"ถ้าคุณยังมองมันด้วยอคติทางจิตวิทยาแบบนั้น ต่อให้ใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนกำลังขยายหนึ่งล้านเท่า เราก็ไม่มีทางเจอคำตอบหรอกครับคุณศิลา"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือความราบเรียบของรินทร์ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ใต้ดินระดับสาม แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนลงบนพื้นผิวสแตนเลสเงาวับ กลิ่นจางๆ ของน้ำยาฟอร์มาลีนและสารเคมีทำความสะอาดลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่ถูกควบคุมอุณหภูมิไว้คงที่ บนโต๊ะปฏิบัติการตรงหน้าพวกเขามี "ชิ้นส่วนตัวอย่าง" สีขาวขุ่นขนาดเท่ากำปั้น ซึ่งถูกบรรจุไว้ในโหลแก้วสุญญากาศ มันดูคล้ายเนื้อเยื่อชีวภาพทั่วไป แต่หากสังเกตด้วยตาเปล่าจะเห็นเส้นใยสีดำประหลาดแทรกตัวอยู่ภายในราวกับมีชีวิต
ศิลา ซึ่งยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ ปรายตามองชิ้นเนื้อนั้นด้วยแววตาคมกริบ รอยยิ้มมุมปากของเขาไม่ได้สื่อถึงความขบขันแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันเต็มไปด้วยความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของอดีตเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญการอ่านพฤติกรรมมนุษย์
"นายกำลังหลงทางในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อีกแล้วนะรินทร์ นิติวิทยาศาสตร์สอนให้เธอมองหาหลักฐานเชิงประจักษ์ก็จริง แต่บางครั้ง หลักฐานที่ ‘สะอาดเกินไป’ ต่างหากคือสิ่งที่น่าสงสัยที่สุด" ศิลาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะ ชemสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "ชิ้นส่วนนี้ไม่ได้ถูกส่งมาตามขั้นตอนปกติของกรมตำรวจ และนายก็รู้ดีว่า ใครเป็นคนทิ้งมันไว้ที่หน้าประตูห้องพักของฉันเมื่อคืนนี้"
รินทร์ชะงักมือที่กำลังสวมถุงมือยาง ไหวพริบอันเฉียบคมทำให้เขาประมวลผลคำพูดนั้นทันที ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องกรองอากาศ HEPA ในห้องกลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยิน ปมในอดีตเกี่ยวกับการสูญเสียครอบครัวจากคดีที่เจ้าหน้าที่เคยละเลยหลักฐานบางอย่างผุดขึ้นมาในใจ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาจมดิ่งกับอดีต รินทร์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมาสู่ปัจจุบัน
"ถ้าเช่นนั้น เรามาพิสูจน์กันด้วยตรรกะและวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การคาดเดาครับ"
รินทร์หันไปหยิบปิเปตแก้วบรรจุสารละลายรีเอเจนต์สูตรเฉพาะขึ้นมา หยดของเหลวใสลงบนชิ้นส่วนตัวอย่างผ่านช่องสุญญากาศของโหลแก้ว ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ เส้นใยสีดำภายในชิ้นเนื้อเริ่มบิดตัวและเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม พร้อมกับปล่อยฟองอากาศขนาดจิ๋วออกมา
"ปฏิกิริยาแบบนี้..." รินทร์ขมวดคิ้วแน่น ดวงตาหลังกรอบแว่นกวาดมองตัวเลขบนหน้าจอมอนิเตอร์ที่เชื่อมต่อกับสเปกโตรมิเตอร์ "ไม่ใช่สารอินทรีย์ตามธรรมชาติ แต่มันคือโพลิเมอร์สังเคราะห์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ใช้ในทางการทหาร... มันถูกออกแบบมาเพื่อเลียนแบบเนื้อเยื่อมนุษย์ แต่โครงสร้างระดับโมเลกุลกลับถูกทำลายด้วยรังสีแกมมา"
ศิลาโน้มตัวลงมามองหน้าจอใกล้ขึ้น รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความจริงจัง "รังสีแกมมา... แสดงว่ามันไม่ได้มาจากห้องแล็บใต้ดินทั่วไป แต่มันมาจากเตาปฏิกรณ์หรือโรงงานอุตสาหกรรมเฉพาะกิจที่ถูกควบคุมโดยหน่วยงานลับ"
"ถูกต้องครับ และนั่นหมายความว่า..."
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนระบบดิจิทัลในห้องแล็บดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอหลักของระบบความปลอดภัยที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกจู่ๆ ก็สว่างวาบขึ้นมาเอง โดยปราศจากการป้อนคำสั่งจากพวกเขา เส้นกราฟสีแดงฉานพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับวิกฤตที่ปรากฏขึ้นกลางจอภาพ
[ ตรวจพบสัญญาณชีวภาพแปลกปลอม: ภารกิจลับระดับ SSS ถูกกระตุ้น ]
[ ผู้บุกรุกเข้าสู่เขตหวงห้ามชั้นที่ 4: กำลังมุ่งหน้าสู่ห้องปฏิบัติการหลัก ]
รินทร์และศิลาหันขวับไปมองหน้าจอและประตูทางเข้าพร้อมกัน ในเสี้ยววินาทีนั้น ไฟนีออนสีขาวทั่วทั้งห้องก็ดับวูบลง เหลือเพียงแสงสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ จากระบบฉุกเฉิน ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าประชิด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างปริศนาที่ทาบทับลงบนกระจกฝ้าหน้าประตูห้องแล็บ—เงาร่างที่คุ้นเคยอย่างน่ากลัว และอาจเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงศิลาเข้ากับผู้ต้องสงสัยในคดีนี้โดยตรง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาระทึกขวัญไปด้วยกันเสมอนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์กับความลับใต้เลนส์สิบเท่า•ตอนที่ 3
ทฤษฎีในห้องแล็บ
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์กับความลับใต้เลนส์สิบเท่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
