กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วหุบผาสุสานกระบี่ไม่ได้ทำให้หัวใจของจ้าวเฟยหลงเต้นระรัวแม้แต่น้อย สำนึกกระบี่ในร่างของเขาเวลานี้ดุจดั่งพายุหมุนที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้แหลกเป็นจุล ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองกลุ่มผู้อาวุโสแห่งนิกายโลหิตทมิฬที่รายล้อมอยู่เบื้องหน้า พวกมันคือสุนัขรับใช้ที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและพรากทุกอย่างไปจากตระกูลจ้าวเมื่อสิบปีก่อน
"จ้าวเฟยหลง! เจ้าเด็กเหลือขอ คิดว่าบรรลุวิถีกระบี่ขั้นตงเทียนแล้วจะกำ่ายุทธภพได้หรือไง? วันนี้พวกข้าจะลอกหนังหัวเจ้ามาทำเป็นคัมภีร์!"
เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้อาวุโสใหญ่นิกายโลหิตทมิฬดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับที่ปราณโลหิตสีแดงฉานพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นรูปเงาอสูรกายร้อยหัวที่แผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัว แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ซ่านกดทับจนพื้นศิลาเบื้องล่างแตกร้าวเป็นทางยาว
ทว่า จ้าวเฟยหลงกลับยืนตระหง่านราวกับยอดเขาที่ไม่เคยหวั่นไหวต่อพายุร้าย มุมปากของชายหนุ่มยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเย็นชาถึงขั้วหัวใจ
"สิบปี... ข้าเฝ้ารอวันนี้มาตลอดสิบปี เพื่อใช้เลือดของพวกเจ้ามาล้างมลทินให้ดวงวิญญาณของคนในตระกูล"
สุ้มเสียงของจ้าวเฟยหลงราบเรียบ ทว่ากลับทรงพลังราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจคนฟัง ในมือขวาของเขา กระบี่เหล็กนิลกาฬส่งเสียงร้องครางฮืออย่างกระหายเลือด ตัวกระบี่สั่นสะเทือนด้วยความตื่นเต้นเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันไร้ขีดจำกัดของผู้เป็นนาย
*ฉัวะ!*
ร่างของจ้าวเฟยหลงเลือนหายไปจากจุดเดิมในพริบตา ราวกับสายฟ้าสีดำที่แหวกผ่านความมืดมิด ความเร็วนี้เหนือล้ำกว่าขอบเขตที่สายตาของยอดฝีมือทั่วไปจะติดตามทัน ผู้อาวุโสใหญ่นิกายโลหิตทมิฬเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันรีบตวัดกระบี่โลหิตเข้าป้องกันสัญชาตญาณ แต่ทว่า... มันช้าเกินไป
ประกายกระบี่สีครามเข้มทอประกายวับวามตัดผ่านความว่างเปล่า คมกระบี่ไม่ได้เพียงแค่ปะทะ แต่มัน "กลืนกิน" และ "ทำลายล้าง" ปราณโลหิตทั้งหมดในรัศมีร้อย丈ให้สลายกลายเป็น1ธุลีในดาบเดียว!
"อาร์ك..."
เสียงอุทานด้วยความตกใจกลัวดังขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ลำคอของผู้อาวุโสใหญ่จะปรากฏเส้นเลือดแดงบางๆ และในวินาทีต่อมา ศีรษะของมันก็หลุดลอยกระเด็นขึ้นสู่ท้องฟ้า เลือดสีแดงฉานพุ่งทะลักออกมาจากลำคอที่ขาดวิ่นราวกับน้ำพุ สาดกระเซ็นย้อมผืนแผ่นดินให้กลายเป็นสีชาด ความโหดเหี้ยมและเด็ดขาดนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงชั่วลมหายใจเดียว ทำให้เหล่าสาวกนิกายโลหิตทมิฬที่เหลือถึงกับหน้าถอดสี ขาแข้งอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
ไม่มีความลังเล ไม่มีแม้แต่ความปรานี จ้าวเฟยหลงในยามนี้คือยมทูตผู้ถือครองสิทธิ์แห่งความเป็นความตายอย่างแท้จริง
ในขณะเดียวกัน ที่ยอดผาอีกด้านหนึ่ง ไป๋หลิน นางเซียนผู้สูงส่งแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ยืนนิ่งสงบ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงลม ทว่าสายตาดุจน้ำแข็งที่ปกติเคยว่างเปล่าและเย็นชา กลับทอประกายความห่วงใยและความลุ่มหลงไว้อย่างปิดไม่มิด นางมองแผ่นหลังที่องอาจและเปื้อนไปด้วยหยดเลือดของชายหนุ่ม หัวใจที่เคยปิดตายมาตลอดหลายร้อยปีกลับเต้นระรัวราวกับกลองศึก
*‘เฟยหลง... เจ้าช่างดื้อรั้นและอาจหาญถึงเพียงนี้’* ไป๋หลินรำพันในใจ มือเรียวบางกำกระบี่หิมะโปร่งแสงในมือแน่น นางเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนไหวทันทีหากมีผู้ใดกล้าลอบโจมตีเขาจากด้านหลัง แม้นางจะรู้ดีว่าความแข็งแกร่งของจ้าวเฟยหลงในยามนี้แทบไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ใดแล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกที่อยากปกป้องและเคียงข้างเขากลับฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของนางเสียแล้ว
"ใครหน้าไหน... ที่ยังอยากลิ้มรสน้ำมือกกระบี่ของข้า เชิญก้าวออกมา!"
จ้าวเฟยหลงคำรามก้องฟ้า ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกจากร่างแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขา แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้ยอดฝีมือระดับสูงของนิกายโลหิตทมิฬที่เหลืออยู่อีกสี่คนถึงกับถอยก้นคะมำ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด พวกมันตระหนักได้ทันทีว่า ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่คนที่จะสามารถต่อกรได้ด้วยจำนวนคนอีกต่อไป แต่อาณาจักรแห่งความตายกำลังรอต้อนรับพวกมันอยู่
ทว่า ก่อนที่จ้าวเฟยหลงจะทันได้ตวัดกระบี่ปลิดชีพศัตรูที่เหลือ พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีดำทมิฬหนาทึบที่หมุนวนเป็นรูปอักษรโบราณประหลาด สายฟ้าสีทองคำม่วงผ่าฟาดลงมากลางวงล้อมราวกับบทลงโทษจากทัณฑ์สวรรค์!
ไม่เพียงแค่นั้น เงาร่างลึกลับร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดเสาศิลาโบราณอย่างเงียบเชียบ ราวกับว่ามันยืนอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่ต้นแล้ว ผู้นั้นสวมหน้ากากทองคำลายพญานาค และสิ่งที่ทำให้หัวใจของจ้าวเฟยหลงต้องกระตุกวูบก็คือ กลิ่นอายปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของบุคคลปริศนานี้... มันช่างคุ้นเคยอย่างประหลาด คล้ายคลึงกับบันทึกโบราณของตระกูลจ้าวที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย!
"จ้าวเฟยหลง เจ้าคิดว่าเจ้าล้างแค้นสำเร็จแล้วอย่างนั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี..." เสียงหัวเราะแหบพร่าและเยือกเย็นดังลอดออกมาจากหน้ากากทองคำ "ความจริงที่แท้จริงเกี่ยวกับการล่มสลายของตระกูลเจ้า... เจ้ายังไม่รู้อะไรเลยแม้แต่น้อย!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟัน คมกระบี่และโลหิตนี้ไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ
กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 19
เลือดที่ต้องชดใช้
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!