"หยุดมือเถอะรินรดา... กลิ่นอายของมันไม่ใช่สิ่งที่คุณควรสัมผัสในตอนนี้"
น้ำเสียงของศิลาเย็นเยียบประดุจใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องสมุดเก่าแก่ของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธี เขาไม่แม้แต่จะหันมามองขณะที่นิ้วเรียวยาวของรินรดากำลังไล้ไปตามรอยแตกของแผ่นไม้โอ๊กที่กรุผนังห้องอย่างแผ่วเบา รอยแตกนั้นมิใช่ความเสื่อมโทรมตามกาลเวลา แต่มันคือเส้นนำทางที่เชื่อมโยงกับนิมิตที่เธอเพิ่งได้รับจากสร้อยคอของมารดา
รินรดาชะงัก นิ้วมือของเธอสั่นระริกขณะที่ความร้อนผ่าวแล่นผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือด หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำราวกับจะทะลุออกจากอก "ศิลา... คุณไม่ได้ยินหรือคะ? เสียงกระซิบจากไม้พวกนี้ มันกำลังบอกว่าความจริงที่แม่พยายามปกปิด ไม่ได้ถูกฝังไปพร้อมกับร่างของท่าน"
"นิมิตของคุณมักจะพาไปสู่หายนะเสมอ" ศิลาวางแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะไม้ตัวหนัก เขาเดินเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "ถ้าคุณดึงมันออกมา คุณจะไม่มีวันได้กลับไปเป็นรินรดาคนเดิมที่รักสงบอีกต่อไป"
"ถ้าการเป็นคนเดิมหมายถึงการใช้ชีวิตบนกองคำลวง ฉันก็ยินดีที่จะเผชิญกับความพินาศค่ะ"
รินรดาตัดสินใจกดปลายนิ้วลงไปบนรอยแตกร้าวนั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี กลไกบางอย่างภายในผนังส่งเสียงครางครืดคราดประหนึ่งเสียงกระดูกลั่น บานไม้โอ๊กหนาหนักค่อยๆ เคลื่อนตัวออก เผยให้เห็นช่องลับมืดมิดที่มีเพียงกลิ่นอับของกระดาษเก่าและกลิ่นจางๆ ของน้ำมันดิบที่ลอยแตะจมูก
ศิลาถอนหายใจยาว แสงจากไฟฉายในมือเขาถูกส่องเข้าไปในโพรงมืดนั้น ทันทีที่ลำแสงกระทบกับหีบเหล็กใบย่อมที่วางสงบนิ่งอยู่เบื้องล่าง รินรดาก็ทรุดเข่าลง ความทรงจำบางอย่างที่เลือนรางเหมือนภาพวาดบนผืนทรายยามคลื่นซัดผ่านก็ผุดขึ้นมา... เสียงร้องไห้ของมารดาในคืนที่ฝนตกหนัก และเศษกระดาษที่ถูกเผาไหม้ในเตาผิง
"นี่คืออะไรคะ..." เธอพึมพำขณะเอื้อมมือไปหยิบเอกสารที่กองอยู่ข้างหีบ กระดาษเหล่านั้นไม่ใช่จดหมายรัก แต่มันคือรายงานการเงินของพิพิธภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับบริษัทบังหน้าในต่างประเทศ ตราประทับสีแดงฉานบนมุมกระดาษทำให้รินรดาหน้าซีดเผือด
"นี่คือหลักฐานว่า ทำไมแม่ของคุณถึงกลายเป็นบุคคลอันตรายในสายตาของใครบางคน" ศิลาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาอ่าน สายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความสุขุมเยือกเย็นก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยร่องรอยของความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ลึกสุดใจ
"คุณรู้เรื่องนี้มาตลอด... ใช่ไหมคะศิลา?" รินรดาเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ดวงตาที่เคยเป็นที่พักพิงสำหรับเธอ บัดนี้กลับดูเหมือนเขาวงกตที่ซ่อนคำลวงไว้มหาศาล "คุณเข้าหาฉันตั้งแต่แรก เพราะคุณรู้ว่าฉันเป็นคนเดียวที่ไขรหัสพันธุกรรมแห่งความจำนี้ได้"
ศิลานิ่งงัน เขาไม่ปฏิเสธ แต่นั่นกลับยิ่งเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับรินรดา
"ผมแค่ทำในสิ่งที่จำเป็น เพื่อรักษาบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของผม... หรือชีวิตของคุณ"
ในจังหวะที่รินรดากำลังจะโต้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงของบ่าวไพร่ในบ้าน แต่เป็นเสียงของรองเท้าหนังราคาแพงที่ก้าวอย่างมั่นคงและเด็ดขาด รินรดาและศิลาหันไปมองยังประตูห้องสมุดที่เปิดแง้มไว้พร้อมกัน
เงาสีดำทอดผ่านพื้นไม้เข้ามาหยุดอยู่หน้าประตู ชายในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในมือของเขาถือปืนพกกระบอกเล็กที่สะท้อนแสงไฟฉายจนวาววับ เขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่เขามาเพื่อปิดรอยรั่วของความลับนี้ให้สนิท
"คุณรินรดา... น่าเสียดายนะครับที่ความอยากรู้อยากเห็นของคุณ สิ้นสุดลงเร็วกว่าที่ผมคาดไว้" ชายคนนั้นกล่าวพลางยกปืนขึ้นเล็งมาที่หัวใจของเธอ
รินรดาตัวแข็งทื่อ แต่ในจังหวะที่นิ้วของศิลาขยับเตรียมจะพุ่งเข้าใส่ผู้บุกรุก เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังมาจากหีบเหล็กใบนั้นก็หยุดทุกการเคลื่อนไหว... มันเป็นเสียงของแม่เธอ เสียงที่เรียกชื่อเธอดังออกมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับเอกสารแผ่นสุดท้ายที่ร่วงลงมาจากช่องลับ แผ่นกระดาษที่มีชื่อของ 'ศิลา' ระบุอยู่ใต้ฐานะ 'ผู้กุมชะตากรรมคนสุดท้าย'
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 5 กับความลับที่กำลังจะปะทุนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ด้วยรักจาก "กำมะหยี่สีแดง" ค่ะ
รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย•ตอนที่ 5
ความลับใต้รอยแตกร้าว
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งปรารถนาที่เลือนหาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!