดายสยบปฐพี’ ที่หลอมรวมมาจากประสบการณ์ความเป็นความตายในยุทธภพ
*ฉับ!*
เสียงเนื้อและโลหิตถูกตัดผ่านดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มู่หรงเฉินเบิกตากว้าง ค้างเติ่งอยู่ในท่าพุ่งกระบี่ กระบี่ในมือของเขาหักสะบั้นเป็นสองท่อน ร่างกายของเขานิ่งค้างไปชั่วลมหายใจ ก่อนที่โลหิตสีดำจะพวยพุ่งออกมาจากหน้าอกอย่างหยุดไม่อยู่
“เป็น... เป็นไปได้อย่างไร... วิชากระบี่ของเจ้า... ทะลวงขอบเขตนั้นไปแล้วหรือ...” มู่หรงเฉินพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อความตายที่คืบคลานเข้ามา ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มฟุบลงจมกองเลือดอย่างไร้ลมหายใจ
ความตายของศิษย์พี่ผู้ทรยศไม่ได้ทำให้จ้าวเฟยหลงรู้สึกยินดีแม้แต่น้อย ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องโถง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของไป๋หลินที่พยายามฝืนฝ่าแรงกดดันของพิษสวรรค์ลุกขึ้นยืน นางก้าวเข้ามาหาชายหนุ่ม แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชาและห่างเหินกับผู้คน บัดนี้เต็มไปด้วยความห่วงใยลึกซึ้ง นางเอื้อมมือเรียวบางแตะลงบนแขนของเขาเบาๆ
“เฟยหลง... เจ้าบาดเจ็บหรือไม่?” น้ำเสียงของนางอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด มีเพียงต่อหน้าเขาเท่านั้นที่นางยอมถอดหน้ากากความเยือกเย็นทิ้งทั้งหมด
จ้าวเฟยหลงหันกลับมาสบตากับนาง แววตาที่ดุดันเมื่อครู่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขากำลังจะเอաբาททักทายตอบกลับนาง ทว่า... ทันใดนั้นเอง อากาศรอบกายก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง มิติเบื้องหน้าแตกออกเป็นรอยร้าวสีม่วงเข้ม พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาอำนาจที่ทำให้ลมหายใจของคนทั้งสองต้องสะดุด
รอยแยกมิติเปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีทองอร่าม ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากเงินปกปิดรอยแผลเป็น ปราณวิญญาณที่แผ่ออกมาจากร่างของเขารุนแรงเสียจนทำให้พื้นดินรอบหุบเขาสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว
“ฮ่าๆๆ... ทำได้ไม่เลวเลยนี่ เจ้าหนูตระกูลจ้าว... ไม่เสียแรงที่ข้าปล่อยให้พวกมันกัดกันเองเพื่อรอเวลานี้” เสียงหัวเราะก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาดดังขึ้นจากชายชราลึกลับผู้นั้น
จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณนักฆ่าร้องเตือนภัยระดับสูงสุด เขารีบดึงตัวไป๋หลินมาหลบไว้ด้านหลัง พร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝักอีกครั้งด้วยมือที่มั่นคง
“เจ้าเป็นใคร... และรู้เรื่องตระกูลจ้าวของข้าได้อย่างไร!”
ชายชราลึกลับแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม โยนป้ายหยกประจำตัวของบิดามารดาจ้าวเฟยหลงลงบนพื้นตรงหน้า “อยากรู้หรือ... งั้นก็เอาชีวิตของเจ้ามาแลกกับความจริงที่ว่า ใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการล้างบางตระกูลของเจ้าเมื่อสิบปีก่อนก็แล้วกัน!”
มังกรครามท่องภพขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันคมกระบี่และโลหิตนี้ไปกับผมในตอนที่ 26 นี้ และหวังว่าท่านจะพร้อมสำหรับความพลิกผันในตอนถัดไปนะครับ
กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 26
การทรยศครั้งใหญ่
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!