รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 8

ร้านหนังสือเก่าแก่

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"นามสกุลนี้ไม่มีอยู่ในสารบบทะเบียนราษฎร์ของเมืองหลวงมานานกว่าสี่สิบปีแล้วคุณรินรดา อย่าเสียเวลาควานหาเงาในแอ่งน้ำที่แห้งขอดเลยค่ะ" น้ำเสียงแหบพร่าของชายชราเจ้าของร้านหนังสือ ‘บรรณศาลา’ ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่อบอวลด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นผงที่ลอยคว้างกลางอากาศ รินรดาชะงักมือที่กำลังแตะหน้าปกหนังสือหนังสีซีดจาง เธอหันกลับไปมองศิลาที่ยืนกอดอกพิงชั้นวางหนังสืออยู่ไม่ไกล ดวงตาของเขาดูเรียบเฉย ทว่าแววตาคู่นั้นกลับกำลังจับจ้องไปยังชายชราด้วยความระแวดระวัง "แต่ฉันเห็นชื่อนี้ในจดหมายฉบับนั้น..." รินรดาเค้นเสียงตอบ มือที่สัมผัสสันปกหนังสือสั่นไหวเล็กน้อย กระแสความรู้สึกบางอย่างแล่นปราดผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ ราวกับว่าวัตถุตรงหน้ากำลังกรีดร้องบอกเล่าเรื่องราวที่ถูกกลบฝังไว้ด้วยกาลเวลา "และที่นี่... หนังสือเล่มนี้ มันกำลังบอกฉันว่ามันรู้จักนามสกุล 'อัครวรกุล' ดีกว่าใคร" ศิลาก้าวเข้ามาใกล้พลางคว้าข้อมือของรินรดาไว้เบาๆ เพื่อหยุดยั้งสัมผัสที่ดูเหมือนจะดึงเธอให้จมดิ่งลงไปในวังวนของนิมิต "ริน คุณกำลังฝืนตัวเองเกินไปแล้ว ความทรงจำของวัตถุไม่ได้ใจดีกับคนที่พยายามจะขุดคุ้ยความลับของคนตายหรอกนะ" "คุณก็รู้ว่าทำไมฉันถึงยอมหยุดไม่ได้ ศิลา" เธอหันไปสบตาเขา แววตามุ่งมั่นที่แฝงความเปราะบางถูกฉาบไว้ด้วยความเจ็บปวดที่ยังไม่เคยจางหาย "แม่ไม่ควรตายด้วยสาเหตุที่เป็นปริศนาแบบนั้น ถ้าทางเดียวที่จะรู้ความจริงคือการรื้อฟื้นชื่อที่หายไป ฉันก็จะทำ" ชายชราเจ้าของร้านหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งราวกับใบไม้แห้งที่ถูกบดขยี้ เขาขยับแว่นสายตาหนาเตอะแล้วชี้นิ้วไปยังซอกมุมมืดมิดที่สุดของร้าน ซึ่งอัดแน่นไปด้วยพงศาวดารท้องถิ่นที่ถูกลืมเลือน "ถ้าอยากรู้นัก ก็ลองดูหน้าสุดท้ายของบันทึกเล่มนั้นดูสิ แต่เตือนไว้ก่อนนะ... ของบางอย่างที่ถูกจารึกไว้ด้วยความแค้น มักจะมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอเมื่อมีใครสักคนไปเปิดอ่านมัน" รินรดาไม่รอช้า เธอเดินตรงไปยังจุดที่ชายชราชี้นิ้ว กลิ่นอายของความเก่าแก่พุ่งเข้าปะทะราวกับมีใครเปิดประตูห้องใต้ดินที่ปิดตายมานับทศวรรษ เธอหยิบสมุดบันทึกปกหนังสีเข้มเล่มหนึ่งออกมา สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วแตะลงบนผิวปก ภาพนิมิตที่รุนแรงและฉับพลันก็ถาโถมเข้าใส่จนเธอต้องเซถอยหลัง ศิลาคว้าตัวเธอไว้ทันการณ์ ภาพที่เห็นไม่ใช่ทุ่งหญ้าหรือบ้านเมืองที่สวยงาม แต่มันคือหยดเลือดที่หยดลงบนหน้ากระดาษ รอยจารึกชื่อ 'อัครวรกุล' ที่เขียนด้วยน้ำหมึกสีชาดสดเข้มราวกับเพิ่งเขียนเสร็จเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา "ริน! เกิดอะไรขึ้น?" ศิลาถามพลางประคองร่างของเธอไว้แน่น "มัน... มันยังไม่ตาย" รินรดากระซิบ เสียงสั่นพร่าขณะก้มลงมองหน้ากระดาษที่เปิดออกโดยอัตโนมัติ ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษนั้นไม่ใช่เพียงตัวอักษร แต่มันคือรูปถ่ายใบเก่าที่ถูกสอดไว้ระหว่างหน้ากระดาษ เป็นภาพของชายหญิงคู่หนึ่งในชุดโบราณ ทว่าใบหน้าของฝ่ายหญิงกลับถูกขีดฆ่าด้วยรอยปากกาหมึกสีแดงฉานจนเละเทะ และเมื่อรินรดาเงยหน้าขึ้นมองกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของร้าน เธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเงาสะท้อนของหญิงสาวในภาพถ่ายกำลังยืนซ้อนหลังเธออยู่ พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าสยดสยอง ในวินาทีนั้นเอง เสียงประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่ไม่คาดคิด เขาเป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง และในมือของเขาถือจดหมายฉบับเดียวกับที่รินรดาเคยพบในลิ้นชักลับของแม่ "คุณตามหาความจริงมามากพอแล้วคุณรินรดา" ชายคนนั้นกล่าวพลางวางจดหมายฉบับนั้นลงบนโต๊ะไม้เก่า "แต่ดูเหมือนว่าคนในนิมิตของคุณ จะไม่อยากให้คุณได้รู้ว่า... จดหมายที่ถืออยู่นั่นน่ะ ไม่ใช่จดหมายของแม่คุณ แต่เป็นคำสั่งเสียของ 'คนฆ่า' เธอต่างหาก" ด้วยรักจาก "กำมะหยี่สีแดง" ค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%