โลหิตหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่สีนิลกระทบพื้นศิลา เกิดเสียง "ติ๋ง" กังวานดั่งระฆังแห่งความตาย
จ้าวเฟยหลงยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าแทงกระบี่ ลมปราณในกายสะท้อนย้อนกลับจนเส้นชีพจรแทบระเบิด ความดุดันและทะนงตนก่อนหน้านี้ถูกความจริงอันโหดร้ายของยุทธภพตบหน้าเข้าฉาดใหญ่ วิชาดาบกระบี่ที่เขาภาคภูมิใจ รวดเร็วและเด็ดขาดปานสายฟ้าแลบ กลับพ่ายแพ้ต่อความว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย เบื้องหน้าเขาคือเงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนสง่านิ่งดุจเทพเซียนไร้ใจ ไป๋หลินไม่ได้แม้แต่จะชักอาวุธ นางเพียงใช้นิ้วเรียวยาวดุจหยกคิมหันต์คีบคมกระบี่ของเขาไว้ได้อย่างง่ายดาย ราวกับเสือดาวตะครุบเหยื่ออย่างไร้เดียงสา
"กระบี่ของเจ้า... มีแต่ความแค้นและการฆ่าฟัน แต่มันไร้ซึ่งวิญญาณ"
สุ้มเสียงเยียบเย็นราวกับสายลมจากหุบเขาน้ำแข็งเอ่ยขึ้น แววตาคู่คมกริบของไป๋หลินทอดมองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน นางคือยอดฝีมือผู้สูงส่ง ไร้ซึ่งความรู้สึกทางโลก แต่เหตุไฉนหัวใจที่ด้านชาดุจน้ำแข็งดวงนี้ ถึงเริ่มสั่นไหวทุกครั้งยามที่อยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้ดื้อรั้นคนนี้
จ้าวเฟยหลงกัดฟันกรอด เม็ดเหงื่อกาฬไหลรินตามกรอบหน้าคมคาย ปราณกระบี่ในตันantian (จุดตันเทียน) ปั่นป่วนจนควบคุมไม่ได้ เขากลืนเลือดที่ตีขึ้นมาลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมปลาวาฬจ้องมองนางเซียนผู้เลอโฉมแต่เย็นชาผู้นี้อย่างไม่ยอมแพ้
"หากกระบี่ของข้าไร้วิญญาณ... แล้วเหตุใดข้าจึงต้องก้าวเดินบนเส้นทางนี้? ตระกูลจ้าวถูกล้างบาง มารดาและน้องสาวของข้าต้องตายอย่างอนาถ ท่านจะให้ข้าใช้กระบี่บรรเลงบทเพลงแห่งความเมตตาปรานีต่อพวกมันกระนั้นหรือ!" น้ำเสียงของจ้าวเฟยหลงคำรามลอดไรฟัน เต็มไปด้วยความคับแค้นที่สุมอกมานานนับปี ความเจ็บปวดจากการสูญเสียหล่อหลอมให้เขากลายเป็นอสูรร้ายในคราบมนุษย์ผู้ใช้วิถีกระบี่
ไป๋หลินถอนหายใจแผ่วเบา เป็นครั้งแรกที่สตรีผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาที่สุดในดินแดนหล, หลอมรวมแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมา นางปล่อยนิ้วที่คีบกระบี่ออก ก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ แรงกดดันมหาศาลที่กดทับจ้าวเฟยหลงอยู่พลันมลายหายไปสิ้น
"ความแค้นเป็นเพียงเชื้อเพลิงที่เผาผลาญตัวเจ้าเอง จ้าวเฟยหลง" ไป๋หลินหมุนตัวหันหลังให้ ชายอาภรณ์สีขาวพลิ้วไหวตามสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านยอดเขา "เจ้าคิดว่าการถือครองกระบี่ที่คมกริบที่สุด จะทำให้เจ้าล้างแค้นได้สำเร็จอย่างนั้นหรือ? ผิดมหันต์... หากใจเจ้ายังคงยึดติดกับความแค้น เจ้าก็จะไม่มีวันก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองได้ ดาบและกระบี่จะไร้ค่า หากผู้ถือครองมันเป็นเพียงทาสของอารมณ์"
จ้าวเฟยหลงนิ่งงัง คำพูดของนางราวกับสายฟ้าฟาดผ่ากลางใจวิญญาณ เขาขบกรามแน่น สมองทบทวนวิถีกระบี่ที่ผ่านมาทั้งหมด ตั้งแต่ก้าวแรกที่จับกระบี่ เขามุ่งมั่นแต่จะสังหาร จะล้างผลาญ จะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า จนลืมเลือนแกแท้จริงแห่งวิถีกระบี่ไปเสียสนิท
"เช่นนั้น... ข้าควรทำเช่นไร" เขายอมเอ่ยปากถาม น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือความลังเลและสับสนอย่างเห็นได้ชัด
ไป๋หลินหันกลับมามองเขาอีกครั้ง แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับมีความอ่อนโยนฉายชัดขึ้นมาวับหนึ่ง นางก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มช้าๆ กลิ่นอายหอมเย็นบริสุทธิ์ราวดอกเหมยในเหมันตฤดูโชยเข้าจมูกของจ้าวเฟยหลง นางยื่นมือไปแตะที่ด้ามกระบี่ในมือของเขา สัมผัสอันอบอุ่นจากปลายนิ้วของนางส่งผ่านเข้ามาทางโลหะเย็นเฉียบ ทำให้หัวใจที่ร้อนรุ่มของจ้าวเฟยหลงสงบลงได้อย่างน่าประหลาด
"หลับตาลง..." ไป๋หลินกระซิบแผ่วเบาข้างหูเขา "ลืมความแค้น ลืมความเจ็บปวด ลืมแม้กระทั่งตัวตนของเจ้า... แล้วใช้หัวใจสัมผัสลมหายใจของกระบี่"
จ้าวเฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาหลับตาลงตามคำชี้นำ ปล่อยให้สติสัมปชัญญะดำดิ่งลงสู่ห้วงลึกแห่งจิตวิญญาณ ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัว และเสียงกระซิบของสายลมที่พัดผ่านยอดไผ่
ในตอนนั้นเอง... เขารับรู้ได้ถึงบางสิ่ง
กระบี่ในมือไม่ใช่แค่ท่อนเหล็กกล้าที่ถูกตีขึ้นมา แต่มันคือส่วนหนึ่งของร่างกาย คือแขนขา เป็นวิญญาณที่ถูกหล่อหลอมด้วยเจตจำนงค์ เมื่อก่อนเขาบังคับกระบี่ด้วยกำลังและจิตสังหาร แต่ตอนนี้... เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า การจะบรรลุถึงขั้นสูงสุดแห่งวิถีกระบี่ เขาต้องผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมัน กระบี่ขยับตามใจ ใจขยับตามวิญญาณ ฟ้าดินและสรรพสิ่งล้วนไร้ขอบเขต
พลังปราณรอบกายของจ้าวเฟยหลงเริ่มแปรเปลี่ยน สีหน้าของไป๋หลินเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นทันที รัศมีสีครามเข้มระเบิดออกมาจากร่างของชายหนุ่ม ก่อตัวเป็นพายุหมุนขนาดเล็กพัดกระหน่ำเศษใบไม้และก้อนหินรอบบริเวณให้ปลิวว่อน ท้องน้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งพลันปรากฏกลุ่มเมฆดำทะมึนก่อตัวหมุนวนอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมายังยอดเขาที่พวกเขายืนอยู่ราวกับสวรรค์กำลังพิโรธ!
"นี่มัน... ทัณฑ์สวรรค์ก้าวข้ามขอบเขต!" ไป๋หลินอุทานออกมาด้วยความตกใจ นางไม่คาดคิดเลยว่าเพียงแค่การชี้แนะชั่วครู่ จะทำให้จ้าวเฟยหลงเกิดการตรัสรู้และทะลวงผ่านคอคอดขอบเขตพลังที่ติดขัดมานานได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ ความสามารถในการเรียนรู้และความมุ่งมั่นของบุรุษผู้นี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
จ้าวเฟยหลงลืมตารosขึ้น นัยน์ตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีทองเจิดจ้า รัศมีกระบี่แผ่ซ่านออกมารอบตัวจนแทบจะฉีกกระชากมิติให้ขาดออกจากกัน ความเจ็บปวดจากการทะลวงลมปราณแผดเผาไปทั่วร่าง แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัว รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก
เขายกกระบี่ขึ้นชี้ฟ้า ท้าทายสายฟ้าฟาดเบื้องบนด้วยความทะนงตนที่ไร้ผู้ใดเทียบเทียม
ทว่า ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าและพายุลมปราณที่กำลังคลุ้มคลั่งนั้นเอง...
จู่ๆ เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง ก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติความว่างเปล่าเบื้องหลังไป๋หลินอย่างเงียบเชียบ ปลายกระบี่อาบยาพิษสีม่วงเข้มจ่อตรงเข้าที่จุดตายกลางแผ่นหลังของนางเซียนสาวโดยที่นางยังไม่ทันรู้ตัว!
"ระวัง!" จ้าวเฟยหลงตะโกนลั่นด้วยความตกใจขีดสุด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพอันดุเดือดนี้ไปกับผม มังกรครามท่องภพ ณ ที่นี้นะครับ
กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 17
วิถีกระบี่วิญญาณ
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายสยบเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!