รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 32

ร่องรอยที่ป่าลึก

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“หยุดสั่นเดี๋ยวนี้ รินรดา!” เสียงของศิลาไม่ได้นุ่มนวลเหมือนทุกครั้ง แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยอำนาจสั่งการจนฉันต้องขบฟันแน่นเพื่อสะกดกลั้นอาการสั่นเทาของฝ่ามือที่กำลังกำด้ามปืนจนชื้นเหงื่อ เรากำลังซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบที่รอยต่อระหว่างเขตป่าดงดิบกับชายแดนพิศวง เบื้องหน้าคือทางเดินที่ถูกถางเป็นแนวยาว ราวกับมีใครบางคนหรือ ‘บางสิ่ง’ จงใจเปิดเส้นทางไว้รอรับการมาเยือนของพวกเรา รอยเท้าที่ปรากฏบนดินโคลนไม่ได้มีเพียงรอยเดียว แต่มันซ้อนทับกันราวกับขบวนพาเหรดของคนตาย “นั่นไม่ใช่พ่อ... คุณก็เห็นใช่ไหม ศิลา” ฉันกระซิบผ่านไรฟัน แม้ในใจจะอยากปฏิเสธความจริงที่เห็นจากนิมิตเมื่อครู่จนแทบบ้า แต่ภาพของชายในชุดสีขาวที่ถือมีดสั้นเล่มนั้นมันฝังแน่นอยู่ในดวงตาจนลบไม่ออก ศิลาหันมามองฉัน ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าแววตาที่ปกติจะสุขุมกลับไหวระริกด้วยความกังวลที่เขาพยายามซ่อนไว้ “ริน... สิ่งที่คุณเห็นในนิมิตกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราตอนนี้ อาจไม่ใช่คนเดียวกัน แต่มันเชื่อมโยงกันด้วยพันธสัญญาที่พังทลาย หากเราถอยตอนนี้ เราจะไม่มีวันได้คำตอบว่าทำไมแม่ของคุณถึงกลายเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายในแผนการนี้” คำว่า ‘แม่’ กระตุกใจฉันให้เต้นผิดจังหวะ ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของดินชื้นและใบไม้เน่าเสียในป่าลึกอบอวลอยู่ในโพรงจมูก ความเงียบสงัดรอบข้างดูเหมือนจะแผ่ซ่านด้วยพลังงานบางอย่างที่คอยจ้องมองเราอยู่ทุกฝีก้าว เราออกเดินทางจากเมืองหลวงตั้งแต่วันนั้น มุ่งหน้าสู่พิกัดที่ระบุไว้ในบันทึกลับหลังภาพวาดเก่าแก่ที่แม่เคยทิ้งไว้ การเดินทางที่เต็มไปด้วยความวิบากไม่ได้เป็นเพียงการฝ่าดงพงไพร แต่มันคือการเผชิญหน้ากับความกลัวที่หยั่งรากลึกในจิตใจตลอดยี่สิบปี “ดูนั่น...” ศิลาชี้นิ้วไปยังรอยแยกของต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้า มันเป็นรอยจารึกรูปดวงตาที่เปิดกว้าง ซึ่งฉันจำได้แม่นยำว่าเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏอยู่บนปลอกมีดของพ่อ ฉันก้าวเท้าออกไปโดยไม่รอให้เขารั้งไว้ สัญชาตญาณภายในบอกว่านี่คือทางเข้าสู่ ‘ที่กบดาน’ หรือไม่ก็ ‘หลุมพราง’ ที่ถูกขุดเอาไว้ให้เราเดินลงไปเอง พื้นดินตรงหน้าเริ่มเปลี่ยนสี จากดินโคลนสีน้ำตาลกลายเป็นแร่สีดำขลับที่ส่องประกายวาววับยามต้องแสงที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมา “รินระวัง!” ศิลาคว้าข้อมือฉันไว้ทันทีที่พื้นดินใต้วงแหวนเวทย์โบราณเริ่มทรุดตัวลง วินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับทหารนับร้อยก็ดังสะท้อนมาจากความมืดมิดของพงไพรเบื้องหน้า มันไม่ใช่เสียงสัตว์ป่า แต่มันคือเสียงโลหะกระทบพื้นหินเป็นจังหวะจะโคนอย่างมีระเบียบวินัย “พวกเขากำลังตามล่าเรา หรือกำลังนำทางเรากันแน่?” ฉันถามพลางหันไปมองหน้าศิลา แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้หัวใจฉันหยุดเต้น ศิลาไม่ได้มองทางที่เสียงดังมา แต่เขากำลังจ้องมองที่เงาของตัวเองบนพื้นดิน เงาของศิลาไม่ได้เลียนแบบท่าทางของเขา แต่มันกำลังยกมือขึ้นชี้ไปยังทิศทางตรงกันข้าม—ทิศทางที่ไม่มีใครกล้าก้าวไป “ริน... อย่าหันกลับไป” เสียงของศิลาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด “จำสิ่งที่ผมเคยบอกได้ไหม? สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในป่าแห่งนี้ไม่ใช่คนตายที่เดินได้ แต่มันคือความทรงจำที่พยายามจะมีชีวิตขึ้นมา” ฉันพยายามจะหันไปตามสัญชาตญาณ แต่ศิลาบีบข้อมือฉันไว้แน่นจนแทบแตกสลาย ในขณะที่ความเงียบงันเริ่มปกคลุมไปทั่วป่า ลมหายใจที่เย็นเยียบกระทบลงบนต้นคอของฉันจากด้านหลัง—ลมหายใจที่ฉันจำได้ดีที่สุดในชีวิต “รินรดา...” เสียงนั้นแหบพร่า เป็นเสียงที่ฉันเฝ้าฝันถึงในคืนที่โดดเดี่ยวที่สุดตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันคือเสียงของพ่อ ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วไขสันหลัง ฉันค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ตามแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น ท่ามกลางหมอกหนาที่จู่ๆ ก็ลอยเข้ามาปกคลุม ร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น... เขาไม่ได้สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์อย่างในนิมิต แต่สวมเสื้อคลุมสีเข้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและรอยดิน ในมือของเขาไม่ได้ถือมีดเล่มนั้น แต่เขากำลังถือล็อกเก็ตทองคำเก่าๆ ที่ฉันจำได้ว่าแม่เคยมอบให้ฉันก่อนที่เธอจะหายสาบสูญไปตลอดกาล ชายคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แสงไฟจากไฟฉายในมือศิลาที่ส่องไปถึงเผยให้เห็นใบหน้าชัดเจน ดวงตาสีดำสนิทไร้ตาดำคู่นั้นจ้องมองมาที่ฉันด้วยความโหยหาที่น่าขนลุก ก่อนที่เขาจะยื่นล็อกเก็ตนั้นมาให้ “อย่ารับมัน!” ศิลาตะโกนสุดเสียงพร้อมกับชักมีดพกออกมา แต่มันสายเกินไป นิ้วมือของฉันสัมผัสกับล็อกเก็ตเย็นเยียบนั้นแล้ว และในวินาทีที่ปลายนิ้วเราแตะกัน โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง ความทรงจำที่ฉันไม่เคยมีก็พรั่งพรูเข้ามาในหัวเหมือนเขื่อนแตก พร้อมกับเสียงกระซิบจากความมืดมิดที่ดังลั่นไปทั่วผืนป่าว่า *‘ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... รินรดา’* ทว่าเมื่อฉันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ศิลากลับหายไป และชายตรงหน้าก็ไม่ใช่พ่อของฉันอีกต่อไป แต่เขากลับกลายเป็นเงาร่างที่ไร้ใบหน้า ซึ่งค่อยๆ สลายตัวกลายเป็นฝูงแมลงสีดำสนิทที่บินว่อนไปทั่วร่างของฉัน! ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อผู้อ่านทุกท่าน ขอให้สนุกกับการเดินทางครั้งนี้ร่วมกับกำมะหยี่สีแดงนะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%