"รอยแผลแบบนี้... ต่อให้คนตาบอดเดินสะดุดล้มหัวฟาดขอบโต๊ะ ก็ไม่มีทางสร้างมุมฉีกขาดของเนื้อเยื่อระดับสี่สิบหองศาได้หรอกครับสารวัตร"
สำเนียงราบเรียบแต่เฉียบคมของรินทร์ดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นฉุนของน้ำยาฟอร์มาลีนและคราบเลือดแห้งกรังบนพื้นกระเบื้องยางสีหม่น
สายตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองร่างไร้วิญญาณของนักธุรกิจหนุ่มผู้มีชื่อเสียง ซึ่งนอนขดตัวอยู่ใต้โต๊ะทำงานหรูหราในห้องกระจกทึบแสง รอบข้างเต็มไปด้วยเศษแก้วกระจัดกระจายและแฟ้มเอกสารที่ถูกปัดป่ายราวกับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ทว่ารายงานเบื้องต้นของพนักงานสอบสวนกลับประทับตราคดีนี้ด้วยคำว่า 'อุบัติเหตุจากการเมาสุราและลื่นล้ม' อย่างรวดเร็วจนน่าเคลือบแคลง
รินทร์ย่อตัวลงต่ำ ใช้แว่นขยายกำลังส่องสว่างสูงส่องลงบนคราบเลือดที่เริ่มตกตะกอน เขายังคงรักษาความนิ่งสงบแม้เบื้องหลังของเขาคือเสียงถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายของนายตำรวจท้องถิ่นที่อยากปิดคดีให้เร็วที่สุด
"คุณรินทร์ครับ เลิกเพ่งหาเรื่องใส่ตัวสักทีเถอะ ทางกองพิสูจน์หลักฐานชุดก่อนเขาก็สรุปผลกันมาหมดแล้ว ผู้ตายดื่มไวน์ไปเกือบสองขวด ลื่นล้มหัวฟาดขอบโต๊ะทำงาน กระดูกกะโหลกศีรษะแตก ร่างกายไม่มีร่องรอยการต่อสู้จากบุคคลภายนอก ประตูห้องก็ล็อกกลอนจากด้านใน จะให้มันเป็นคดีฆาตกรรมไปได้ยังไงกัน" สารวัตรประจักษ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ มือหนายกขึ้นเช็ดเหงื่อบนขมับพลางเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ
รินทร์ไม่ตอบคำถามในทันที เขาดึงถุงมือยางสีขาวให้กระชับเข้ากับเรียวนิ้ว ปลายกระบอกตาขยายมองคราบเลือดที่หยดอยู่บนพรมราคาแพงอย่างพินิจพิเคราะห์ โครงสร้างโลกและเหตุผลทางนิติวิทยาศาสตร์ถูกประมวลผลในหัวอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักรกลอัจฉริยะ
"สารวัตรครับ..." รินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาหลังเลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวล "ถ้าคนเราลื่นล้มไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แรงกระแทกและทิศทางของเลือดจะต้องพุ่งไปทางด้านหน้า และรอยช้ำบนฝ่ามือต้องมีเศษเส้นใยพรมฝังอยู่จากการตะกอนคว้า แต่สิ่งที่ผมเห็นในตอนนี้... ทิศทางของคราบเลือดกระเซ็นกลับเป็นมุมย้อนกลับร้อยยี่สิบองศา แถมรอยช้ำที่ข้อมือซ้ายยังมีลักษณะเป็นแนวโค้งกดทับ ซึ่งเกิดจากการถูกพันธนาการด้วยวัตถุแคบและแข็งในขณะที่หัวใจยังสูบฉีดเลือดอยู่"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันตาเห็น แม้แต่ลูกน้องของสารวัตรยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเผชิญหน้ากับเหตุผลเชิงประจักษ์ที่รินทร์อธิบายออกมาอย่างเป็นระบบ
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานที่ควรจะล็อกกลอนจากด้านในตามคำกล่าวอ้างของตำรวจ กลับถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา
ร่างสูงโปร่งของศิลาปรากฏขึ้นที่กรอบประตู ร่างกายสวมเสื้อโค้ทสีเข้มรับกับบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนด้านนอก ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีวาดมองสภาพที่เกิดเหตุด้วยความรวดเร็ว เขาก้าวเข้ามาในห้องโดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ราวกับเงาที่เคลื่อนไหวได้ตามสัญชาตญาณของอดีตเจ้าหน้าที่พิเศษผู้เชี่ยวชาญการอ่านพฤติกรรมมนุษย์
"วิเคราะห์เก่งนี่ครับคุณรินทร์..." ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เจือด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก "แต่คุณลืมมองจุดที่สำคัญที่สุดไปอย่างหนึ่ง... ฆาตกรไม่ได้เข้ามาทางประตู และไม่ได้ออกทางหน้าต่างหรอกครับ"
รินทร์หันขวับไปสบตากับอีกฝ่าย ท่าทีของศิลามักสร้างความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจให้เขาเสมอ เนื่องจากชายหนุ่มผู้นี้มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังแววตาคู่นั้น บางที... ศิลาอาจจะไม่ใช่แค่ที่ปรึกษาธรรมดา แต่อาจเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงกับปมในอดีตที่รินทร์พยายามฝังกลบมาตลอดหลายปี
"คุณหมายความว่ายังไง ศิลา?" รินทร์ถามเสียงเข้ม ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเผชิญหน้า
"หมายความว่า..." ศิลาก้าวเข้าไปใกล้ศพอย่างไร้ความเกรงกลัว ปลายเรียวนิ้วเรียวแตะลงที่ขอบโต๊ะทำงานจุดที่ไม่มีใครสังเกตเห็น "มีร่องรอยการติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณคลื่นวิทยุความถี่ต่ำอยู่ใต้ลิ้นชัก... คดีนี้ไม่ใช่แค่การฆาตกรรมอำพรางธรรมดา แต่เป็นการทดลองเชิงพฤติกรรมขององค์กรที่คุณกำลังตามหาต่างหากล่ะครับ"
ก่อนที่รินทร์จะได้ซักถามต่อ จู่ๆ หน้าจอแท็บเล็ตนิติวิทยาศาสตร์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีการเชื่อมต่อบลูทูธ เสียงเตือนระบบดิจิทัลดัง "ติ๊ด!" แหลมสูงบาดแก้วหู พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางหน้าจออย่างกะทันหัน
[ตรวจพบเป้าหมายระดับ SSS: บัญชีผู้ใช้ 'ผู้สังเกตการณ์' ได้เข้าสู่ระบบเครือข่ายวงจรปิดภายในอาคารนี้แล้ว]
[คำเตือน: เวลาถอยหลังเพื่อความอยู่รอดของคุณเริ่มต้นขึ้นแล้ว... 10... 9...]
รินทร์เบิกตากว้างเมื่อตระหนักว่า พวกเขาไม่ได้กำลังไขคดีฆาตกรรม... แต่กำลังเดินเข้าสู่กรงข้ามที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
นิติวิทยาศาสตร์กับความลับใต้เลนส์สิบเท่า•ตอนที่ 1
จุดบอดบนรอยเลือด
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์กับความลับใต้เลนส์สิบเท่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
