รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 35

ข้อตกลงเลือด

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"ถ้าคุณคิดว่าชีวิตของคนรักคุณมีค่าแค่เศษเสี้ยวของวัตถุโบราณชิ้นนั้น ก็เชิญลงมือได้เลยค่ะ" รินรดานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้โอ๊กเนื้อแข็ง เสียงของเธอเรียบสนิทราวกับผิวน้ำที่ไร้กระแสลม ทั้งที่ในหัวใจของเธอกำลังสั่นไหวราวกับถูกพายุโหมกระหน่ำ สายตาของเธอจดจ้องไปยัง 'คุณหญิงวรินดา' หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท เบื้องหลังของคุณหญิงคือภาพวาดสีน้ำมันเก่าแก่ที่ดูเหมือนจะคอยจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวในห้องนี้ ศิลาที่นั่งอยู่ข้างๆ รินรดาขยับตัวเล็กน้อย มือของเขาเย็นเยียบและบีบมือเธอไว้แน่นใต้โต๊ะ เขารู้ดีว่าการก้าวเข้ามาใน 'รัง' ของกลุ่มผู้มีอิทธิพลกลุ่มนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่นี่คือทางรอดเดียวที่พวกเขาเหลืออยู่เพื่อไขปริศนาการตายของมารดา "ความมั่นใจของเธอมันน่าขันนะ รินรดา" คุณหญิงวรินดาแค่นยิ้ม มุมปากที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสดเผยให้เห็นร่องรอยของความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าฉาบฉวย "เธอกำลังถือไพ่ใบไหนอยู่หรือ? ไพ่ที่สลักชื่อคนตาย หรือไพ่ใบที่เธอก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีจริงไหม" "ไพ่ใบที่บันทึกคำสารภาพของท่านประธานในคืนที่ฝนตกหนักเมื่อยี่สิบปีก่อนยังไงคะ" รินรดาโต้กลับทันควัน เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวในม่านตาของคุณหญิง แม้มันจะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานอันกว้างใหญ่ กลิ่นกำยานราคาแพงลอยอบอวลจนรู้สึกอึดอัด ศิลาขยับแว่นสายตา สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่แจกันลายครามบนชั้นวางของที่ดูไม่เข้าพวกนัก เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากวัตถุชิ้นนั้น—พลังงานที่คุ้นเคย พลังงานที่รินรดามักจะพูดถึงเสมอในยามที่เธอมองเห็น 'รอยจารึก' "ศิลา" รินรดากระซิบเบาๆ โดยไม่หันไปมอง "แจกันนั่น... มันไม่ได้มีไว้ประดับห้องหรอกค่ะ" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า "คุณหญิงครับ เรามาที่นี่เพื่อเสนอทางออก ไม่ใช่เพื่อเปิดสงคราม ถ้าหากบันทึกฉบับนั้นถูกเผยแพร่ออกไปต่อสาธารณชน หุ้นของบริษัทคุณจะดำดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดก่อนที่แสงอาทิตย์จะขึ้นในวันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ" "พวกเธอขู่ฉันเหรอ?" คุณหญิงวรินดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของนางทอดทับลงมาบนโต๊ะ "เด็กเมื่อวานซืนสองคนกับความเชื่อเรื่องลี้ลับที่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ คิดจะมาต่อรองกับคนที่ถืออำนาจควบคุมประวัติศาสตร์หน้าล่าสุดของประเทศนี้งั้นรึ?" รินรดาลุกขึ้นบ้าง เธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ในความทรงจำของเธอ ภาพใบหน้าของแม่ที่กำลังร้องไห้ในภาพนิมิตชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เธอกล้าเผชิญหน้ากับปีศาจในคราบผู้ดีเหล่านี้ "ประวัติศาสตร์อาจจะถูกเขียนโดยผู้ชนะ แต่มันก็ถูกลบเลือนได้โดยความจริงที่ไม่มีใครเคยนึกถึง" รินรดาหยิบสร้อยข้อมือเก่าคร่ำคร่าออกจากกระเป๋าถือ—สร้อยที่เป็นของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายของแม่ เธอกำมันไว้แน่นจนนิ้วขาวซีด "ฉันเห็นมันค่ะ... เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องใต้ดินของพิพิธภัณฑ์คืนนั้น เห็นว่าใครเป็นคนลงมือ และเห็นว่าทำไมแม่ถึงต้องตาย" คุณหญิงวรินดาชะงักไป ดวงตาที่เคยหยิ่งผยองเบิกกว้างขึ้น "นั่นมัน... สร้อยเส้นนั้น..." "ใช่ค่ะ สร้อยเส้นนี้แหละที่ทำหน้าที่เป็นกุญแจไขทุกอย่าง" รินรดาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเธออยู่ห่างจากคุณหญิงเพียงแค่ช่วงแขน "เรามีข้อตกลงเลือดหนึ่งฉบับ คุณหญิงจะส่งคืนสมุดบันทึกเล่มนั้นให้เรา แล้วเราจะเก็บความลับนี้ไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม หรือจะให้ฉันเปิดเผยเรื่องราวของ 'รอยจารึกแห่งปรารถนา' ให้กับทุกคนได้รู้ ว่าแท้จริงแล้วมันไม่ใช่สมบัติโบราณ แต่มันคือเครื่องสังเวยความโลภของพวกคุณทุกคน!" เสียงเคาะประตูจังหวะสามครั้งดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้อง ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ชายชราในชุดสูทสีเทาผู้มีใบหน้าคุ้นตาสำหรับคนในแวดวงประวัติศาสตร์ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับคุณหญิง" ชายชรากล่าวพลางมองมารินรดาด้วยสายตาที่ทำให้เธอรู้สึกเย็นเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง "แต่ดูเหมือนว่าข้อตกลงเลือดของแม่หนูน้อยคนนี้ จะมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพิ่มขึ้นอีกคนแล้วนะ" รินรดาหันไปมองศิลาโดยสัญชาตญาณ แต่เธอกลับพบว่าศิลากำลังยืนตัวแข็งทื่อ สายตาของเขาจ้องมองไปยังชายชราคนนั้นด้วยความตระหนกที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ศิลา... คุณรู้จักเขาเหรอ?" รินรดาถามเสียงสั่น ศิลาไม่ได้ตอบในทันที เขาค่อยๆ หันมามองรินรดา ดวงตาของเขาสั่นระริกด้วยความรู้สึกผิดและหวาดกลัวที่ปะปนกัน "รินรดา... เราต้องออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้" ชายชรายิ้มกว้างขึ้น ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีขาวสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้ววางลงบนโต๊ะข้างๆ สร้อยข้อมือของรินรดา "ไม่จำเป็นต้องหนีหรอกครับ เพราะสิ่งที่เธอตามหามาตลอดชีวิต... มันไม่เคยถูกฝังอยู่ในสุสานที่ไหน แต่มันถูกเก็บไว้ในที่ที่เธอเดินผ่านทุกวัน ในฐานะ 'คนนอก' ที่เธอไว้ใจที่สุดยังไงล่ะ" รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอหันกลับไปมองศิลาที่ก้มหน้าลงช้าๆ ขณะที่มือของเขากำลังสั่นเทาอย่างรุนแรง ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความอบอุ่นของคู่คิดกำลังจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตาเธอในวินาทีนี้ กำมะหยี่สีแดงหวังว่ารี้ดที่รักจะยังคงไม่วางสายตาจากปริศนาที่เพิ่งเข้มข้นขึ้นในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%