รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 38

รอยแผลที่ไม่มีวันหาย

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“ถอยไป... อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!” รินรดาสะบัดไหล่จนสัมผัสเย็นเยียบนั้นหลุดลอยไปราวกับควันไฟ เธอหอบหายใจถี่รัว หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน่วงอยู่ในอก ความมืดในห้องลับใต้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้มืดสนิท แต่มันกลับเต็มไปด้วยไอความทรงจำที่บีบคั้นจนแทบขาดใจ หญิงสาวในชุดเดรสลูกไม้สีซีดที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ได้มีรอยยิ้มที่อบอุ่นอย่างที่ลูกสาวคนหนึ่งจะโหยหา แต่มันคือรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว รอยยิ้มที่ดูราวกับกำลังสมเพชชะตากรรมของเธอเอง “ริน... ลูกยังอ่อนต่อโลกเกินไป” เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากริมฝีปากที่ขยับ แต่ดังก้องอยู่ในมโนภาพของเธอ “เจ้าคิดว่าความจริงมีเพียงด้านเดียวหรือ? เจ้าคิดว่าที่เจ้าดั้นด้นตามหาข้ามาตลอดสิบปี เป็นเพราะความรักงั้นหรือ? ไม่ใช่หรอก... มันคือความเห็นแก่ตัวของคนอยากรู้ต่างหาก” ศิลาที่ก้าวตามเข้ามาในความมืดหยุดชะงัก ร่างสูงใหญ่ของเขาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นรินรดากำลังคุยกับความว่างเปล่า เขาไม่ได้ตกใจกับวิญญาณเบื้องหน้า แต่ตกใจกับสิ่งที่รินรดากำลังจะค้นพบ “รินรดา อย่าฟังนาง!” ศิลาตะโกนเสียงกร้าว เขาพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่น แรงบีบของเขาทำให้เธอยิ่งตื่นตระหนก “สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่แม่ของเธอ แต่มันคือเศษเสี้ยวของคำสาปที่ฝังอยู่ในตึกนี้! ปล่อยวางเสียเถอะ ไม่อย่างนั้นเธอก็จะต้องติดอยู่ในนี้... เหมือนกับพ่อของเธอ” รินรดาชะงักกึก สายตาที่พร่าเลือนของเธอจับจ้องไปที่ศิลา “พ่อ? พ่อตายไปแล้ว... ข้าพเจ้าเห็นใบมรณบัตรนั่นกับตาตัวเอง!” “ใบมรณบัตรนั่นแค่กระดาษแผ่นเดียวที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อกลบฝังความเน่าเฟะของตระกูลเธอ” ศิลาแค่นยิ้มขมขื่น เขาหมุนวงแหวนเหล็กบนนิ้วชี้ ก่อนจะกดมันลงไปที่ผนังหินด้านหลังรูปภาพของหญิงสาวในชุดลูกไม้ เสียงกลไกเฟืองเหล็กขบกันดังสนั่นไปทั่วโถงมืด ประตูกลค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นห้องโถงที่อยู่ลึกลงไปอีกชั้น กลิ่นอับชื้นและกลิ่นยาฉุนกึกโชยออกมา รินรดาก้าวถอยหลัง แต่ศิลาลากเธอให้เดินตามเข้าไปด้วยความเด็ดขาด แสงไฟสลัวจากคบเพลิงติดผนังที่ค่อยๆ ลุกไหม้ขึ้นเองเผยให้เห็นร่างของชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ กลางห้อง เขาซูบผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก เส้นผมสีดอกเลาพันกันยุ่งเหยิง ร่างกายของเขาถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนโบราณที่สลักลวดลายเดียวกับสร้อยคอที่รินรดาสวมใส่อยู่ “พ่อ...” รินรดาแทบหยุดหายใจ เสียงเรียกของเธอแผ่วเบาจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ ชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่มัวฝ้าและไร้แววของเขาค่อยๆ โฟกัสมาที่ใบหน้าของรินรดา ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน เขาส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอ ราวกับพยายามสื่อสารบางอย่างแต่สูญเสียความสามารถในการพูดไปนานแล้ว “เขาไม่ได้ถูกกักขังเพราะความผิดที่เขาทำ แต่เพราะเขาคือ ‘กุญแจ’ คนสุดท้ายที่พ่อของเธอ—ปู่ของเธอ—ทิ้งเอาไว้” ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเวทนา “เขาถูกขังไว้เพื่อไม่ให้ความลับที่รอยจารึกซ่อนอยู่ถูกเปิดเผย และเขาก็ถูกขังเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่า... แม่ของเธอไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ แต่นางคือคนที่ลงมือทรมานสามีตัวเองจนเป็นสภาพเช่นนี้ เพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในพลังที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือดของตระกูลรินรดา!” โลกทั้งใบของรินรดาเหมือนพังทลายลงตรงหน้า ความทรงจำวัยเด็กที่เคยเชื่อว่าพ่อรักแม่มากแค่ไหน ภาพถ่ายครอบครัวที่แสนสุข ทั้งหมดคือเรื่องโกหกที่ถูกแต่งแต้มขึ้นมาเพื่อปิดบังความอำมหิตของคนในสายเลือด รินรดาเดินโซเซเข้าไปหาพ่อ มือของเธอสั่นเทาขณะแตะลงบนแก้มที่เย็นชืดของเขา ทันใดนั้น ภาพนิมิตมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของเธอ—ภาพแม่ของเธอในวันนั้น วันที่เธอบอกว่าแม่ตายจากไป แต่ความจริงแล้วคือวันที่แม่ของเธอทรยศต่อทุกคนเพื่อแลกกับความเป็นอมตะ น้ำตาที่ไหลพรากของเธอไม่ได้สื่อถึงความเสียใจ แต่มันคือความแค้นที่ปะทุขึ้นในอก เมื่อรินรดาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่โอนถ่ายจากร่างกายของพ่อผ่านการสัมผัส—มันคือ ‘รอยจารึกแห่งปรารถนา’ ที่ถูกสลักลงบนผิวหนังของเขาด้วยมีดอาคม ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะดึงพลังนั้นออกมา พ่อของเธอกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น มือที่ผอมแห้งนั่นมีแรงมหาศาลจนน่าประหลาดใจ เขาเบิกตากว้างจนเห็นเส้นเลือดฝอยในตาที่แดงก่ำ ก่อนจะกระซิบออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่บาดลึกถึงวิญญาณ “อย่า... สัมผัส... รอยแผล... รอยแผลนั้นไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อมนุษย์ แต่เพื่อให้ ‘บางอย่าง’ เข้าสิงสู่เจ้าแทนข้า...” รินรดาชะงัก มือของเธอติดหนึบอยู่กับรอยแผลที่หน้าอกของพ่อราวกับมีแม่เหล็กดูดเอาไว้ และในตอนนั้นเอง ศิลาที่เคยยืนนิ่งก็ชักมีดเล่มสั้นออกมาจ่อที่ลำคอของรินรดา พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่ดังมาจากเงามืดด้านหลัง “ยินดีด้วยรินรดา ตอนนี้ ‘กุญแจ’ ได้เปลี่ยนมือแล้ว... และแม่ของเธอ ก็รอคอยที่จะยึดครองร่างของเจ้าอย่างใจจดใจจ่อ” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยจารึกที่เจ็บปวดนี้ไปพร้อมกับ “กำมะหยี่สีแดง” นะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%