กลิ่นอายความอับชื้นของห้องใต้ดินผสมผสานกับกลิ่นฉุนกึกของน้ำยาฟอร์มาลินจนแสบจมูก รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ สัมผัสเย็นเฉียบของถุงมือยางส่งผ่านความรู้สึกตึงเครียดเข้าสู่ปลายนิ้ว ทุกตารางนิ้วในพื้นที่เกิดเหตุจำลองแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่หลักฐานทางคดีธรรมดาอีกต่อไปแล้ว
ทว่ามันคือ "กรงข้าม" ขนาดมหึมา ที่ถูกคำนวณ พล็อตเรื่อง และวางโครงสร้างไว้อย่างประณีตโดยนักล่าที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องเงา
รินทร์ก้มลงมองคราบเลือดปริศนาบนพื้นกระเบื้องเคลือบด้วยแว่นขยายกำลังสمطพิเศษ เลนส์สิบเท่าเผยให้เห็นรายละเอียดระดับจุลภาค เส้นใยผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มขนาดเล็กจิ๋วติดอยู่กับลิ่มเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท ชี้ชัดว่าฆาตกรไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ด้วยความสะשלแต่อย่างใด แต่มันคือ "การจงใจ" วางพิกัดนำทาง เพื่อต้อนเหยื่อให้เดินเข้าสู่มุมอับที่เตรียมไว้
"อย่าขยับไปมากกว่านี้เลยครับ คุณนักนิติวิทยาศาสตร์"
เสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวานดังขึ้นจากความมืดบริเวณทางเข้าห้องทดลอง น้ำเสียงนั้นเรียบเฉย ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้ขนหัวลุกชัน รินทร์ชะงักมือที่กำลังจะใช้แหนบหยิบเส้นใยผ้า เขาดึงสติกลับมาแล้วค่อยๆ หันข้ามไหล่กลับไปมองผู้มาเยือนอย่างระแวดระวัง
ร่างสูงโปรดของ "ศิลา" ก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามาในรัศมีแสงไฟฮาโลเจน เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำยับยู่ยี่และรอยคล้ำใต้ดวงตาบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้นอนมาทั้งคืน ศิลาไม่ได้พกพาอุปกรณ์เก็บหลักฐานใดๆ ติดตัว มีเพียงสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวที่กำลังกวาดมองประเมินสภาพแวดล้อมรอบห้องด้วยความเร็วแสง ทักษะการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์หรือ Profiling ระดับมืออาชีพฉายชัดผ่านรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดา
"คุณเข้ามาในเขตพื้นที่ควบคุมของกรมตำรวจได้อย่างไร ศิลา?" รินทร์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความระแวง เขารู้ดีว่าอดีตเจ้าหน้าที่พิเศษผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะปรากฏตัวขึ้นในสถานที่เกิดเหตุโดยไม่มีเหตุผล
ศิลาไม่ตอบคำถามในทันที เขาเดินลัดเลาะผ่านแนวเชือกกั้นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขึงไว้ ฝایเท้าย่ำลงบนพื้นอย่างเงียบเชียบราวกับเสือดาว ก่อนจะหยุดยืนอยู่เบื้องหลังรินทร์ในระยะประชิด ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้รินทร์สัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวอีกฝ่าย
"คุณกำลังมองหาความจริงเชิงประจักษ์... แต่ลืมมองไปว่า คนที่วางกรงนี้ไม่ได้ต้องการให้คุณเจอความจริง" ศิลาโน้มตัวลงกระซิบกระซาบข้างใบหู น้ำเสียงจริงจังจนน่าใจหาย มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือของรินทร์ที่ถือแหนบอยู่ ออกแรงกดเบาๆ แต่เด็ดขาดเพื่อบังคับให้ลดระดับลง "ถ้าคุณหยิบเส้นใยผ้าเส้นนั้นขึ้นมาเมื่อไหร่ สัญญาณเตือนภัยที่เชื่อมต่อกับระบบเซิร์ฟเวอร์ภายนอกจะทำงานทันที และพวกมันจะรู้ทันทีว่าเหยื่อตระหนักรู้ตัวแล้ว"
รินทร์เบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตกใจ เขาหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับศิลา ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ แววตาของศิลาไม่มีความล้อเล่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้ความเย็นชา และเงาสะท้อนของอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
"คุณหมายความว่ายังไง? หรือว่าหลักฐานทั้งหมดนี่..."
"ถูกต้องครับ" ศิลาตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบคม สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังมองทะลุกำแพง "นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมชิงทรัพย์ หรือแม้แต่การแก้แค้นส่วนตัว แต่เป็น 'สนามทดลอง' ที่พวกมันใช้ประเมินขีดความสามารถของคุณ ระบบทุกอย่างถูกเซ็ตอัพไว้เพื่อให้คุณใช้ทักษะนิติวิทยาศาสตร์ไขปริศนาทีละเปลาะ... จนกระทั่งถึงจุดที่คุณไม่สามารถหวนกลับไปได้อีก"
บรรยากาศภายในห้องใต้ดินเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ศิลาเพิ่งโยนใส่ สมองอันชาญฉลาดเริ่มทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงจุดต่างๆ เข้าด้วยกัน หากสิ่งที่ศิลาพูดเป็นความจริง นั่นหมายความว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขากำลังเต้นตามจังหวะที่องค์กรลึกลับนั้นเป็นผู้กำหนดขึ้นมาโดยตลอด!
"แล้วทำไมคุณถึงรู้เรื่องนี้?" รินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสนิมเหล็กของอีกฝ่าย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัยระคนเคลือบแคลง "คุณเป็นใครกันแน่ ศิลา? เป็นมิตร... หรือเป็นหนึ่งในพวกมันที่ถูกส่งมาคุมเกมกันแน่?"
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนาน เขายกมือขึ้นแตะไหล่ของรินทร์เบาๆ สัมผัสที่หนักแน่นนั้นส่งผ่านกระแสความมั่นคงบางอย่างมาให้ ท่ามกลางความตึงเครียดที่กดทับ
"ถ้าผมเป็นพวกมัน คุณคงไม่มีโอกาสได้ยืนถามคำถามนี้ในตอนนี้หรอกครับ... รินทร์" ศิลาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาคมกริบไปยังประตูทางเข้าห้องใต้ดินที่ปิดสนิท "ระวังหลังให้ดีครับ... เพราะดูเหมือนว่า 'แขกไม่速เชิญ' ตัวจริง จะไม่ได้มาแค่คนเดียวเสียแล้ว"
สิ้นเสียงกระซิบนั้น ไฟนีออนบนเพดานห้องใต้ดินก็กะพริบไหวรุนแรงสองครั้งก่อนจะดับวูบลงสนิท ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสรรพสิ่งในเสี้ยววินาที พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่กำลังเร่งรีบมุ่งตรงเข้ามาทางบันไดเบื้องล่างอย่างคุกคาม
ในความมืดที่ไร้ทางหนี รินทร์สัมผัสได้ถึงแรงลมจากการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วด้านหลัง ขณะที่ระบบแจ้งเตือนปริศนาภายในห้วงความคิดของเขาก็กะพริบแสงสีแดงฉานขึ้นมาพร้อมเสียงสัญญาณเตือนระดับวิกฤตที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาท—
[ ตรวจพบภัยคุกคามระดับ SSS: หน่วยล่าสังหารเงาปรากฏตัว ]
[ เงื่อนไขการเอาชีวิตรอด: เปิดใช้งานโหมดวิเคราะห์เชิงพฤติกรรมขั้นสูงร่วมกับศิลาทันที ]
[ คำเตือน: ความลับใต้เลนส์สิบเท่ากำลังจะถูกเปิดเผย พร้อมกับการแลกมาด้วยลมหายใจ... ]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาระทึกขวัญไปด้วยกันเสมอนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์กับความลับใต้เลนส์สิบเท่า•ตอนที่ 2
การปรากฏตัวของคนแปลกหน้า
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์กับความลับใต้เลนส์สิบเท่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
