โลหิตหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่เหล็กนิล กระทบลงบนพื้นศิลาสีชาดจนเกิดเสียงกังวานดุจเสียงถอนหายใจของวิญญาณผู้ล่วงลับ
ภายในถ้ำผนึกมารอันเงียบงัน ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเสียดแทงกระดูก ทว่าความหนาวเหน็บของขอบเขตฟ้าดินยังมิอาจเทียบเท่าความร้าวรานที่สะท้อนอยู่ภายในแววตาคู่คมของไป๋หลิน นางเซียนผู้สูงส่งดุจหิมะพันปี บัดนี้ร่างระหงสั่นเทาเล็กน้อยยามเมื่อความทรงจำอันมืดมนถูกกระชากขึ้นมาเผชิญหน้ากับแสงสว่างอีกครั้ง
จ้าวเฟยหลงยืนนิ่งงัน ทรวงอกยังคงสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการไหลเวียนของลมปราณเก้าสวรรค์ กระบี่ในมือมิได้ถูกเก็บเข้าฝัก เพราะยุทธภพไม่เคยปรานีผู้ใดแม้แต่ในยามที่หัวใจกำลังอ่อนล้าที่สุด ทว่าสายตาที่เขาทอดมองไปยังสตรีตรงหน้ากลับปราศจากความเยชาชาเย็นชาดังเช่นเคย มีเพียงความลึกซึ้งหนักแน่นดั่งขุนเขาที่พร้อมจะแบกรับความเจ็บปวดแทน
"เจ้ายังจำมันได้หรือไม่... เฟยหลง"
เสียงของไป๋หลินแหบพร่าและสั่นเครือ ราวกับแก้วผลึกบริสุทธิ์ที่กำลังถูกรอยร้าวคืบคลานเข้ากัดกิน นางหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นผ่านพวงแก้มที่ซีดเซียว เป็นหยดน้ำตาแรกในรอบร้อยปีของยอดเซียนผู้ไร้พ่าย
"อดีตอันใดที่ทำให้เซียนผู้ยิ่งใหญ่เช่นท่านต้องขังตัวเองไว้ในคุกแห่งความทรงจำ ข้า... พร้อมรับฟังทุกถ้อยคำ" จ้าวเฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคง เขาก้าวเข้าไปใกล้พัศดีแห่งเหมันต์อีกครึ่งก้าว โดยเว้นระยะห่างที่แสดงออกถึงความเคารพและให้เกียรติอย่างยิ่งยวด
"ในอดิน... ข้ามิใช่เซียน แต่เป็นเพียงเด็กหญิงผู้โง่เขลาคนหนึ่ง" ไป๋หลินลืมตาขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาที่แดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังและรaอแผลเป็นทางจิตวิญญาณ "สำนักกระบี่เมฆา... สำนักที่หล่อหลอมข้าขึ้นมา ให้วิชา ให้เกียรติยศ และพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากข้าในคืนเดียว"
บรรยากาศรอบกายพลันหนักอึ้งขึ้นทันที ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น จ้าวเฟยหลงไม่เอ่ยแทรก เขาเพียงแต่เงี่ยหูฟังและใช้สติปัญญาอันเฉียบคมวิเคราะห์ทุกอณูถ้อยคำ
"วันนั้น... ฝนโลหิตโปรยปรายลงมาจากยอดเขาเก้าสวรรค์ อาจารย์ที่ข้าเคารพรักดุจปิตุภูมิ เป็นผู้นำคนของสำนักเข้าสังหารล้างบางตระกูลของข้าด้วยมือของตนเอง เพียงเพราะต้องการครอบครอง 'คัมภีร์บรรพกาล' ที่บรรพบุรุษของข้าหลบซ่อนไว้" เสียงของนางเริ่มแหลมสูงขึ้นด้วยความเจ็บปวดที่ฝังรากลึก "ข้าจำต้องใช้กระบี่เล่มแรกในชีวิต... แทงทะลวงหัวใจของอาจารย์ผู้ให้กำเนิดวิชาแก่ข้า เพื่อแลกกับการมีชีวิตรอด... เจ้าเข้าใจความรู้สึกของการต้องใช้มือข้างเดียวกันนี้สังหารผู้มีพระคุณหรือไม่ เฟยหลง?"
คำถามนั้นมิได้ต้องการคำตอบ แต่มันคือเสียงกรีดร้องจากก้นบึ้งของหัวใจที่แตกสลาย
จ้าวเฟยหลงขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน แววตาของเขาทอประกายคมปลาบดุจคมกระบี่ โลหิตในกายพลุ่งพล่านด้วยความเห็นอกเห็นใจและเดือดดาลแทน นางเซียนผู้นี้ต้องแบกรับตราบาปและความโดดเดี่ยวอันหนาวเหน็บเช่นนี้มาเนิ่นนานเพียงใด ไฉนฟ้าดินจึงโหดร้ายต่อนางถึงเพียงนี้
"ข้าเข้าใจ..." จ้าวเฟยหลงเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน "เพราะข้าเองก็เคยยืนอยู่บนจุดที่ต้องเลือกระหว่างคุณธรรมกับความแค้นมาแล้วเช่นกัน"
ไป๋หลินสะดุ้งเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ผู้นี้ ในแววตาของจ้าวเฟยหลง ไม่มีแม้แต่ความสมเพชเวทนา มีเพียงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งราวกับเขากลืนกินความเจ็บปวดทั้งหมดของโลกใบนี้เข้าไปแทนที่
"เจ้า... หมายความว่าอย่างไร?" ไป๋หลินถามเสียงแผ่ว
"วิถีกระบี่ที่แท้จริง มิใช่การถือครองกระบี่เพื่อฆ่าฟันอย่างไร้เหตุผล แต่คือการมีเจตจำนงที่แน่วแน่พอจะตัดสะบั้นอดีตอันเน่าเฟะ เพื่อปกป้องปัจจุบันเอาไว้" จ้าวเฟยหลงก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างไร้การป้องกันยามเมื่อความใกล้ชิดหลอมรวมหัวใจทั้งสองดวงเข้าด้วยกัน มือหนาเอื้อมออกไปกุมมืออันเย็นเฉียบของนางไว้ ปราณอุ่นร้อนสายหนึ่งแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือถ่ายเทเข้าสู่ร่างของนาง "อาจารย์ที่ทรยศท่าน สมควรตายด้วยกระบี่ของท่านแล้ว ไฉนท่านจึงต้องลงทัณฑ์ตัวเองด้วยการขังหัวใจไว้ในน้ำแข็งแห่งความผิดบาปเล่า?"
คำพูดนั้นดุจค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของไป๋หลิน กำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตนเองมานานนับร้อยปีพังทลายลงในพริบตา นางโผนเข้าซบลงกับทรวงอกกว้างของจ้าวเฟยหลงอย่างไร้การป้องกัน หยดน้ำตารินไหลซึมผ่านเนื้อผ้าซับเข้าสู่หัวใจของบุรุษหนุ่ม ปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาเนิ่นนานให้ออกมาจนหมดสิ้น
จ้าวเฟยหลงโอบกอดร่างบางไว้แน่น มืออีกข้างลูบผมยาวสลวยของนางอย่างอ่อนโยน เป็นสัมผัสที่เปี่ยมไปด้วยความปกป้องและทะนุถนอมอย่างที่สุด ซึ่งผู้ใดในยุทธภพก็ไม่เคยได้รับจากจอมยุทธ์ผู้เย็นชาผู้นี้
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขมักสั้นเสมอ
*เปรี้ยงงงง!*
เสียงอสนีบาตฟาดผ่าลงมาเหนือยอดเขาถ้ำผนึกมารอย่างกะทันหัน แรงสั่นสะเทือนทำให้ผนังถ้ำร่วงหล่นลงมาเป็นฝุ่นผง ปราณสังหารอันแורล้นพ้นและน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพุ่งทะยานกดทับเข้ามาจากภายนอก บดขยี้บรรยากาศทั้งหมดให้แหลกสลายในพริบตา
จ้าวเฟยหลงผลักไป๋หลินไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักกระบี่เหล็กนิลออกจากฝักประกายแสงสีครามสว่างวาบเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิด
"ใครกัน!" ไป๋หลินแววตาเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกอีกครั้ง นางสะบัดมือเรียกกระบี่เซียนเหมันต์กลับมาอยู่ในมือ บรรยากาศรอบกายกลับคืนสู่ความดุดันราวกับพายุหิมะ
ที่ปากทางเข้าถ้ำ ปรากฏร่างของบุรุษในชุดคลุมสีทองปักลายพยัคฆ์สวรรค์ ใบหน้าของมันประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน กลิ่นอายพลังบำเพ็ญเพียรขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายออกมาราวกับคลื่นยักษ์
"ฮ่าๆๆๆ ไป๋หลิน ศิษย์น้องทรยศ... ข้าตามหาเจ้าทั่วหล้า ในที่สุดก็พบรังหนูแห่งนี้เสียที" บุรุษชุดทองหัวเราะลั่น กวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาดดูแคลน "ดูท่าเจ้าคงจะลืมไปแล้วกระมัง ว่ากุญแจดอกที่สองของคัมภีร์บรรพกาล... อยู่ที่มือของข้า!"
ดวงตาของไป๋หลินเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันคมกระบี่และโลหิตนี้ไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ
กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 20
รอยแผลเป็นในใจเซียน
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!