"ถ้าเธอเลือกเขา รินรดา... สิ่งที่แม่เธอทิ้งไว้ให้ ก็จะเหลือเพียงเถ้าถ่านที่ไม่มีวันได้รับการเปิดเผย"
เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายที่เธอเคารพประดุจพ่อบังเกิดเกล้าดังก้องกังวานอยู่ในโถงกว้างของพิพิธภัณฑ์ยามวิกาล บรรยากาศรอบกายหนาวเหน็บจนเกือบจะสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากวัตถุโบราณนับร้อยชิ้น รินรดายืนตัวแข็งทื่อ มือที่กำปืนสั่นเทาอยู่ข้างกาย สายตาของเธอจับจ้องไปที่ร่างของศิลา—ชายผู้เป็นทั้งมิตร คู่คิด และคนที่เธอแอบมอบหัวใจให้ไว้โดยไม่รู้ตัว—เขานอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นหินอ่อน ความเย็นเยียบจากบาดแผลที่หน้าอกของเขาดูเหมือนจะซึมซาบเข้าไปในจิตวิญญาณของเธอด้วย
"ท่านอาจารย์คะ..." รินรดาเค้นเสียงผ่านลำคอที่ตีบตัน "ความจริงที่แลกมาด้วยชีวิตของคนที่บริสุทธิ์... มันจะมีความหมายอะไรกับหนูคะ?"
ชายสูงวัยตรงหน้าขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย แววตาของเขาไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความกระหายในพันธกิจที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต "ความรักเป็นเรื่องของคนชั่วคราว แต่ประวัติศาสตร์คือเรื่องของนิรันดร์ เธอมีสิทธิ์เลือก รินรดา จะทำภารกิจให้ลุล่วงแล้วก้าวไปสู่จุดสูงสุดในฐานะผู้พิทักษ์ หรือจะทิ้งทุกอย่างแล้วพาขยะชิ้นนี้ไปตายพร้อมกับเธอก็เลือกเอา"
รินรดาหันไปมองศิลาอีกครั้ง ใบหน้าของเขาซีดเผือด แต่ริมฝีปากที่สั่นระริกนั้นยังพยายามยกยิ้มให้เธอ เป็นยิ้มที่อ่อนโยนท่ามกลางห้วงแห่งความตาย ยิ้มที่บอกให้เธอเดินต่อไปแม้ตัวเขาจะดับสูญ ทว่าหัวใจของรินรดากลับกรีดร้องราวกับถูกของมีคมบาดลึก เธอไม่ได้ต้องการตำแหน่งผู้พิทักษ์ เธอไม่ได้ต้องการความลับที่ซ่อนอยู่ในจารึก หากต้องแลกมาด้วยลมหายใจของคนที่ปกป้องเธอมาตลอด
"หนูไม่ได้ต้องการเป็นผู้พิทักษ์... หนูแค่ต้องการให้เขารอด"
เธอก้าวเดินเข้าไปหาศิลาโดยไม่สนใจปลายกระบอกปืนที่จ่อมาทางเธอ ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนการเดินบนเศษแก้ว ความเจ็บปวดในอกนั้นงดงามและรวดร้าวในเวลาเดียวกัน เธอทรุดตัวลงข้างกายเขา สัมผัสถึงไออุ่นที่เหลืออยู่น้อยนิดบนผิวแก้มของเขา รินรดารู้ดีว่าถ้าเธอปล่อยให้เขาตายที่นี่ ความลับเรื่องแม่ของเธอจะถูกฝังกลบตลอดกาล แต่ถ้าเธอเลือกทำภารกิจต่อเพื่อเปิดเผยความจริง เธอจะกลายเป็นคนแปลกหน้าที่เย็นชาที่สุดในโลกใบนี้
ศิลาคว้าข้อมือของเธอไว้ นิ้วมือของเขาสั่นเทา "อย่า... รินรดา... ไปทำภารกิจ... ของเธอ..."
"เงียบเถอะค่ะ" เธอเอ่ยเสียงสั่น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินลงมาบนไหล่ของเขา "ฉันจะไม่ยอมให้ความแค้นของคนอื่นมาพรากคุณไปจากฉันอีกแล้ว"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนปริศนาที่ตามมาสมทบก็ดังสะท้อนก้องทั่วโถง รินรดารู้ดีว่าเวลาของเธอหมดลงแล้ว เธอต้องตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนี้ว่าจะวางมือจากภารกิจเพื่อพาศิลาหนี หรือจะหยิบสมุดบันทึกเลวร้ายเล่มนั้นขึ้นมาเพื่อทำตามเงื่อนไขที่อาจารย์วางไว้ เพื่อแลกกับความปลอดภัยของเขาในภายหลัง
รินรดาตัดสินใจก้มลงจุมพิตหน้าผากเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความอาลัยก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมีดสั้นโบราณที่ตกอยู่ข้างๆ แล้วหันไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่กำลังรุกคืบเข้ามา
ทันใดนั้นเอง แสงไฟในโถงใหญ่ก็ดับพรึบลงพร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยจากเงามืดด้านหลัง
"ถ้าเธอเลือกจะช่วยเขา รินรดา... เธอก็เตรียมตัวต้อนรับสิ่งที่ 'แม่' ของเธอทิ้งไว้ให้ในฐานะวิญญาณได้เลย"
รินรดาชะงักกึก ความมืดมิดรอบกายไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการที่เธอสัมผัสได้ถึงสัมผัสเย็นเฉียบที่แตะลงบนไหล่ของเธอ และเมื่อเธอหันไปมอง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือร่างของหญิงสาวในภาพถ่ายเก่าแก่ที่เธอตามหามาทั้งชีวิต—แม่ของเธอที่ควรจะตายไปนานแล้ว กำลังยืนยิ้มให้เธอพร้อมกับยื่นมือออกมา... เพื่อขอให้เธอตัดสินใจเลือกอีกครั้ง
กำมะหยี่สีแดงขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเจ็บปวดของรินรดานะคะ
รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 37
ความเจ็บปวดที่งดงาม
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!